www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
สำนักนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวีระชัย วีระเมธีกุล) ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการศูนย์รวมน้ำใจชาวไทยช่วยผู้ประสบภัยเฮติ เป็นประธานการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมอรรถไกวัลวที อาคาร สปน.
รองนายกรัฐมนตรี (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวีระชัย วีระเมธีกุล) รับมอบเงินจำนวนเงิน ๑ ล้านบาท จากนายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้แทนคณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศเฮติ ณ ตึกบัญชาการ ห้องรับรองชั้นล่าง ทำเนียบรัฐบาล
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย) และคณะ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ในประเด็นราษฎรได้รับผลกระทบกรณีกองทัพเรือออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของราษฎรตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ในวันพุธที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๓
เอกอัคราชทูตจากประเทศอาร์เจนตินา เปรู บราซิล คิวบา และชิลี พบปะเพื่อหารือกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวีระชัย วีระเมธีกุล) ถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเฮติ
รองนายกรัฐมนตรี (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวีระชัย วีระเมธีกุล) รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศเฮติ เป็นเงิน ๖,๖๑๘,๙๓๑.๐๔ บาท จากนายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ประธานที่ปรึกษาบริษัท เหมราช จำกัด และบริษัทในเครือ ณ ตึกบัญชาการ ห้องรับรองชั้นล่าง ทำเนียบรัฐบาล

รวมเงินบริจาคที่ได้รับ ณ เวลานี้ เป็นเงิน ๙,๔๘๒,๒๘๗.๐๔ บาท

                    นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เยี่ยมการเปิดศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเฮติของรัฐบาลไทย เพื่อเชิญชวนประชาชนชาวไทยที่ประสงค์ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือด้วยตนเองที่ศูนย์รับบริจาคเงิน ณ บริเวณลานน้ำพุ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก ซึ่งได้ทำการเปิดศูนย์รับบริจาคเงินนี้แล้วในวันนี้ (๒๐ มกราคม ๒๕๕๓) จนถึงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยรับบริจาคตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ

                   นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ทำให้เมืองดังกล่าวเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งด้านระบบการสื่อสารและคมนาคม รวมทั้งขาดแคลนอาหาร น้ำ และสาธารณูปโภคต่างๆ จนเกิดการแก่งแย่งปล้นสะดม ประชาชนมีความเดือดร้อน และยังประมาณกันว่า จากเหตุการณ์นี้อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากราว ๒๐๐,๐๐๐ คน รัฐบาลไทยในเบื้องต้นได้ช่วยเหลือเป็นเงินไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ

                    รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงและต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่รัฐบาลไทยพึงมีต่อมิตรประเทศ ดังนั้น ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ ได้เห็นชอบให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม มอบข้าวจำนวน ๒๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งทยอยส่งได้ในปลายเดือนมกราคมนี้ และให้เปิดศูนย์รับบริจาคเงิน ผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยทำเนียบรัฐบาล ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี รวมน้ำใจชาวไทยช่วยผู้ประสบภัยเฮติ เลขบัญชี 067-0-05765-7ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓) เป็นเวลา ๖๐ วัน ซึ่งขณะนี้มีประชาชนเริ่มทยอยบริจาคเงินช่วยเหลือดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ให้เปิดศูนย์รับบริจาคเงินจากประชาชนชาวไทย

ที่ประสงค์จะมาบริจาคด้วยตนเอง ณ บริเวณลานน้ำพุ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ ๑๖.๓๐ น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนดูแลรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว โดยวันนี้ เวลา ๑๐.๓๐ น. ตนพร้อมด้วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เยี่ยมการเปิดศูนย์รับบริจาคเงิน
ณ บริเวณลานน้ำพุ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ และร่วมรับบริจาคเงินช่วยเหลือดังกล่าวด้วย
จึงขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีของพี่น้องชาวไทยที่ร่วมกันช่วยเหลือและบริจาคเงินในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใด และเชิญชวนประชาชนชาวไทยที่ต้องการร่วมบริจาคเงินเพิ่มเติมช่วยเหลือพี่น้องชาวเฮติ
ที่กำลังประสบภัยพิบัติและมีความเป็นอยู่ด้วยความยากลำบากอยู่ในขณะนี้ ตาม ๒ ช่องทางที่กล่าวไป โดยขอเน้นย้ำว่า ขอรับบริจาคเป็นตัวเงินเท่านั้นและของดรับสิ่งของบริจาคใดๆ เนื่องจากมีความยากลำบากในการคมนาคมขนส่ง และหากต้องการสอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
call centre รัฐบาล ๑๑๑๑ หรือ โทรศัพท์หมายเลข ๐ ๒๒๘๑ ๔๑๓๐   

