เพื่อแสดงความกตัญญูและความเคารพ ต่อผู้สูงอายุ รวมทั้งสืบสานประเพณี และวัฒนธรรมที่ดีของไทย ณ อาคารอเนกประสงค์ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี กรุงเทพฯ ดร.อินทร์ริตา นนทะวัชรศิริโชติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในฐานะเป็นคณะอนุกรรมการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้นำการจัดงานฯไปขยายผลทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยให้ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ ๑๒ แห่ง ทั่วประเทศ จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ลงชุมชน และให้สำนักคุ้มครองสวัสดิภาพชุมชนและศูนย์พัฒนาสังคม เยี่ยมผู้สูงอายุที่มีอายุ ๑๐๐ ปี ขึ้นไป ทั้งในกรุงเทพมหานครและ ๗๖ จังหวัด ทั่วประเทศ สำหรับในส่วนกลาง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้จัดงาน “ภูมิปัญญาผู้สูงวัย เป็นหลักชัยของครอบครัว และสืบสานประเพณีขึ้นเบญจา” โดยมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ การมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้สูงอายุที่นำภูมิปัญญาทำประโยชน์ให้สังคม จำนวน ๑๒ ท่าน และครอบครัวที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้สังคม จำนวน ๑๒ ครอบครัว กิจกรรมภูมิปัญญาผู้สูงอายุ และพิธีรดน้ำขอพรข้าราชการบำนาญ
ดร.อินทร์ริตา กล่าวต่อว่า พิธีรดน้ำขอพรข้าราชการบำนาญ มีการจัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นต้นมา เพื่อเป็นการส่งเสริม ฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย การแสดงความเคารพ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการ สำหรับในปีนี้ พิธีรดน้ำขอพรข้าราชการบำนาญ ได้จัดตามประเพณีขึ้นเบญจาตามวัฒนธรรมภาคใต้ ซึ่งประเพณีขึ้นเบญจาเป็นพิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุที่นิยมทำกันในวันสงกรานต์ของภาคใต้ โดยจะเชิญผู้สูงอายุหรือบุคคลที่เคารพนับถือมารับการรดน้ำ บางแห่งจะจัดสถานที่ที่เรียกว่า“เบญจา” โดยยกเป็นนั่งร้านสูงให้คนขึ้นได้ทั้ง ๔ ด้าน แล้วให้ผู้สูงอายุขึ้นไปนั่ง จากนั้น ประชาชนในหมู่บ้านทั้งผู้ที่เป็นญาติและผู้ที่มีความเคารพนับถือจะตักน้ำ ขึ้นอาบ เพื่อเป็นการขอพรจากผู้สูงอายุ และปะแป้ง แต่งตัวให้ผู้สูงอายุ พิธีขึ้นเบญจานี้ ประชาชนทางภาคใต้เชื่อกันว่าถ้าใครได้กระทำจะได้อานิสงส์มาก
