www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดน ร่วมไทย – กัมพูชา ครั้งที่ ๕ (17/2/2012)

เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศด้านเขตแดนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย – กัมพูชา (JBC) ฝ่ายไทย และนายวาร์ กิมฮง รัฐมนตรีอาวุโส รับผิดชอบกิจการชายแดน

ในฐานะประธาน JBC ฝ่ายกัมพูชา ได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุม JBC ครั้งที่ ๕ ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่กรุงเทพฯ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

 

๑. ประธาน JBC ฝ่ายไทย กล่าวถึงบรรยากาศของการประชุมโดยรวมว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างสร้างสรรค์ในบรรยากาศที่เป็นมิตรและมีความเข้าอกเข้าใจกัน ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และการทำงานในกรอบ JBC ก้าวหน้าต่อไป โดยย้ำว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคโดยแท้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันให้ดำเนินการในประเด็นที่สามารถทำได้ก่อน เพื่อให้งานของ JBC มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ก็รอให้แต่ละฝ่ายมีความพร้อมจึงค่อยหารือกันต่อไป ซึ่งประธาน JBC ฝ่ายกัมพูชากล่าวเสริมว่า การหารือครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีหลังจากที่ JBC ไม่ได้ประชุมร่วมกันในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา จึงนับเป็นความหวังที่ประเทศทั้งสอง สามารถปรึกษาหารือและสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

 

๒. ประธาน JBC ฝ่ายไทย กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมฯ เห็นพ้องกันที่จะ (๑) ดำเนินการเพื่อเตรียมการสำหรับการสำรวจและเก็บรายละเอียดภูมิประเทศก่อนจะมีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่บริเวณ บ้านหนองเอี่ยน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กับบ้านสตึงบท จังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของทั้งสองฝ่ายเข้าไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ทั้งนี้ ประธาน JBC ฝ่ายไทยย้ำว่า การเปิดด่านดังกล่าวเป็นเรื่องที่จะต้องไม่กระทบกับเขตแดนในบริเวณดังกล่าว จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงร่วมกันในเรื่องที่ตั้งของเขตแดนดังกล่าว (๒) ร่วมสำรวจและตรวจสภาพหลักเขตแดนที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ตอนที่ ๕ (หลักเขตที่ ๑ – ๒๓) หลังจากการสำรวจบริเวณบ้านหนองเอี่ยนเสร็จสิ้นแล้ว และ (๓) หารือกันเกี่ยวกับการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของทั้งสองฝ่ายหารือกันเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติและการคัดเลือกบริษัทที่จะมาดำเนินการต่อไป


*************************************