 

---------------------- 
                สำนักงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนได้จัดให้มีการสัมมนา หัวข้อ ‘ภาคีการดำเนินงานโครงการชุมชนพอเพียงภาคธุรกิจเอกชนและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ’ ขึ้นเมื่อวันจันทร์ ที่ 18 มกราคม ณ ห้องศศินทร์ ฮอลล์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ด้วยหลักการที่ว่า การดำเนินการพัฒนาให้ชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รัฐบาลและเอกชนต่างมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชุมชนมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการวางแผน และ ดำเนินการร่วมกันอย่างจริงจัง จึงควรมีการสื่อสารทำความเข้าใจกันให้เป็นระบบมากขึ้น นอกจากนั้น ควรมีการแลกเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ให้ได้รับทราบทั่วกัน ที่ผ่านมา องค์กรเอกชนและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมมากมาย เรียกกันว่า กิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) โดยองค์กรเอกชนและรัฐวิสาหกิจมีทั้งองค์ความรู้และทุนทรัพย์ สามารถเข้ามาช่วยเสริมความรู้งานด้านอาชีพ มอบทักษะประสบการณ์ที่จำเป็นให้ชาวบ้าน หรือช่วยขยายช่องทางเครือข่ายการค้าของชุมชนให้เติบโต ดังนั้นหากได้เข้ามาร่วมมือกับภาครัฐ ด้วยการนำแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติ ก็จะช่วยให้เข้าถึงความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง และปัจจุบันมีรูปแบบของหมู่บ้านตัวอย่าง หมู่บ้านในฝันมากมายเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเด็นอยู่ที่ทำอย่างไรชาวบ้านจึงจะมีโอกาสได้เห็นสิ่งดีๆของหมู่บ้านอื่นๆมากขึ้นๆ ในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และ ความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละหมู่บ้านได้อีก อนึ่งกระทรวงการคลังมีนโยบายพิจารณาการลดหย่อนภาษีให้เอกชนที่สนับสนุนงานเพื่อประโยชน์ของสังคม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีส่วนร่วมมากขึ้นเป็นทวีคูณ สำหรับโครงการชุมชนพอเพียงในระยะต่อไป รัฐบาลให้ความสำคัญ ในการให้เม็ดเงินกระจายไปช่วยเหลือสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน และ ชุมชน สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมายจะเน้นการสื่อสารข้อมูลข่าวสารให้เข้าถึงชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเกิดความเข้าใจในสิทธิของตนแล้ว จะทำให้เกิดความสนใจในการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจังชุมชนก็จะเข้มแข็ง เป็นหลักประกันในการพัฒนาชุมชนให้พึ่งพาตัวเอง พัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน
นายวิสุทธิ์ นิรัตติวงศกรณ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต ๖ ในฐานะประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด(ก.ธ.จ.) สุราษฎร์ธานี ร่วมสนทนาและให้สัมภาษณ์สดรายการโทรทัศน์ “ แหลงข่าวเช้านี้ ” ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ ในประเด็น “ ธรรมาภิบาลจังหวัด ” เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยมีการถ่ายทอดสดครอบ คลุมพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี , ชุมพร , ระนอง และบางส่วนของ จ.พังงา , นครศรีธรรมราช , กระบี่ พร้อมออกอากาศทางดาวเทียมไทยคม ๒ ไปทั่วประเทศ
รัฐบาลสรุปผลภาพรวมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ๘๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ทั้งบริเวณถนนราชดำเนิน พระลานพระราชวังดุสิต และท้องสนามหลวง  ซึ่งจัดได้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติทำให้ประชนชาวไทยมีความสุข กิจกรรมได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาแนวทางการจัด
งานเฉลิม
พระเกียรติเนื่องในโอกาสวันสำคัญในปี ๒๕๕๓
ได้แก่ วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ในโอกาส
๖๐ ปี แห่งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ เฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ๗๘ พรรษา และวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓
เฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๓ พรรษา
ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำเขตตรวจราชการที่ ๖ (นายวิสุทธิ์ นิรัตติวงศกรณ์) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานโครงการประกันรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ คณะที่ ๑๑ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๓ ณ สำนักงานเขตลาดกระบัง และสำนักงานเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกรมการข้าว ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เกษตรจังหวัดกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นคณะอนุกรรมการ และมีผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมประชุมด้วย โดยที่ประชุมได้รับทราบสภาพปัญหารวมถึงข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจากการสัมภาษณ์เกษตรกร ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้แจ้งข้อมูลสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะดังกล่าวให้ ธ.ก.ส. รับไปแก้ไขโดยเร่งด่วนแล้ว
หน้า 31 จาก 36