www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
สำนักนายกรัฐมนตรี
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  เป็นผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีรับมอบบทเพลงเทิดพระเกียรติ ถวายราชสักการะสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  จากคณะศิลปินโครงการร้อยรวมดวงใจถวายราชสดุดี ฯ  เพื่อเผยแพร่บทเพลงดังกล่าว         นายจุลยุทธ  หิรัณยะวสิต  ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  เป็นผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี       รับมอบบทเพลง "ถวายราชสักการะสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ" จากบรรดาคณะศิลปินนักร้อง และนักแสดง ในโครงการร้อยรวมดวงใจถวายราชสักการะสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  กรมหลวงนราธิวาสราช-นครินทร์ ในวันที่ ๗  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑  ณ ห้องประชุม ๑๐๑  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ทำเนียบรัฐบาล  โดยมีศิลปินที่มามอบบทเพลงในวันนี้ ได้แก่  ดาวใจ  ไพจิตร, ศุภชัย ไพจิตร , และ วสุ  แสงสิงแก้ว   ทั้งนี้ โครงการร้อยรวมดวงใจถวายราชสดุดีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์   นำโดยคุณดาวใจ  ไพจิตร ประธานโครงการฯ เป็นโครงการหนึ่งที่ได้มีศิลปินนักร้องแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน  ศิลปินนักร้องเพลงไทยสากลและเพลงไทยลูกทุ่ง  รวมทั้งศิลปินนักแสดงทุกสังกัด  เป็นจำนวนมากถึง ๘๔ ท่าน ได้รวมใจกันขับร้องบทเพลงเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช-นครินทร์  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนชาวไทย  และแสดงความจงรักภักดีของเหล่าศิลปินทั้งหลายที่มีแด่พระองค์ท่าน  จึงได้สร้างสรรค์บทเพลงอันทรงคุณค่านี้ขึ้น   สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลสื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐ  คือ กรมประชาสัมพันธ์  ยินดีที่จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทเพลงทรงคุณค่านี้ตามสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป
รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครติดตามผลการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนซึ่งยังไม่ได้รับรายงานผล ๕๕ เรื่องนายจาดุร อภิชาตบุตร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการติดตามและแก้ไขปัญหาการร้องเรียน ในคณะกรรมการการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวีระยุทธ์ เอี่ยมอำภา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งองค์ประชุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กับหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดสมุทรสาครที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๑ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร โดยการประชุมดังกล่าวเพื่อติดตามผลการแก้ไขปัญหาร้องเรียนของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องร้องเรียนของประชาชนให้จังหวัดสมุทรสาครพิจารณาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๔๗ กันยายน ๒๕๕๐ ปรากฏว่า  มีเรื่องร้องเรียนที่ยังไม่ได้รายงานผลการดำเนินการ จำนวน ๕๕ เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องร้องเรียนปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จำนวน ๒ เรื่อง, ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ จำนวน ๕ เรื่อง, ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ จำนวน ๑ เรื่อง, และปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จำนวน ๔๗ เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการคมนาคมขนส่ง ซึ่งต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทราบว่า ปัญหาที่ร้องเรียนมาบางเรื่องไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนกลาง เพราะถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นแล้ว จึงต้องแจ้งให้เจ้าของเรื่องดำเนินการโดยตรง นอกจากนี้ยังมีปัญหามลพิษจากผู้ประกอบการได้แก่ การระบายน้ำเสีย ปัญหาของกลิ่นเหม็น เขม่าควัน ฯลฯ สำหรับกรณีราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร (ขอปกปิดชื่อ) ขอให้ตรวจสอบการประกอบกิจการปลาป่นของโรงงานสหมิตรปลาป่น ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นส่งผลให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน และได้มีการร้องเรียนหลายครั้ง โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครได้ตรวจสอบและมีคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๐ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการประชุมหารือร่วมกันแล้ว คณะทำงานของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเพื่อหาข้อยุติร่วมกันต่อไป


