กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางญาณี เลิศไกร ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ร่วมพิธีเปิด ณ โรงแรมเหอเจีย แกรนด์ โฮเต็ล อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาการค้ามนุษย์ที่ประเทศไทยประสบอยู่ในขณะนี้ มีความซับซ้อนหลากหลายและครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้านและใกล้เคียง มีการลักลอบขนย้ายคนข้ามประเทศเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย เพื่อมาแสวงหาประโยชน์จากการบังคับเป็นขอทาน การใช้แรงงานเสมือนทาส ในรูปแบบแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือแรงงานในเรือประมง เป็นต้น จังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในหลายจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีทั้งด้านการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่างๆ จึงทำให้ประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประกอบอาชีพ รวมทั้ง มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งในจำนวนนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาในรูปของนักท่องเที่ยว นายหน้าหาคนงาน หลอกลวงหญิงสาวและเด็กหญิง/เด็กชาย เพื่อหาผลประโยชน์โดยการบังคับให้ค้าประเวณี เป็นขอทาน หรือแรงงานที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น ที่ผ่านมาจังหวัดสงขลาได้ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นไปด้วยความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงต้องอาศัยเครือข่ายสื่อมวลชน ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด
นายอำพล ยุติธรรม พมจ.สงขลา กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีหน้าที่ในการฟื้นฟูและคุ้มครองเยียวยาผู้ประสบปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งดำเนินการควบคู่ไปกับการป้องกัน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนรับรู้และตระหนักในการเฝ้าระวังตนเอง และเป็นผู้แจ้งเบาะแสเมื่อเกิดภัย ทั้งนี้ แม้จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้นมา แต่ขบวนการค้ามนุษย์ได้มีการพัฒนารูปแบบของการค้ามนุษย์ที่หลากหลายเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากรูปแบบเดิม คือ การบังคับค้าประเวณีหรือการบังคับเด็กให้เป็นขอทาน ส่วนรูปแบบใหม่ที่พบ คือ การอุ้มบุญ การหลอกให้แต่งงานกับชาวต่างชาติ รวมถึงกลุ่มแรงงานชายไทยที่ถูกบังคับให้ไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ปัญหาการค้ามนุษย์ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกประเทศให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และกลายเป็นประเด็นปัญหาระดับ “ระหว่างประเทศ” ซึ่งในแต่ละประเทศต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดไป ทั้งนี้ กระทรวงฯเล็งเห็นความสำคัญของสื่อมวลชนในการที่จะเป็นกระบอกเสียงในการกระจายข่าวสารต่างๆ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าการค้ามนุษย์เป็นเรื่องไกลตัว และไม่ให้ความตระหนัก ซึ่งการสร้างพลังแห่งการตระหนักรู้และบอกต่อจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้มีอยู่ทุกพื้นที่ เพื่อเป็นเกราะป้องกันตนเองสำหรับผู้ที่ได้รับรู้และเป็นการบอกต่อในการขยายพลังเครือข่ายให้กว้างขวางขึ้น
นางญาณี เลิศไกร ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม ณ จังหวัดสงขลา ครั้งนี้ เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งกระทรวงฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๒ พ.ค.๕๕ และ ในครั้งที่ ๓ ที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ พ.ค.๕๕ โดยครั้งที่ ๑ จัดแล้วที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๖-๒๘ เม.ย.๕๕ ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความตระหนัก และกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและเข้าร่วมเป็นเครือข่ายป้องกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสื่อมวลชนทั้งในส่วนกลาง และในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ได้นำไปใช้ในการผลิตและเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยกระทรวงฯ มีช่องทางโทรศัพท์ที่ใช้แจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม “การเข้าอบรมในโครงการฯครั้งนี้ มีการนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ เพื่อดูสถานการณ์จริงในบริเวณด่านชายแดนอำเภอสะเดาไปด่านประเทศมาเลเซีย เพื่อศึกษาเส้นทางการเข้า/ออกประเทศ และศึกษาดูงานสะพานปลาในตัวเมืองจังหวัดสงขลา เพื่อดูสถานการณ์แรงงานประมง และสามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นแนวทางในการนำเสนอข่าวสารและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและเครือข่ายรับรู้ เข้าใจ ตระหนัก และเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายสื่อมวลชนในการประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการป้องกันและแก้ไขการค้ามนุษย์ร่วมกันต่อไป” นางญาณี กล่าว.
