ในโครงการอาชีวบำบัด ภายใต้กิจกรรม “ให้คนไทยยิ้มได้เหมือนเดิม” ในเขตพื้นที่จังหวัดสระบุรี ๑๙๐ รุ่น จำนวน ๓,๘๐๐ คน และจังหวัดปทุมธานี ๖๑ รุ่น จำนวน ๑,๒๒๐ คน เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ลานชุมชนวัดดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี และเวลา ๑๕.๐๐ น. ณ วัดกลางคลอง ๓ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตามลำดับ
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้จัดการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็น ๓ ระยะ คือ ๑.ระยะเร่งด่วน ๒.ระยะช่วยเหลือเยียวยา และ๓.ระยะการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ ซึ่งโครงการอาชีวบำบัดนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรม “ให้คนไทยยิ้มได้เหมือนเดิม”ระยะที่ ๒ วัตถุประสงค์เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย ช่วยลดภาวะความกังวลและคลายความเครียด โดยจัดให้มีการอบรมวิชาชีพระยะสั้นและการสร้างงานสร้างรายได้ และมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ๑.กิจกรรมเป็นขวัญกำลังใจแก่คนทำงานโดยการไปเยี่ยมครัวรัฐบาล ๒.กิจกรรมเสริมสร้างพลังคืนสู่วิถีชุมชน เป็นกิจกรรมสร้างสุข หว่านเมล็ดพันธุ์เป็นขวัญครัวที่จังหวัดสระบุรี และผ้าป่าพืชผักสวนครัว กลองยาวรับขวัญที่จังหวัดปทุมธานี ๓.กิจกรรมพิธีการเพื่อสานงานเสริมศักยภาพคน คือ การปิดอบรมวิชาชีพ พร้อมมอบเงินเบี้ยเลี้ยงแก่ผู้เข้ารับการอบรม และ ๔.กิจกรรมชื่นชมและห่วงใย โดยการเยี่ยมชมผลิตผลจากกิจกรรมอาชีวบำบัด การสาธิตและพบปะเยี่ยมเยือนผู้ประสบอุทกภัยที่เข้าร่วมกิจกรรม ผู้เข้าร่วมโครงการอาชีวบำบัดจะได้รับความรู้ ทักษะทางอาชีพ สามารถนำวัสดุอุปกรณ์ในการฝึกอาชีพ และผลิตผลที่ได้จากการอบรมไปใช้ประโยชน์ในการฟื้นฟูวิถีการดำรงชีวิตสร้างรายได้ต่อไป
นายสันติ กล่าวต่อว่า การฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นและการสร้างงานสร้างรายได้นี้ กำหนดเวลา ๕ วัน ในระหว่างฝึกอบรมจะได้รับเบี้ยเลี้ยง ๑๒๐.- บาท/วัน โดยรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ งบกลางเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมฯ และเบี้ยเลี้ยงของผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน ๖,๐๐๐ รุ่นๆละ ๒๐ คน รวม ๑๒๐,๐๐๐ คน วงเงิน ๑๘๐ ล้านบาท การดำเนินงานดังกล่าวนี้มีขึ้นทั้งในขณะที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง และช่วงขณะน้ำเริ่มลด โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ถึงมกราคม ๒๕๕๕ ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า ๔๐๐ รุ่น
“สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาในระยะที่ ๓ กระทรวงฯ จะดำเนินกิจกรรมการฟื้นฟูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มคนเปราะบาง การฝึกอาชีพระยะสั้น ๔๔ วัน การรวมกลุ่มประกอบอาชีพเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่กลุ่มผู้ประสบอุทกภัย การฝึกอาชีพให้กับคนพิการและผู้สูงอายุ การจัดหารถเข็นรถโยก สำหรับคนพิการ การใช้กลไกเยาวชนจิตอาสาเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูระบบการจัดการชุมชนด้านภัยพิบัติ ซึ่งจะทำให้ผู้ประสบภัยสามารถฟื้นฟู เยียวยา จิตใจ และมีรายได้ที่ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืนต่อไป”นายสันติฯ กล่าวตอนท้าย
----------------------------------------------
