กรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย – อินเดีย ที่ได้มีการลงนามไปเมื่อเดือนตุลาคม 2546 ได้ก่อให้เกิดการลดภาษีรายการสินค้าล่วงหน้าระหว่างกันแล้วจำนวน 82 รายการ (Early Harvest Scheme - EHS) และลดภาษีเป็น 0% ตั้งแต่ปี 2549 และทั้งสองประเทศตั้งใจจะบรรลุการเจรจาเปิดเสรีการค้าสินค้าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ มูลค่าการค้าโดยรวมระหว่างไทยและอินเดียภายหลังจากการลงนามความตกลง EHS แล้ว เพิ่มขึ้นจาก 1,184 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 3,406 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2545-2549) และทำให้ไทยได้ดุลการค้ากับอินเดียเป็นครั้งแรกในปี 2548 (มูลค่าการค้าประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทยไปร่วมโครงการที่ประเทศอินเดียในครั้งนี้ ได้แก่ 1) เพื่อเป็นการตอกย้ำโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่จะเกิดจากความตกลง FTA ไทย – อินเดีย และเพื่อเป็นการเบิกทางและขยายโอกาสจากความตกลงแก่ภาคเอกชนไทย โดยมุ่งเน้นสาขาธุรกิจที่ไทยมีศักยภาพในตลาดอินเดีย 2) เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนไทยได้ทำคามรู้จักกับ key players ทั้งภาครัฐและเอกชนของอินเดียในแต่ละเมืองเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ 3) เพื่อเปิดโอกาสให้ภาครัฐและเอกชนไทยได้ศึกษา/เรียนรู้ตลาดอินเดีย ระบบและกฎระเบียบด้านการค้าการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนของอินเดียโดยตรง
กำหนดการดำเนินโครงการดังกล่าวในแต่ละเมืองของอินเดีย จะประกอบไปด้วยกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจต่าง ๆ มากมาย อาทิ (1) การสัมมนาซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ จัดร่วมกับกับองค์กรภาคเอกชนอินเดียในหัวข้อ “Emerging Opportunities Post FTA” (2) การจับคู่ภาคธุรกิจ (Business Matching) ของภาคเอกชนไทยและอินเดีย (3) การพบปะผู้แทนระดับสูงของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุนของรัฐหรือเมืองนั้น ๆ (4) การศึกษาดูงานด้านการค้าและอุตสาหกรรมสำคัญของแต่ละเมือง (5) การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทย (Thai Night Reception) เป็นต้น
ทางด้านความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย – อินเดีย นั้น ไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอินเดียเป็นเวลาเกือบ 60 ปี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2490 ในขณะนี้ ไทยมีสถานเอกอัครราชทูตตั้งอยู่ที่กรุงนิวเดลี และมีสถานกงสุลใหญ่อีก 3 แห่ง ที่เมืองกัลกัตตา เมืองมุมไบ และเมืองเจนไน ส่วนอินเดียมีสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงเทพฯ และมีสถานกงสุลใหญ่ที่เชียงใหม่ และกำลังจะเปิดที่สงขลา
