www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
พม.ร่วมกับ UNDP จัดโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีตามวิถีอิสลามใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงานในพิธีเปิด“โครงการพัฒนาศักยภาพสตรีตามวิถีอิสลามใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำสตรีมุสลิมให้มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาชุมชนและการตัดสินใจทางการบริหาร การปกครอง และการเมืองในระดับต่างๆ โดยมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในประเทศไทย พบว่า ผู้หญิงมีส่วนร่วมทางการเมือง และกระบวนการตัดสินใจน้อยในทุกระดับ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางสังคมที่ไม่สมดุล ผลการวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าว สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับสหประชาชาติ (พ.ศ.๒๕๕๕ – ๒๕๕๙) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นความเสมอภาคหญิงชาย และเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ทั้งนี้ โครงการพัฒนาศักยภาพสตรีตามวิถีอิสลาม ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ได้กำหนดให้สตรีมุสลิมใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เป็นเป้าหมายหลัก เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พบว่า สตรีมุสลิมมีความต้องการที่จะได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความสามารถ และศักยภาพ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ภาคส่วนต่างๆจะร่วมมือกันในการสนับสนุนให้บทบาทของสตรี โดยเฉพาะสตรีมุสลิม มีความชัดเจนขึ้น มีทักษะและศักยภาพ พร้อมที่จะพัฒนาไปสู่ความรับผิดชอบในตำแหน่งที่ต้องมีการตัดสินใจ
นายสันติ กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ โดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบตรัว ร่วมมือกับสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP) จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีตามวิถีอิสลามใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่สตรีมุสลิมใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ให้มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา การตัดสินใจ และการบริหาร ทั้งในระดับชุมชน สังคม และประเทศ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรสตรี เพื่อเป็นกลไกในการสนับสนุนสตรีมุสลิมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น และประเทศ ให้มากขึ้น โดยแนะนำให้สตรีรู้จักสิทธิ อำนาจ และหน้าที่ของตนเอง ตระหนักถึงความเสมอภาคหญิงชายในกรอบของศาสนาอิสลาม รวมทั้งสตรีและบุรุษมีความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของสตรี ในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น และประเทศ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขในสังคม ยอมรับในความสามารถ และเข้าใจถึงความแตกต่างกันของทั้งสองเพศ
อย่างไรก็ตาม “โครงการฯนี้ จะเป็นโอกาสหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้หญิงเข้าสู่การบริหารและพัฒนาท้องถิ่นเป็นการส่งเสริมให้ผู้หญิงได้ใช้ศักยภาพที่มีอยู่ของตนในการช่วยเหลือ พัฒนาชุมและสังคม โดยคำนึงถึงกรอบวัฒนธรรมและศาสนาเป็นสำคัญ และมุ่งเน้นการสร้างทักษะ ความสามารถในการเป็นผู้นำ เพื่อจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และการพัฒนาชุมชนของตนเองให้มากขึ้นต่อไปในอนาคต” นายสันติ กล่าว.