ดร.สาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “กรมสรรพากรในหลายประเทศ ได้นำ CRM มาใช้และประสบความสำเร็จโดยมีผลจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งหลักการของ CRM จะเป็นการวิเคราะห์เพื่อวัดค่าระดับความเสี่ยงของผู้เสียภาษี หากผู้เสียภาษีที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เครื่องมือที่ใช้ในการการกำกับดูแลก็จะเน้นด้านของการบังคับทางกฎหมาย เช่น การกำหนดบทลงโทษและการตรวจสอบภาษี ในทางกลับกัน หากผู้เสียภาษีจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ก็จะเน้นด้านการให้บริการ เช่น การให้คำแนะนำ การอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ซึ่งกรมสรรพากรหวังว่าวิธีการดังกล่าวนี้ จะส่งผลดีทั้งต่อผู้เสียภาษีและกรมสรรพากร โดยจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีในการเสียภาษี รวมทั้งทำให้จัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น”
ที่มา : กระทรวงการคลัง
ผู้นำเสนอ : กลุ่มสารนิเทศการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง