www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
พม. เร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาสตรี ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 10 สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดประชุมชี้แจงแผนพัฒนาสตรีในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 –2554) และมาตรฐานการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในหน่วยงานภาครัฐ  เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำแผนพัฒนาสตรีฯ ไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 

โดยมีนายแพทย์พลเดช  ปิ่นประทีป  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เป็นประธานเปิดการประชุม ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2550  เวลา 09.00 น.  ณ โรงแรมเอเชีย  กรุงเทพฯ 

นายแพทย์พลเดช  ปิ่นประทีป  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กล่าวว่า  สตรี ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของประเทศ  เพราะสตรีเป็นประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศ  รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อสตรี โดยกำหนดเป็นหลักประกันสิทธิและความเสมอภาคของบุคคลทั้งหญิงและชายให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปี พ.ศ.2540  เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่กำลังยกร่างอยู่นี้  นอกจากนี้ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 –2554)  ก็ได้บัญญัติถึงการส่งเสริมความเสมอภาคของบทบาทหญิงและชาย โดยเฉพาะบทบาทผู้หญิงในการบริหารและการปกครองทุกระดับให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  โดยมีแผนพัฒนาสตรีในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2550  เป็นเครื่องมือ กลไกในการพัฒนาสตรีในช่วง 5 ปี ดังกล่าว

นายแพทย์พลเดช  กล่าวต่อว่า  สำหรับแผนพัฒนาสตรีในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 นี้ ได้กำหนดยุทธศาสตร์หลัก เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนเจตคติของคนในสังคมไทยเกี่ยวกับศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์  และความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย  ดังนั้น การขับเคลื่อนแผนดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีการพัฒนาที่เข้มแข็ง ทั้งภาครัฐ ภาคการเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อ สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และสถาบันศาสนา ร่วมกันขับเคลื่อน  ซึ่ง การประชุมในวันนี้  กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะได้นำเสนอรายละเอียดของแผนพัฒนาสตรีฯ และมาตรการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในหน่วยงานภาครัฐ ให้กับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน  ภาคท้องถิ่น  ภาคประชาสังคม  นักวิชาการ  และสื่อมวลชน  เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และนำไปเป็นกรอบ แนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลในการปรับเปลี่ยนเจตคติในสังคมไทย  ไปสู่การเคารพศักดิศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์  และความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในองค์กรต่าง ๆ ต่อไป