www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
แรงงานไทยได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีในอิสราเอล (14/3/2012)

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์การยิงจรวดตอบโต้กันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มปาเลสไตน์ในเขตฉนวนกาซา เมื่อวันศุกร์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. (เวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้มีแรงงานไทย ๔ คน ได้รับบาดเจ็บ นั้น

นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ดังนี้

 

๑. แรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทำงานในนิคมเกษตรกรรมโมชาฟเอนฮัฟซอ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ใกล้กับเมืองเอสโคล ของอิสราเอลห่างจากฉนวนกาซาประมาณ ๔ - ๕ กม. โดยถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ และภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทางการอิสราเอลได้ใช้เฮลิคอปเตอร์นำตัวผู้บาดเจ็บทั้ง ๔ ราย ไปรักษาที่โรงพยาบาลโซโลกา ในเมืองบีเออ เชอวา

 

๒. คนไทยที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยมี ๓ คน ซึ่งแพทย์ได้ตรวจร่างกายแล้ว เห็นว่าไม่เป็นอันตราย โดยได้รักษาและอนุญาตจะให้เดินทางกลับไปพักรักษาตัว สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีจำนวน ๑ ราย ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณท้องและลำตัว และยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

 

๓. ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายแรงงานเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๐ และ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๕ โดยในขณะนี้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้รับการรักษาจนรู้สึกตัวและแพทย์เห็นว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานทางโทรศัพท์กับภรรยาของผู้บาดเจ็บสาหัส เพื่อแจ้งให้ทราบด้วยแล้ว ซึ่งภรรยาได้แสดงความเป็นห่วงและมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ให้ความช่วยเหลือต่อไป

 

๔. สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนั้น หากเป็นการบาดเจ็บจากการถูกโจมตีในลักษณะเช่นนี้ ทางการอิสราเอลจะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้อย่างเต็มที่

 

๕. สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานกับนายจ้าง และเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ทราบว่า ขณะนี้คนไทยมีขวัญและกำลังใจดี และส่วนนายจ้างได้ติดตามและตั้งใจที่จะให้การดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ จะได้ติดตามประสานกับฝ่ายอิสราเอลเรื่องค่ารักษาพยาบาลและอื่น ๆ ตามสิทธิที่พึงจะได้รับต่อไป

 

๖. เกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากสถานการณ์การปะทะระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มปาเลสไตน์ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอให้แรงงานไทยในอิสราเอล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพิ่มความระมัดระวัง ทั้งนี้ หากประสงค์ขอรับการช่วยเหลือ ก็สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟได้ทันที

 

****************************************