นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า โครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ (Ship for Southeast Asian Youth Programme) เป็นโครงการตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับรัฐบาลประเทศในเอเชียอาคเนย์ ๑๑ ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ซึ่งทั้งหมดได้ส่งคณะเยาวชนเข้าร่วมโครงการฯประเทศละ ๒๘ คน หัวหน้าคณะผู้แทนเยาวชน (National Leader) ประเทศละ ๑ คน และคณะผู้แทนเยาวชนจากประเทศญี่ปุ่น ๔๐ คน รวมทั้งสิ้นจำนวน ๓๓๐ คน ร่วมเดินทางไปกับเรือฟูจิมารู โดยมีจุดเริ่มต้นเดินทางที่ประเทศญี่ปุ่น ต่อจากนั้นเรือจะแวะไปเยือนประเทศสมาชิกอาเซียน รวม ๕ ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และบรูไน ระหว่างการเดินทางจะมีการประกอบกิจกรรมต่างๆร่วมกันของคณะเยาวชนฯ ทั้งกิจกรรมบนเรือและกิจกรรมในประเทศที่แวะเยือน อาทิ การกีฬาและนันทนาการ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การพักกับครอบครัว ตลอดจนการทัศนศึกษาในประเทศต่างๆ รวมระยะเวลาการเดินทาง ๕๒ วัน ซึ่งโครงการฯนี้จัดขึ้น เพื่อมุ่งส่งเสริมมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนญี่ปุ่นและเยาวชนอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านต่างๆ เช่น สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม รวมทั้งการศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาในระดับเยาวชน ฝึกฝนเยาวชนในการอยู่รวมกลุ่มและสร้างสรรค์ประโยชน์ร่วมกัน และเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ความรู้ สำหรับนำไปใช้ประโยชน์แก่ประเทศชาติในอนาคตต่อไป
นางสาวอนุตตมา กล่าวต่อว่า ในโอกาสที่เรือฟูจิมารูนำคณะเยาวชนฯ แวะเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๙ พ.ย. ๕๕ กำหนดจัดกิจกรรม ดังนี้ วันแรก (๑๕ พ.ย.๕๕) คณะเยาวชนฯจะเข้าเยี่ยมคารวะ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในเวลา ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องเจ้าพระยา ชั้น ๓ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันที่สอง (๑๖ พ.ย.๕๕) คณะเยาวชนฯ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งวิมานเมฆ หลังจากนั้นจะเดินทางไปทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียน/นักศึกษา ที่มหาวิทยาลัยรังสิต โรงเรียนไผทอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทร์เกษม และโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ วันที่สาม (๑๗ พ.ย.๕๕) จัดให้คณะเยาวชนฯ พบปะและพักกับครอบครัวเจ้าภาพ วันที่สี่ (๑๘ พ.ย.๕๕) คณะเยาวชนฯ ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์กับอดีตเยาวชนโครงการฯ ปี ๕๔ บนเรือฟูจิมารู และวันที่ห้า(๑๙ พ.ย.๕๕)คณะเยาวชนฯเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศสิงคโปร์
“จากการที่คณะเยาวชนฯ ใช้ชีวิตและประกอบกิจกรรมต่างๆร่วมกันเป็นระยะเวลายาวนานถึง ๕๒ วัน ทำให้เยาวชนได้รับประโยชน์ทั้งต่อตนเองและต่อประเทศชาติ โดยจะศึกษาเรียนรู้ในเรื่องของความเหมือนและความต่างของแต่ละประเทศ การช่วยส่งเสริมมิตรภาพระหว่างเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่นให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการขยายโลกทัศน์ให้เยาวชนมีมุมมองที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ซึ่งประสบการณ์ ตลอดจนความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างเยาวชน จะช่วยหล่อหลอมให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความเป็นผู้นำที่ดีและช่วยส่งเสริมให้เป็นผู้มีศักยภาพอย่างรอบด้านต่อไป”นางสาวอนุตตมา กล่าว.
