www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
สำนักนายกรัฐมนตรี
เมื่อวัน ที่ 3-4 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนนำโดย นายมีชัย วีระไวทยะ ประธานสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ,นายปราโมช รัฐวินิจ ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน,และนายวิชล มนัสเอื้อศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชุมชนที่ประสบความสำเร็จ 3 ุชมชน ได้แก่บ้านหนองตาเข้ม หมู่ที่ 11 ต.นางรอง อ.นางรอง ,บ้านลิ่มทอง หมู่ 4 ต.นางรอง อ.นางรอง,และบ้านสำโรง ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ และยังได้เข้าไปดูการถ่ายทำรายการ ทำดีให้พ่อดู ตอนเรียนรู้เศรษฐกิจ ซึ่งได้มีเหล่าบรรดา AF6ร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียนของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ซึ่งจะมีการออกอากาศในช่องทรูวิชั่นส์ 17 Inside ต่อไป

ผู้บริหารและข้าราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรในงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา "๕ ธันวามหาราช" ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ตั้งแต่วันที่ 05/12/2552 เวลา 07.00 น 

ผู้บริหารและข้าราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรมโครงการ "ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง" ซึ่งเป็นโครงการที่เสริมสร้างความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ ณ สนามศุภชลาศัย

 ตั้งแต่วันที่ 04/12/2552 เวลา 18.00 น. 

สัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม

วันเสาร์ที่ 05 ธันวาคม 2009

                   นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
เปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรมเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๕๒เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราช-กรณียกิจ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับศาสนาและจริยธรรมรวมทั้งเพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับศาสนาตลอดจนสามารถนำหลักธรรมของศาสนาไปใช้ในการดำรงชีวิต และปฏิบัติหน้าที่การงานให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

                    นายสาทิตย์  วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ได้มีมติเห็นชอบให้มีโครงการสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ
มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่
๒๕ กันยายน ๒๕๓๓ เห็นชอบให้จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯและอนุมัติให้จัดโครงการนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีในสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม หรือตามความเหมาะสม และให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ร่วมจัดกิจกรรมตามโครงการสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรมด้วย ซึ่งในปี ๒๕๕๒คณะอนุกรรมการส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเห็นสมควรจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ระหว่างวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน
๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจพระบรม-ราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับศาสนาและจริยธรรมรวมทั้งเพื่อให้ประชาชน
ชาวไทยมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับศาสนา ตลอดจนสามารถนำหลักธรรมของศาสนาไปใช้ในการดำรงชีวิตและปฏิบัติหน้าที่การงานให้เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

                        รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากจะมีพิธีเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรมในวันนี้แล้ว ยังมีกิจกรรมที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดกิจกรรมเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรมฯ
อีกหลายกิจกรรม เช่น
การประชุม สัมมนา การบรรยาย จัดรายการวิทยุ รายการโทรทัศน์
เพื่อปลูกฝังคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีแก่ข้าราชการ พนักงาน ประชาชน นิสิต นักศึกษา และนักเรียนทุกระดับ โดยเฉพาะศีล และคุณธรรม ๔ ประการ ตามพระบรมราโชวาท รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากวัดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถาบัน และองค์กรศาสนาทั้ง
จัดให้มีพิธีทางศาสนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เชิญชวนและ
นำศาสนิกชนของแต่ละศาสนาปฏิบัติธรรมหรือกระทำความดี
เช่น ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
ละเว้นจากอบายมุข
จัดกิจกรรมสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาสังคม ในส่วนของสถานศึกษา
ทุกระดับก็ได้มีการจัดกิจกรรม
เพื่อส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม เพื่อปลูกฝังคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม และค่านิยม ที่ดีแก่นักเรียน นักศึกษาทุกระดับ ตลอดจนสื่อมวลชนทุกแขนง
ทั้งหนังสือพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง
และสถานีโทรทัศน์ ก็ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษในการเผยแพร่เรื่องศาสนธรรมและจริยธรรม เพื่อให้ศาสนาซึ่งเป็นสถาบันหลักแห่งความมั่นคงของชาติสถิตสถาพรคู่กับสถาบันชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาคนสังคม และประเทศชาติ ให้มีความสามัคคีสงบสุขเจริญก้าวหน้าอย่างสมดุลและยั่งยืนตลอดไป

 

  

                   นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเงินที่ประชาชนร่วมบริจาคผ่านรายการพิเศษเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์
แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ ในรายการ
ราชินยาสิริมงคลเฉลิม
พระชนมพรรษา
รวมเป็นเงิน ๘๑ ล้านบาทเศษ ให้แก่องค์กรการกุศล รวม ๕ องค์กร คือ
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเพื่อโครงการฟาร์มตัวอย่าง มูลนิธิรามาธิบดี ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เพื่อโครงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษาบรมราชินีนาถ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ เพื่อโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