รองศาสตราจารย์ ธีรภัทร์  เสรีรังสรรค์  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ  เปิดเผยว่า  ในการจัดทำแบบรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ ที่ปรับปรุงใหม่  ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแบบรายงานดังกล่าวและมีข้อสังเกตเพื่อการปรับปรุงรายงานไว้ 3 ประเด็น ประกอบด้วย แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่หน่วยงานรายงานไปยังกระทรวงและจังหวัด  เช่น  การให้บริการด้วยความรวดเร็วให้ระบุเอกสารที่แสดงให้เห็นความรวดเร็วในการให้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด และการนำข้อมูลข่าวสารรวมรวบไว้ในศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูโดยครบถ้วนแล้วหรือไม่,  ในส่วนของแบบรายงานของหน่วยงานในสังกัดที่กระทรวงและจังหวัดจะนำมาประเมินผลเพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการนั้น ให้กำหนดแบบประเมินและเกณฑ์การพิจารณาที่แน่นอนเพื่อให้มีแนวทางและมาตรฐานเดียวกัน  และสมควรจัดทำคำอธิบายหรือคำชี้แจงประกอบการกรอกข้อมูลในแบบรายงานที่ปรับปรุงใหม่ด้วยเพื่อที่หน่วยงานต่าง ๆ จะได้มีความเข้าใจที่ชัดเจนและสามารถกรอกข้อมูลในแบบรายงานได้ถูกต้อง ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการปรับปรุงแบบรายงานดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  เพื่อที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการจะนำเสนอ ครม. เพื่อขอมติในเรื่องการสนับสนุนการบังคับใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ในรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการประจำปีงบประมาณ 2550  ต่อไป คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ จักได้จัดทำคำอธิบายประกอบการกรอกข้อมูลในแบบรายงานที่ปรับปรุงใหม่   โดยนำเสนอให้ทุกหน่วยงานและสำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง  รวบรวมรายงานผลการปฏิบัติในภาพรวมของกระทรวงและจังหวัดประกอบด้วยหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายงานการปฏิบัติงานโดยใช้แบบรายงานที่กำหนดขึ้น  และหน่วยงานของรัฐทุกแห่งรายงานผลปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ปีละ 1 ครั้งโดยให้รายงานภายในเดือนมิถุนายนของทุกปีเริ่มตั้งแต่การรายงานในปีงบประมาณ 2551 เป็นต้นไป
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการในโอกาสครบรอบ ๑๐ ปี ของการประกาศใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการในโอกาสครบรอบ ๑๐ ปี ของการประกาศใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ "๑ ทศวรรษ :พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการกับการสร้างความโปร่งใสในสังคมไทย" ๑๔ มกราคม ๒๕๕๑ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยในพิธีเปิดการสัมมนาดังกล่าว มีนายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวรายงาน จากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษ และชมนิทรรศการต่างๆ อาทิ ผลการวิจัย ผลการปฏิบัติของศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่เป็นตัวอย่างที่ดี สรุปผลการติดตามการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ของหน่วยงานรัฐ และวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ  นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้บรรยายพิเศษ เรื่อง "ข้อมูลข่าวสารความรู้กับการพัฒนาประเทศ" พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการทดสอบโครงการทดสอบความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ในส่วนของการอภิปรายสัมมนาเรื่อง "การขับเคลื่อนกฎหมายข้อมูลข่าวสาร ปัจจุบัน และอนาคต โดยนายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รองศาสตราจารย์สมยศ เชื้อไทย และนายเธียรชัย ณ นคร ดำเนินการอภิปรายโดยนางวนิดา สักการโกศล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำหรับภาคบ่ายมีการอภิปรายเรื่อง "ข้อมูลข่าวสารกับความโปร่งใสของสังคมไทย" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติศักดิ์ ปรกติ  นายมานิจ สุขสมจิตร รองศาสตราจาย์มาลี บุญศิริพันธ์ และนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ดำเนินการอภิปรายโดย ดร.