• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
กยศ. ขอไกล่เกลี่ยฯ ไม่ฟ้องลูกหนี้
กยศ. ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้รุ่นปี 2542 – 2546 พบว่ามีผู้กู้ยืมจำนวน 142,369 ราย ที่ค้างชำระหนี้ตั้งแต่ 5 งวดขึ้นไป จึงได้บอกเลิกสัญญากับผู้กู้ยืมกลุ่มดังกล่าว และคาดว่าจะมีผู้กู้จำนวนกว่า 90,000 ราย ที่จะถูกดำเนินคดีในปี 2551 นี้ ดังนั้น กองทุนฯ จึงได้หารือกับสำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมดำเนินการจัดให้มี “โครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดี ประจำปี 2551” เพื่อเปิดโอกาสให้   ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันที่จะถูกดำเนินคดีมาติดต่อชำระหนี้ที่คงค้างชำระ

นายธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยภายในงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดี ณ ศาลอาญา ถ. รัชดา เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีคุณปรัชญา อยู่ประเสริฐ      ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาลฏีกา คุณจิตตรา กาญธนะประเสริฐ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักประธานศาลฏีกา และนายปรีชา ภูขำ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานธุรกิจภาครัฐ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ร่วมแถลงว่า “หลังจากที่กองทุนฯ  ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้รุ่นปี 2542 – 2546 พบว่ามีผู้กู้ยืมจำนวน 142,369 ราย ที่ค้างชำระหนี้ตั้งแต่ 5 งวดขึ้นไป จึงได้บอกเลิกสัญญากับผู้กู้ยืมกลุ่มดังกล่าว และคาดว่าจะมีผู้กู้จำนวนกว่า 90,000 ราย ที่จะถูกดำเนินคดีในปี 2551 นี้ ดังนั้น กองทุนฯ จึงได้หารือกับสำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมดำเนินการจัดให้มี “โครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดี ประจำปี 2551” เพื่อเปิดโอกาสให้   ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันที่จะถูกดำเนินคดีมาติดต่อชำระหนี้ที่คงค้างชำระ โดยการนัดเจรจากับกองทุนฯ ใน 3 กรณี คือ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือทำคำรับรองขอชำระหนี้ที่ค้างชำระให้เป็นปกติ หรือขอชำระหนี้ปิดบัญชี ซึ่งประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับ คือ การไม่ถูกดำเนินคดี และจะได้รับโอกาสมากขึ้นในการผ่อนผันการชำระหนี้ ทั้งมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกวิธีการชำระหนี้ที่เหมาะสม รวมทั้งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการ   จะได้รับเงื่อนไขพิเศษในการชำระหนี้จากกองทุนฯ อีกด้วย ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมจะได้รับทราบผลการไกล่เกลี่ยทันทีที่ไกล่เกลี่ยเสร็จโดยไม่ต้องเสียเวลามาศาลเพื่อฟังการพิจารณาคดี

กองทุนฯ จะจัดทำโครงการไกล่เกลี่ยฯ ทั่วประเทศขึ้นในระหว่างวันที่ 8 มกราคม - 8 มีนาคม 2551 ซึ่งถือเอาจังหวัดที่มีจำนวนผู้ถูกบอกเลิกสัญญามากที่สุด จำนวน 9 แห่ง เป็นจุดศูนย์กลาง โดยผู้กู้ยืมใน 76 จังหวัด สามารถเลือกมาดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ย ณ ศาลแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ที่สะดวกต่อการเดินทาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา ตามลำดับ ดังนี้

สถานที่ เบอร์ติดต่อ วันและเวลา
1. สำนักระงับข้อพิพาท ศาลอาญา  ถ. รัชดา กรุงเทพมหานคร  02-5412298-9  02-6104888 ต่อ 853 และ 856  วันที่  8 - 13 มกราคม  2551
2. ศาลแขวงเชียงใหม่   053-921917  วันที่ 15 – 18  มกราคม 2551
3. ศาลจังหวัดศรีสะเกษ  045-612629  วันที่ 28 - 31 มกราคม 2551
4. ศาลจังหวัดบุรีรัมย์  044-614905 , 044-613977  วันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์  2551
5. ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด  043-511343 , 043-526148  วันที่  16 - 19  กุมภาพันธ์  2551
6. ศาลแขวงขอนแก่น   043-243875 วันที่  20 - 24  กุมภาพันธ์  2551
7. ศาลแขวงสุราษฏร์ธานี  077-355146 วันที่ 27  กุมภาพันธ์  2551
   7.1 ศาลาประชาคม อ. พระแสง  วันที่ 28  กุมภาพันธ์  2551
   7.2 ศาลาประชาคม อ. ท่าฉาง  วันที่ 29  กุมภาพันธ์  2551
8. ศาลแขวงนครศรีธรรมราช  075-357505 วันที่  1 - 4  มีนาคม  2551
9. ศาลแขวงสงขลา  074-312980 วันที่  6 - 8  มีนาคม  2551

กองทุนฯ จึงขอเชิญชวนผู้กู้ยืมกลุ่มดังกล่าวเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยฯ ตามวันเวลาและสถานที่ที่กำหนดโดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 9.00 – 15.30 น. ทั้งนี้ ต้องเตรียมนำเอกสารสำคัญของผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันมาแสดงด้วย ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล (ถ้ามี) สำเนาใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี)  สำเนาใบมรณะบัตร (ถ้ามี) สำเนาสัญญาเงินกู้ทุกปี (ถ้ามี) ในกรณีผู้กู้ยืม/ผู้ค้ำประกันไม่สามารถไปตามวันและเวลาดังกล่าวได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่บรรลุนิติภาวะไปแทน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.studentloan.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กยศ. 1597

 

ที่มา : กระทรวงการคลัง
ผู้นำเสนอ : กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง