นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเด็กไปสู่การเจริญวัยที่เหมาะสม รวมถึงความก้าวหน้าของสตรี ซึ่งปัญหาความรุนแรงดังกล่าวข้างต้นรวมไปถึงปัญหาความรุนแรงในรูปแบบของการค้าหญิงและเด็ก การบังคับค้าประเวณี หรือการค้ามนุษย์ ได้ปรากฎให้เห็นและมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี รัฐบาลตระหนึกถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๒ กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็น “เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี” ซึ่งมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัวทุกปี โดยมีกระทรวงฯ เป็นหน่วยงานหลักของภาครัฐในการประสานการดำเนินงานการดังกล่าวกับภาคีภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างกระแสให้สังคมได้ตระหนักและตื่นตัวต่อปัญหา ร่วมเป็นหนึ่งเสียงในการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัวอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
นายสันติ กล่าวต่อว่า แนวทางหนึ่งสำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลดน้อยลงคือ การสร้างแนวร่วมให้ผู้ชายยุคใหม่เข้ามาเป็นเครือข่ายในการรวมพลังเพื่อยุติความรุนแรง โดยการลด ละ เลิก การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้ง การปรับเปลี่ยนเจตคติของทั้งหญิงและชายร่วมรณรงค์เชิญชวนให้คนในครอบครัว หน่วยงาน ชุมชน ร่วมเป็นพลังในการ “ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว” จะนำไปสุ่ความร่วมมือร่วมใจกันผลักดันและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งในวันนี้ได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการยุติความรุนแรงในครอบครัว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ กันระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนและกระทรวงฯ ถือเป็นพันธสัญญา ความพร้อม และความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่นำไปสู่ความร่วมมืออย่างจริงจังในการให้ความคุ้มครอง ช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวน้อยลง ในโอกาสนี้กระทรวงฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณประทานจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาพ ให้กับบุคคลต้นแบบในการกระทำความดีเพื่อยุติความุรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว จำนวน ๑๕ ราย และนักศึกษาผู้ได้รับโล่รางวัลจากการประกวดภาพยนต์สั้นและโปรสเตอร์ภาพยนตร์ จำนวน ๗ ราย เพื่อเป็นกำลังใจในการกระทำความดีต่อไป
“กระทรวงฯ ขอเชิญชวนหน่วยงาน และประชาชนทุกเพศ ทุกวัยร่วมแสดงพลัง "ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว” เพื่อยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ หากพบเห็นการกระทำความรุนแรงฯ สามารถแจ้งเหตุ หรือแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์ประชาบดี โทร. ๑๓๐๐ ทั่วประเทศ ๒๕ ชั่วโมง”