นคร เสรีรักษ์๑๔ มกราคม ๒๕๕๑ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยในพิธีเปิดการสัมมนาดังกล่าว มีนายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวรายงาน จากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษ และชมนิทรรศการต่างๆ อาทิ ผลการวิจัย ผลการปฏิบัติของศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่เป็นตัวอย่างที่ดี สรุปผลการติดตามการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ของหน่วยงานรัฐ และวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ  นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้บรรยายพิเศษ เรื่อง "ข้อมูลข่าวสารความรู้กับการพัฒนาประเทศ" พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการทดสอบโครงการทดสอบความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ในส่วนของการอภิปรายสัมมนาเรื่อง "การขับเคลื่อนกฎหมายข้อมูลข่าวสาร ปัจจุบัน และอนาคต โดยนายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รองศาสตราจารย์สมยศ เชื้อไทย และนายเธียรชัย ณ นคร ดำเนินการอภิปรายโดยนางวนิดา สักการโกศล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำหรับภาคบ่ายมีการอภิปรายเรื่อง "ข้อมูลข่าวสารกับความโปร่งใสของสังคมไทย" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติศักดิ์ ปรกติ  นายมานิจ สุขสมจิตร รองศาสตราจาย์มาลี บุญศิริพันธ์ และนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ดำเนินการอภิปรายโดย ดร.นคร เสรีรักษ์
นายนัที เปรมรัศมี รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน” จัดโดยศูนย์บริการประชาชน เมื่อวันพุธที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑ ณ ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยในการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ผู้ร่วมการเสวนา ประกอบด้วย (๑) นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (๒) ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ (๓) นางสุนีย์ ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ (๔) ดร.สมเจตน์ พันธุโฆษิต นักวิชาการอิสระ โดยมีอรอุมา เกษตรพืชผล เป็นผู้ดำเนินการเสวนา นอกจากนี้ มีผู้นำชุมชน ประชาชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จำนวนรวม ๓๐๐ คน เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้
นายอำนวย โชติสกุล ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและแก้ไขปัญหาการร้องเรียน ในคณะกรรมการการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประชุมสรุปผลการดำเนินงานติดตามการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนในพื้นที่ช่วงไตรมาสที่ ๑ (ตุลาคม ธันวาคม ๒๕๕๐) ที่ผ่านมา พบว่า ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้รับการพิจารณาจนได้ข้อยุติเป็นจำนวนมากรวม ๔๘๕ เรื่อง จากจำนวนเรื่องร้องเรียนจำนวนรวมทั้งสิ้น ๗๘๕ เรื่อง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ  ๖๑.๗๘  นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี  ในการนี้ เพื่อให้การติดตามและแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำแผนติดตามและแก้ไขปัญหาในพื้นที่  ช่วงไตรมาสที่ ๒  (มกราคม มีนาคม ๒๕๕๑) เพื่อดำเนินงานติดตามการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนในพื้นที่ของคณะอนุกรรมการติดตามและแก้ไขปัญหาการร้องเรียนเพื่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและให้ได้ข้อยุติได้มากที่สุด
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ ล้านเมล็ดเพื่อพ่อ "ไทยทั่วหล้า ร่วมเทิดไท้ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ ล้านเมล็ดเพื่อพ่อ" โดยมีพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พันเอกหญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๑ ณ บริเวณสวนป่าด้านทิศตะวันออก (ใกล้สนามฟุตบอลโรงเรียนจิตรลดา) สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

วันนี้ (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐) ที่ห้องประชุม ๓๐๑ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามใน คำรับรองการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายของรัฐบาลของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการกระทรวงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ร่วมกับหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ที่มีผู้ตรวจราชการ รวม ๑๘ กระทรวง โดยมีอนุกรรมการประสานการตรวจราชการ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธีลงนามครั้งนี้   การลงนามในคำรับรองการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ ดังกล่าว เป็นไปตาม           ความเห็นชอบของ ครม. เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอเกี่ยวกับแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ เพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายของรัฐบาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งการลงนามในคำรับรองการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ ตามกรอบตัวชี้วัดที่ผ่านความเห็นชอบของหัวหน้าส่วนราชการแล้วทั้ง ๙ ตัวชี้วัด ใน ๔ มิติ ประกอบด้วย (๑) มิติประสิทธิผล (๒) มิติด้านคุณภาพการให้บริการ  (๓) มิติด้านประสิทธิภาพ และ  (๔) มิติด้านการพัฒนาองค์กร โดยให้มีการลงนามร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย กับหัวหน้าผู้ตรวจราชการ            สำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ที่มีการบูรณาการการตรวจราชการ โดยการจัดทำตัวชี้วัดในคำรับรองการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ ในเรื่องแผนการตรวจราชการเชิงรุกที่ได้รับการปฏิบัติจริง ข้อเสนอแนะที่ได้รับการตอบสนองจากผู้บังคับบัญชาของหน่วยรับตรวจ  รวมถึงการรายงานภาพรวมรายรอบ ที่ส่งมอบตามกำหนดเวลา และเป็นไปตามกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ยังวัดความพึงพอใจของคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ รวมถึงความสำเร็จของการพัฒนาเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนการตรวจราชการแบบบูรณาการ รวมทั้งวัดความสำเร็จของการถ่ายทอดเป้าหมายจากระดับหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ลงสู่ระดับผู้อำนวยการสำนักและ/หรือกองตรวจราชการ และผู้ช่วยผู้ตรวจราชการด้วย

นายจาดุร  อภิชาตบุตร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาการจัดตั้งสถาบันพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ครั้งที่ ๔/๒๕๕๐ ณ ห้องประชุม ๑๐๑ อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบรูปแบบการจัดตั้งสำนักงานบริหารโครงการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยมีองค์ประกอบ (๑) โครงสร้างองค์การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาระดับนโยบาย ได้แก่ ๑.๑) คณะกรรมการระดับชาติ (คณะกรรมการนโยบายลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา-กนส. มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน) และคณะกรรมการระดับพื้นที่ (คณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา-กพส.)  และ ๑.๒) ระดับบริหาร ได้แก่ สำนักงานพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาระดับพื้นที่ (๒) ขั้นตอนการดำเนินงานขององค์การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (๓) หน่วยงานภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วยยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์ทรัพยากรลุ่มน้ำแบบบูรณาการและใช้อย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์การควบคุมและป้องกันมลพิษ ยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ ฟื้นฟู บูรณะศิลปวัฒนธรรม แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน

สำหรับผลการพิจารณารูปแบบการจัดตั้งสำนักงานบริหารโครงการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาของคณะอนุกรรมการฯ ในครั้งนี้ จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พ.ศ...  และนำเสนอให้คณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาพิจารณาต่อไป
การแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชน นับเป็นภารกิจหลักประการหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ ช่วง ๙ เดือนที่ผ่านมา ได้สรุปผลการดำเนินการเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในภาพรวม เพื่อให้แต่ละกระทรวงดำเนินการติดตามผลความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชนแบบเชิงรุก โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.๒๕๔๘ ด้วย ในการนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริการประชาชน เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่มีมาถึงนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรับผิดชอบในการติดตามผลความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชนอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและเห็นผลเป็นรูปธรรม สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง กรอบแนวทาง ในการพัฒนาการติดตามผลความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชนแบบเชิงรุกในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ขึ้น ในวันศุกร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมีคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา นอกจากนี้ ได้ผนึกกำลังจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชน ประกอบด้วย นายจาดุร อภิชาตบุตร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ศ.ศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง      ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย  นายประดิษฐ์ ยมานันท์ผู้อำนวยการส่วนอำนวยความเป็นธรรม กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และ นายอำนวย โชติสกุล ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นวิทยากรในการดำเนินการอภิปราย โดยมีอาจารย์ณรงค์เดช สรุโฆษิต อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินรายการผลการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จะเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวนกว่า ๖๐๐ คน ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนผู้ได้รับความทุกข์ร้อนได้เป็นอย่างดี
หน้า 35 จาก 36