www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชนไทยที่กรุงปักกิ่ง (20/4/2012)

เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๕ ระหว่างการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พบหารือกับคณะภาคเอกชนไทย จำนวน ๑๑๐ ราย ณ เรือนรับรองรัฐบาลเตี้ยวหยูไถ กรุงปักกิ่ง

โดยมีนักธุรกิจจากสาขาต่าง ๆ อาทิ เกษตรและอาหาร ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์  นิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว พลังงาน โทรคมนาคม บันเทิง ภาพยนตร์และสื่อมวลชน การเงินและตลาดทุน ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์และสุขภาพ และค้าปลีก โดยกระทรวงการต่างประเทศได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานประสานงานในเรื่องนี้

นายกรัฐมนตรีได้เน้นถึงวัตถุประสงค์การเยือนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยในด้านเศรษฐกิจมีการกำหนดเป้าหมายในการขยายการค้าร้อยละ ๒๐ การลงทุน ร้อยละ ๑๕ และการท่องเที่ยวร้อยละ ๒๐ ต่อปีในอีก ๕ ปีข้างหน้า

นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียังได้รับฟังปัญหาและอุปสรรคของนักธุรกิจไทยในการทำธุรกิจในตลาดจีน รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ อาทิ การผลักดันการค้าสินค้าเกษตร การส่งเสริมการลงทุนของไทยในจีน การสร้างแบรนด์ประเทศไทย และการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านสื่อบันเทิง เป็นต้น  รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก และการใช้ประโยชน์จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ภายหลังจากการหารือระหว่างรับประทานอาหารเช้าดังกล่าว ภาคเอกชนได้เข้าร่วมการสัมมนาด้านการลงทุน ในหัวข้อ  “Unbeatable Thailand, Unparalleled Opportunities: Business Environment and Investment Policies” ณ โรงแรม China World Summit Wing โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์ในภาพรวมของประเทศไทย และมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการเพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทย และว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักธุรกิจ นักลงทุนและประชาชนจีน

ในช่วงบ่าย ภาคธุรกิจไทยได้หารือจับคู่ธุรกิจกับบริษัทชั้นนำของจีนจากทั้ง ๘ สาขา โดยมีนักธุรกิจจีน เข้าร่วมกว่า ๑๒๐ บริษัท ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยหลายบริษัทได้ทำการสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทไทย และทั้งสองฝ่ายได้ทราบถึงโอกาสในการค้าการลงทุนและจะหารือถึงลู่ทางในการทำธุรกิจร่วมกันต่อไป