โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม ๕๐๐ คน ณ ห้องราชาบอลรูม โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ กระทรวงฯมีนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหา และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนภายหลังเกิดวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อาทิ ๑)การให้ความช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย และเยียวยากลุ่มคนเปราะบาง ตลอดจน ฟื้นฟูผู้ประสบภัยด้านคุณภาพชีวิต เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย ๒)การจัดหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้รุกล้ำลำคลอง รวมทั้งการพัฒนาชุมชนน่าอยู่ และสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาชุมชน ๓)การสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการสร้างโอกาสด้านอาชีพแก่สตรี ๔)การดูแลผู้สูงอายุ สนับสนุนการจัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได การส่งเสริมคุณค่าและศักดิ์ศรีผู้สูงอายุในมากขึ้น ๕)ดำเนินการขับเคลื่อนการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งกระทรวง พม.ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก โดยต้องรายงานผลต่อ ครม. และคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ ๖)การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบฯ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งกระทรวง พม. ได้รับมอบหมายตามมติ ครม. และ ๗)การส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมด้านเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนใช้ศักยภาพของตนเองในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม มีพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ให้คิดวิเคราะห์และแสดงออกอย่างเป็นประโยชน์ เป็นต้น
นายสันติ กล่าวต่อว่า จากนโยบายของรัฐบาลดังกล่าวข้างต้น กระทรวงฯในฐานะหน่วยงานหลักด้านสังคม ต้องมีความพร้อม ๓ เรื่องที่สำคัญ ดังนี้ ๑)ความพร้อมเรื่องข้อมูล หน่วยงานทุกระดับต้องมีการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามภารกิจ ประมวลผลพร้อมใช้งานและจัดให้เป็นระบบ สืบค้นง่าย เพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผนดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วน หรืองานอื่นๆตามภารกิจ การทำงานบนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานได้เป็นอย่างดี ๒)ความพร้อมเรื่องบุคคลากร การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยบุคคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีทีมงานที่มีความสามารถ เป็นทีมที่เข้มแข็ง ร่วมกันคิดค้นและพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมีการบูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกันทั้งภายในองค์กรและภาคีเครือข่าย อย่างเป็นระบบมีเอกภาพ และ ๓)ความพร้อมเรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะแนวคิดการทำงานเชิงรุก การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ต้องมีการบริหารจัดการงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ กระทรวงฯได้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามมาตการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ “กระทรวงฯมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆด้านสังคม โดยมีประชาชนเป็นเป้าหมายหลักการดูแลประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นภารกิจที่ค่อนข้างหนัก ต้องอาศัยเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกกระทรวงฯ ดังนั้น กระทรวงฯต้องส่งเสริมให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม เกิดการบูรณาการร่วมกันภายในกระทรวงฯ มีความสามัคคีในองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้การติดต่อสื่อสารมีประสิทธ์ภาพ เกิดสัมฤทธิ์ผลในการปฏิบัติงาน” นายสันติ กล่าว.
