รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๕๓
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2010
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2010
รมต.นร. (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย) และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2010
เอกอัคราชทูตประเทศต่างๆ หารือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวีระชัย วีระเมธีกุล)
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2010
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศเฮติ
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2010
รวมเงินบริจาคที่ได้รับ ณ เวลานี้ เป็นเงิน ๙,๔๘๒,๒๘๗.๐๔ บาท
รัฐบาลเปิดศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศเฮติ
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2010
นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เยี่ยมการเปิดศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเฮติของรัฐบาลไทย เพื่อเชิญชวนประชาชนชาวไทยที่ประสงค์ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือด้วยตนเองที่ศูนย์รับบริจาคเงิน ณ บริเวณลานน้ำพุ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก ซึ่งได้ทำการเปิดศูนย์รับบริจาคเงินนี้แล้วในวันนี้ (๒๐ มกราคม ๒๕๕๓) จนถึงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดยรับบริจาคตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ทำให้เมืองดังกล่าวเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งด้านระบบการสื่อสารและคมนาคม รวมทั้งขาดแคลนอาหาร น้ำ และสาธารณูปโภคต่างๆ จนเกิดการแก่งแย่งปล้นสะดม ประชาชนมีความเดือดร้อน และยังประมาณกันว่า จากเหตุการณ์นี้อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากราว ๒๐๐,๐๐๐ คน รัฐบาลไทยในเบื้องต้นได้ช่วยเหลือเป็นเงินไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงและต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่รัฐบาลไทยพึงมีต่อมิตรประเทศ ดังนั้น ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ ได้เห็นชอบให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม มอบข้าวจำนวน ๒๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งทยอยส่งได้ในปลายเดือนมกราคมนี้ และให้เปิดศูนย์รับบริจาคเงิน ผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยทำเนียบรัฐบาล ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “รวมน้ำใจชาวไทยช่วยผู้ประสบภัยเฮติ” เลขบัญชี 067-0-05765-7ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓) เป็นเวลา ๖๐ วัน ซึ่งขณะนี้มีประชาชนเริ่มทยอยบริจาคเงินช่วยเหลือดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ให้เปิดศูนย์รับบริจาคเงินจากประชาชนชาวไทย ที่ประสงค์จะมาบริจาคด้วยตนเอง ณ บริเวณลานน้ำพุ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม – ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนดูแลรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว โดยวันนี้ เวลา ๑๐.๓๐ น. ตนพร้อมด้วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เยี่ยมการเปิดศูนย์รับบริจาคเงิน
ณ บริเวณลานน้ำพุ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ และร่วมรับบริจาคเงินช่วยเหลือดังกล่าวด้วย
จึงขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีของพี่น้องชาวไทยที่ร่วมกันช่วยเหลือและบริจาคเงินในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใด และเชิญชวนประชาชนชาวไทยที่ต้องการร่วมบริจาคเงินเพิ่มเติมช่วยเหลือพี่น้องชาวเฮติ
ที่กำลังประสบภัยพิบัติและมีความเป็นอยู่ด้วยความยากลำบากอยู่ในขณะนี้ ตาม ๒ ช่องทางที่กล่าวไป โดยขอเน้นย้ำว่า ขอรับบริจาคเป็นตัวเงินเท่านั้นและของดรับสิ่งของบริจาคใดๆ เนื่องจากมีความยากลำบากในการคมนาคมขนส่ง และหากต้องการสอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ call centre รัฐบาล ๑๑๑๑ หรือ โทรศัพท์หมายเลข ๐ ๒๒๘๑ ๔๑๓๐
----------------------
ขับเคลื่อน “ ภาคีการดำเนินงานโครงการชุมชนพอเพียงภาคธุรกิจเอกชนและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ “ สู่ความยั่งยืน
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2010
ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต ๖ ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อวางกรอบและแนวทางการทำงาน
วันพุธที่ 20 มกราคม 2010
รัฐบาลเตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันสำคัญในปี ๒๕๕๓
วันพุธที่ 20 มกราคม 2010
พระเจ้าอยู่หัว ๘๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ทั้งบริเวณถนนราชดำเนิน พระลานพระราชวังดุสิต และท้องสนามหลวง ซึ่งจัดได้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติทำให้ประชนชาวไทยมีความสุข กิจกรรมได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาแนวทางการจัดงานเฉลิม
พระเกียรติเนื่องในโอกาสวันสำคัญในปี ๒๕๕๓ ได้แก่ วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ในโอกาส
๖๐ ปี แห่งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ เฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ๗๘ พรรษา และวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓
เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๓ พรรษา