                    นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาล โดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๗ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ อันประกอบด้วย ส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง ได้พร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยใช้ชื่องานว่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ๗๗ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๒
ซึ่งการจัดงานที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันจัดงาน
ทั่วประเทศด้วยความเรียบร้อย ยิ่งใหญ่ และสมพระเกียรติยศทุกประการ

                   รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า การจัดงานเฉลิมพระเกียรติในวาระนี้ ได้มีกิจกรรมประการหนึ่งคือ การเชิญชวนผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคเงินเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สนับสนุนให้แก่องค์กรการกุศล ผ่านทางรายการพิเศษ ภายใต้ชื่องานว่า ราชินยาสิริมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา เพื่อสมทบทุนให้กับ ๕ องค์กรการกุศล คือ 

                    v มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเพื่อโครงการฟาร์มตัวอย่าง

                    v มูลนิธิรามาธิบดี ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม-

ราชกุมารี เพื่อโครงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษาบรมราชินีนาถ

                    v สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ เพื่อโครงการ
น้ำพระทัยพระราชทาน

                    v มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ

                    v มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

                   รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่เริ่มรับบริจาคจนถึงปัจจุบันมียอดเงินที่ได้รับเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๘๑,๕๙๑,๘๙๔ บาท (แปดสิบเอ็ดล้านห้าแสนเก้าหมื่นหนึ่งพันแปดร้อยเก้าสิบสี่
บาทถ้วน) ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ เห็นสมควรจัดสรรเงินให้แก่องค์กรการกุศลดังนี้

                v มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเพื่อโครงการฟาร์มตัวอย่าง เป็นจำนวนเงิน ๑๐ ล้านบาท

                    v มูลนิธิรามาธิบดี ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม-
ราชกุมารี เพื่อโครงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษาบรมราชินีนาถ เป็นจำนวนเงิน ๑๐ ล้านบาท

                    v สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ เพื่อโครงการ
น้ำพระทัยพระราชทาน เป็นจำนวนเงิน ๔๑,๕๙๑,๘๙๔ บาท เนื่องจากเป็นโครงการที่มีประชาชนขอรับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จึงได้รับการจัดสรรเงินมากกว่าองคืกรอื่น

                    v มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นจำนวนเงิน ๑๐ ล้านบาท และ

                    v มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นจำนวนเงิน ๑๐ ล้านบาท

                ในการนี้ รัฐบาลจึงได้จัดให้มีพิธีมอบเงินบริจาคให้กับองค์กรการกุศลทั้ง ๕ องค์กรในวันนี้

                   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในฐานะประธานในพิธีมอบเงินบริจาคครั้งนี้ว่า การจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคเงินเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สนับสนุนให้แก่องค์กรการกุศล รวม ๕ องค์กร นั้น เป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม-
ราชินีนาถ ทรงห่วงใยประเทศชาติ และประชาชนในทุกๆ ด้าน ซึ่งองค์กรการกุศลรวม ๕ องค์กรดังกล่าว จะนำเงินไปใช้ในการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ขององค์กรให้บังเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน แต่ยังมีองค์กรการกุศลอื่นๆ
อีกมากมาย ที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเพื่อสนองแนวพระราชดำริที่ทรงห่วงใย ดังนั้น
จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตกุศลได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรการกุศลอื่นๆ อีกทางหนึ่งด้วย ต่อจากนั้น ได้กล่าวแสดงความขอบคุณผู้ที่มีจิตกุศลที่ร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลดังกล่าว

ผู้บริหารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดีรังสิต

คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ โดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของชาติ ได้คัดเลือกผลงานของบุคคล หน่วยงาน และโครงการที่มีผลงานดีเด่นระดับชาติ เพื่อส่งเสริมและให้กำลังใจแก่บุคคล หน่วยงาน และโครงการที่มีผลงานดีเด่นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ แล้วนำมาประกาศเกียรติคุณยกย่อง และเผยแพร่ให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน ซึ่งในปี ๒๕๕๒ มีผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเป็นบุคคล  หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาติ จำนวน ๙ ราย

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการเอกลักษณ์
ของชาติ
ซึ่งมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายเลขานุการ ได้จัดทำโครงการคัดเลือกบุคคล หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาติ มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๖ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
นับระยะเวลาถึง ๒๖ ปี โดย
ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการคัดเลือกและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่พิจารณาดำเนินการคัดเลือกผลงานของบุคคล หน่วยงาน และโครงการที่มีผลงานดีเด่นระดับชาติ เพื่อส่งเสริมและให้กำลังใจแก่บุคคล หน่วยงาน และโครงการที่มีผลงานดีเด่น
เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ แล้วนำมาประกาศเกียรติคุณยกย่อง
และเผยแพร่ให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนของชาติตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ได้คำนึงถึง
เพื่อถือปฏิบัติ

สำหรับแนวทางการพิจารณาและหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกที่สำคัญ คือ จะต้องเป็นผลงานดีเด่นของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชนต่างๆ หรือของบุคคลซึ่งเป็นผลงานที่ได้กระทำมาในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยยังต้องกระทำอยู่อย่างต่อเนื่องไปในอนาคตจนเห็นผลแน่นอน และจะต้องเป็นผลงานของคนไทยที่สมควรภาคภูมิใจในระดับชาติ เป็นที่ยอมรับในส่วนรวมและผลงานนั้นเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง นอกจากนั้น บุคคลเจ้าของผลงานที่ส่ง
เข้ารับการคัดเลือก จะต้องเป็น
ผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรม และจริยธรรมในการครองตนอย่าง

เหมาะสม มีแนวทางและอุดมการณ์
ในการดำเนินชีวิตที่เหมาะสมที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จเป็น
ปูชนียบุคคลที่สมควรเป็นแบบอย่างที่ดี
ให้แก่บุคคลทั่วไป โดยจะพิจารณาตามประเภท หรือสาขาของผลงาน หรือวิชาชีพในด้านใดด้านหนึ่งตามที่กำหนดไว้

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า การสรรหาบุคคล หน่วยงาน และโครงการต่างๆ เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นบุคคล หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาตินั้น ในแต่ละปีจะมีผลงาน
ในสาขาต่างๆ ส่งเข้ามารับคัดเลือกจำนวนมาก ดังนั้น คณะอนุกรรมการฯ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชนจะต้องพิจารณากันอย่างเป็นธรรม เพื่อคัดกรองให้ได้บุคคล หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาติที่มีผลงานดีเด่นอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯ
ได้พิจารณาคัดเลือกบุคคล หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาติไปแล้ว จำนวน ๒๐๓ ราย สำหรับในพุทธศักราช ๒๕๕๒ นี้ คณะอนุกรรมการฯ ซึ่งมีพันโท กมล ประจวบเหมาะ เป็นประธานอนุกรรมการ นายนัที เปรมรัศมี และนายสนอง บูรณะ เป็นรองประธานอนุกรรมการ ได้พิจารณาและคัดเลือกบุคคล หน่วยงาน และโครงการจากทั่วประเทศที่ส่งผลงานเข้ามาร่วมพิจารณาคัดเลือก จำนวนทั้งสิ้น ๒๒๑ ราย และผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเป็นบุคคล  หน่วยงาน และโครงการดีเด่นของชาติมีจำนวน ๙ ราย ดังนี้

                   ๑. สาขาพัฒนาสังคม ประเภทหน่วยงาน ได้แก่ โรงพยาบาลอุบลรัตน์

๒. สาขาพัฒนาเศรษฐกิจ ประเภทบุคคล ได้แก่ นางพรศิริ มโนหาญ ประเภทหน่วยงาน ได้แก่ บริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด (ด้านเศรษฐกิจพอเพียง) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ด้านส่งเสริมธุรกิจเอกชน)

๓. สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเภทบุคคล ได้แก่ รองศาสตราจารย์จำกัด มงคลกุล (ด้านพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ศาสตราจารย์วัชระ  กสิณฤกษ์ ประเภทโครงการ ได้แก่ โครงการน้ำเชื้อช้างแช่เย็น แช่แข็ง และการผสมเทียมในช้างไทย   

๔. สาขาเผยแพร่เกียรติภูมิของไทย ประเภทบุคคล ได้แก่ นายจักรพันธุ์  โปษยกฤต    ประเภทโครงการ ได้แก่ โครงการประกวดวงโยธวาทิตนักเรียน นักศึกษา ชิงถ้วยพระราชทานฯ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนท้ายว่า ในวันพฤหัสบดีที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๒
ตนในฐานะประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ จะนำบุคคล ผู้แทน หน่วยงาน และผู้แทนโครงการดีเด่นของชาติ ประจำพุทธศักราช ๒๕๕๒ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช-กุมารี เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลเข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร ณ พระตำหนักวังสวนกุหลาบ และหลังจากนั้น รัฐบาลจะได้จัดงานประกาศเกียรติคุณแก่บุคคล หน่วยงาน และโครงการดีเด่น
ของชาติ ประจำพุทธศักราช ๒๕๕๒ ณ  ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยกราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี
ซึ่งจะได้กำหนดวัน เวลา ในการดำเนินงานต่อไป

นายวิสุทธิ์ นิรัตติวงศกรณ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะนำข้าราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สวนลุมพินี
โครงการชุมชนพอเพียง กำหนดมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อร่วมพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง และพอเพียง และ เปิดประชุมประชาคมทั่วประเทศ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๓

สืบสานประเพณีไทยร่วมใจลอยกระทง ๒๕๕๒

วันอังคารที่ 03 พฤศจิกายน 2009

ผู้บริหาร และข้าราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกิจกรรม "สืบสานประเพณีไทยร่วมใจลอยกระทง" ประจำปี ๒๕๕๒ ณ กรมประชาสัมพันธ์
หน้า 33 จาก 36