www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
เดือนมิถุนายน 2550 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังเพิ่มขึ้นจากภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี 2549 ส่งผลให้ดุลเงินสดเกินดุล 54,411 ล้านบาท
นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสด สรุปได้ว่า ในเดือนมิถุนายน 2550 แม้ว่าการเบิกจ่ายเงินงบประมาณจะเร่งตัวขึ้นมาก แต่รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังเพิ่มขึ้นจากภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี 2549 ส่งผลให้ดุลเงินสดเกินดุล 54,411 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ตุลาคม 2549 – มิถุนายน 2550) รัฐบาลขาดดุลเงินสดทั้งสิ้น 189,702 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชดเชยการขาดดุลโดยการใช้เงินคงคลัง 46,042 ล้านบาท การออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 97,115 ล้านบาท และการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 46,545 ล้านบาท ทั้งนี้ การขาดดุลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของนโยบายการคลังในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับที่เหมาะสม

1. ฐานะการคลังเดือนมิถุนายน 2550
 1.1 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 249,972 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 16.4 โดยรายได้ที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นมาก ได้แก่ ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษียาสูบ
 1.2 รัฐบาลมีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น 164,381 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 40.1 โดยแบ่งออกเป็นรายจ่ายประจำ 126,403 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน 32,200 ล้านบาท และรายจ่ายจากงบประมาณปีก่อน 5,778 ล้านบาท

 1.3 จากรายได้นำส่งคลังและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลข้างต้น ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณในเดือนมิถุนายน 2550 เกินดุล 85,591 ล้านบาท ในขณะที่ดุลเงินนอกงบประมาณขาดดุล 31,180 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจ่ายเงินอุดหนุนที่เหลื่อมจ่ายจากเดือนที่แล้วให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 9,459 ล้านบาท และการถอนเงินฝากจากบัญชีเงินฝากภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บแทน อปท. อีก 4,357 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลเงินสดเกินดุล 54,411 ล้านบาท

2. ฐานะการคลังในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550
 2.1 รายได้นำส่งคลัง ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1,050,754 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 5.9 โดยรายได้ที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนในอัตราสูงที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีเบียร์ ภาษียาสูบ ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีสุรา ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเครื่องดื่ม นอกจากนี้รายได้จากรัฐวิสาหกิจและส่วนราชการอื่น (รายได้จากส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล) ก็เพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน
 2.2 รายจ่ายรัฐบาล ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 การเบิกจ่ายของรัฐบาล มีจำนวนทั้งสิ้น 1,154,744 ล้านบาท สูงกว่าการเบิกจ่ายในช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 12.7 โดยแบ่งออกเป็นรายจ่ายปีปัจจุบัน 1,065,212 ล้านบาท อัตราการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ 68.0 ของวงเงินงบประมาณ (1,566,200 ล้านบาท) และรายจ่ายปีก่อน 89,532 ล้านบาท

2.3 ดุลการคลังรัฐบาลตามกระแสเงินสด จากรายได้นำส่งคลังและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลข้างต้นส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุลทั้งสิ้น 103,990 ล้านบาท และเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุลจำนวน 85,712 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจ่ายเงินเหลื่อมจ่ายจากปีงบประมาณ 2549 จำนวน 38,952 ล้านบาท ทำให้ดุลการคลัง (ดุลเงินสด) ขาดดุลทั้งสิ้น 189,702 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่คาดว่าจะขาดดุล 146,200 ล้านบาท (ตารางที่ 4) โดยรัฐบาลชดเชยการขาดดุลด้วยการใช้เงินคงคลัง 46,042 ล้านบาท การออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 97,115 ล้านบาท และการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 46,545 ล้านบาท

ผู้นำเสนอ : กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สป.กค.