นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้แถลงข่าวการเตรียมการเดินทางของ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย ครั้งที่ 46 (46th Asian Development Bank (ADB) Annual Meeting) และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 (ASEAN+3 Finance Ministers and Central Bank Governors Meeting : AFMGM+3) ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 2 – 5 พฤษภาคม 2556 ณ กรุงเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญ ดังนี้
1. การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย ครั้งที่ 46 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ว่าการจากประเทศสมาชิก ADB ทั้งหมด 67 ประเทศ หารือแลกเปลี่ยนแนวทางและประสบการณ์การดำเนินงานของ ADB ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเพื่อให้การช่วยเหลือประเทศสมาชิกในภูมิภาคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยพิธีเปิดการประชุมฯ จะเริ่มขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม 2556 และมีการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานการประชุมฯ (สาธารณรัฐอินเดียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ) และประธาน ADB (Mr. Takehiko Nakao) ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมฯ จะมีการสัมมนาในหัวข้อเรื่องการจัดสรรความช่วยเหลือทางการเงินในระยะยาวเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Mobilizing Long-Term Financing for Infrastructure) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2556 ซึ่งนายกิตติรัตน์ฯ ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นผู้เสวนาในการสัมมนาดังกล่าว นอกจากนี้ ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะเข้าร่วมการประชุมประจำปีประเทศผู้บริจาคในกองทุนพัฒนาเอเชีย (Asian Development Fund Donors Consultation Meeting) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของกลุ่มออกเสียงของไทยใน ADB
2. การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 (ASEAN+3 Finance Ministers and Central Bank Governors Meeting : AFMGM+3) ครั้งที่ 16 จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของบรูไนดารุสซาลามและสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประธานร่วมของการประชุมฯ ทั้งนี้ จะหารือเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน+3 ความคืบหน้ามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี [Chiang Mai Initiative Multilateralisation (CMIM)] และมาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asia Bond Markets Initiative : ABMI) การยกระดับสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office : AMRO) เป็นองค์การระหว่างประเทศ การจัดตั้งคณะทำงาน ASEAN+3 Research Group และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินของ ASEAN+3 ในอนาคต
3. นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์ฯ มีกำหนดหารือทวิภาคีกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น องค์การระหว่างประเทศ อาทิ ADB, ธนาคารโลก, AFD (French Development Agency), Japan Bank for International Cooperation (JBIC) และสถาบันการเงินระหว่างประเทศชั้นนำต่างๆ อาทิ Daiwa Securities, Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ, Credit Suisse เป็นต้น
4. ADB เป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระดับพหุภาคี เช่นเดียวกับธนาคารโลก ก่อตั้งขึ้นภายใต้การดำเนินการของกลุ่มประเทศสมาชิก Economic and Social Commission for Asia and Pacific (ESCAP) 31 ประเทศ เมื่อปี 2509 และเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2509 (ประเทศไทยเป็น 1 ใน 31 ประเทศผู้ร่วมก่อตั้ง) โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ADB มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 67 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศที่อยู่ภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 48 ประเทศ และประเทศที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 19 ประเทศ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักในการดำเนินงานของ ADB คือ มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศสมาชิก บรรเทาปัญหาความยากจน พัฒนาภาคสังคมและส่งเสริมธรรมาภิบาล สำหรับกรอบการดำเนินการในระยะยาว (พ.ศ. 2551 - 2563) ADB ได้มีการกำหนดนโยบายหลักเกี่ยวกับการสนับสนุนความเจริญเติบโตอย่างเบ็ดเสร็จ (Inclusive Growth) การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและคำนึงถึงสภาวะสิ่งแวดล้อม (Environmentally Sustainable Growth) และการรวมตัวในระดับภูมิภาค (Regional Integration) โดย ADB ได้มีการดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกในรูปแบบต่างๆ อาทิ การให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้ การค้ำประกันเงินกู้ และการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ เป็นต้น
สำนักนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
โทร. 02 273 9020 ต่อ 3614
ที่มา : กระทรวงการคลัง
ผู้นำเสนอ : กลุ่มสารนิเทศการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
