วันนี้ (11 เมษายน 2556) ณ กรมธนารักษ์ นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เหรียญ เนื่องด้วยรัฐบาลและกระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เหรียญขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งจะใช้พื้นที่ของสำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ ที่ตั้งอยู่ภายในเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่เขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดำเนินการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวโดยกรมธนารักษ์จะทำการย้ายสำนักบริหารเงินตราไปอยู่ที่สำนักกษาปณ์ จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากภารกิจด้านบริหารเงินตราและด้านกษาปณ์เป็นกระบวนงานกึ่งงานบริการและอุตสาหกรรมที่เชื่อมต่อและมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด การปฏิบัติงานในพื้นที่เดียวกัน จะทำให้กระบวนงานด้านเหรียญกษาปณ์ครบวงจร และสามารถบูรณาการงานเพื่อช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งการสำรองเหรียญสำหรับการจ่ายแลก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตเหรียญได้อีกทางหนึ่ง ตลอดจนเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยไม่ต้องเข้ามารับบริการในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน
อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า กรมธนารักษ์มีลูกค้ารายใหญ่ อาทิ ส่วนราชการ สถาบันการเงิน ธนาคาร ห้างร้าน เฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,000 – 1,200 ราย มูลค่าประมาณ 140 – 220 ล้านบาทต่อเดือน และรายย่อย (ประชาชนทั่วไป) ที่มารับบริการจ่ายแลกเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5,600 – 7,000 ราย มูลค่าประมาณ 70 – 92 ล้านบาทต่อเดือน และรับบริการแลกคืนเหรียญ เฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,000 - 1,500 ราย มูลค่าประมาณ 80 – 130 ล้านบาท ต่อเดือน และตั้งแต่ปี 2548 ได้ทดลองนำร่องการให้บริการจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์แก่ลูกค้ารายใหญ่ บางรายที่มีความประสงค์จะรับเหรียญที่โรงกษาปณ์ รังสิตแล้ว โดยปริมาณของผู้มารับบริการแลกเหรียญกษาปณ์ในส่วนกลางทั้งรายใหญ่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 3- 5 มีมูลค่าประมาณปีละ 1,745 – 1,830 ล้านบาท
สำหรับการย้ายสำนักบริหารเงินตราไปอยู่ที่โรงกษาปณ์ รังสิต ในครั้งนี้ จะช่วยลดขั้นตอน ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานทั้งงานจ่ายแลก – รับคืน การเบิก การขนย้ายเหรียญ จากห้องมั่นคงต่างๆ และสามารถบริหารจัดการจ่ายแลกเหรียญรับคืนที่อยู่ในสภาพดีออกจ่ายแลกต่อไปได้รวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยลดภาระทั้งด้านต้นทุนและการดูแลรักษาความปลอดภัยในการเก็บเหรียญสำรอง (Safety stock) อีกด้วย นายนริศ กล่าวในตอนท้าย
ที่มา : กระทรวงการคลัง
ผู้นำเสนอ : กลุ่มสารนิเทศการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
