www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กอ.รมน.สั่งสอบข้อเท็จจริงกรณีกลุ่มผู้อพยพโรฮิงยา มีเยอะต้องให้นอนคว่ำ ผบ.ทร.โชว์ภาพดูแลอย่างดี
       กอ.รมน.สั่งสอบข้อเท็จจริงกรณีกลุ่มผู้อพยพโรฮิงยา มีเยอะต้องให้นอนคว่ำ ผบ.ทร.โชว์ภาพดูแลอย่างดี ซีเอ็นเอ็นแฉ ทหารไทยปล่อยโรฮิงยาทิ้งกลางทะเล
       กอ.รมน.สั่งสอบข้อเท็จจริงกรณีกลุ่มผู้อพยพโรฮิงยา ยันให้นอนคว่ำพื้นดินเพราะมีเยอะกว่า 200 คนคุมไม่หมด ผบ.ทร.โชว์ภาพดูแลชาว"โรฮิงยา"อย่างมีมนุษยธรรม ยันเลี้ยงข้าวก่อนผลักดันออกนอกประเทศ แจงทหารเรือ18นายต้องคุม200คนหนีเข้าเมือง เมินตั้งกก.สอบ

       พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่สื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวกล่าวหาว่าทหารเรือไทยกระทำทารุณกรรมกับกลุ่มผู้อพยพโรฮิงยา ว่า เรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีความเป็นห่วงมาก จึงได้สั่งให้สอบสวนข้อเท็จจริงเพราะถือเป็นความรับผิดชอบหลักของ กอ.รมน. ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามกรอบขั้นตอนและมาตรการการปฏิบัติ โดยขึ้นอยู่กับหลักสิทธิมนุษยชน

 

 

 

       ส่วนการที่นักท่องเที่ยวเห็นว่ากลุ่มผู้อพยพโรฮิงยาถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวด้วยวิธีการนอนคว่ำกับพื้นดินนั้น เป็นเพราะความจำเป็นเนื่องจากผู้อพยพมีมากกว่า 200 คน แต่มีเจ้าหน้าที่เพียง 10 กว่าคน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของการตรวจค้น เพราะเจ้าหน้าที่กังวลเรื่องความปลอดภัยในภาพรวม หากกลุ่มผู้อพยพลุกฮือขึ้นมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ก็จะยากต่อการควบคุม จึงจำเป็นต้องให้นอนคว่ำเพื่อทำการตรวจสอบจำนวนของผู้อพยพที่ตรวจพบ

 

 

 

       กรณีดังกล่าว พลเอกประยุทธ์ ระบุว่า อาจจะต้องเชิญสื่อต่างประเทศมาชี้แจงให้เกิดความเข้าใจถึงขั้นตอนต่างๆ ในการปฏิบัติงาน เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยหลักการและเรื่องจริง ซึ่งกองทัพไม่ได้มุ่งหวังที่จะทำให้เกิดความรุนแรง เหมือนภาพที่ถูกนำเสนอออกไป พร้อมฝากถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนให้ดำเนินงานอย่างเต็มที่ โดยยึดถือแนวทางตามหลักสิทธิมนุษยชน  

 

 

 

       ก่อนหน้านี้ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 มกราคมถึงกรณีสำนักข่าวบีบีซีรายงานข่าวทหารเรือไทยกระทำการทารุณโหดร้ายกับผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงยา ด้วยการปล่อยเรือลอยกลางทะเลจนเสียชีวิต ว่าเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง และเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพราะตนมีหลักฐานว่าทหารเรือได้ดำเนินการอย่างมีมนุษยธรรม ไม่ใช่ทหารที่ป่าเถื่อน ส่วนภาพถ่ายที่สื่อมวลชนต่างประเทศนำมาแสดง อาจเป็นภาพจากนักท่องเที่ยว ที่ไม่รู้ขั้นตอนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

 


      "ภาพตอนที่เราจับกุม คงนึกภาพออกว่า คน 200 คน หลบหนีเข้าเมืองมาผิดกฎหมายกำลังทหารเรามีเพียง 18 นาย เราจำเป็นจะต้องให้เขาถอดเสื้อออกเพื่อดูว่า มีอาวุธหรือไม่ จำเป็นต้องให้เขานอนคว่ำ แล้วเอามือไว้บนศีรษะ มิฉะนั้น คน 18 คน จะคุมคน 200 คนได้อย่างไร อันนี้เป็นวิธีปฏิบัติของเรา เป็นการป้องกันตัวไม่ให้คน 200 คนมาทำร้ายคนของเรา 18 คน" พล.ร.อ.กำธรกล่าว

 


      พล.ร.อ.กำธรกล่าวว่า ปัจจุบันผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงยาถือเป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศ เพราะเข้ามาครั้งละ 100-200 คน ทำให้เกิดปัญหาด้านสังคมและสาธารณสุข ดังนั้นเชื่อว่าคงไม่มีคนไทยคนไหน ต้องการให้ผู้หลบหนีเข้าเมือง 200 คน บุกเข้ามาในประเทศไทยอย่างเสรีทุกวัน

 


      พล.ร.อ.กำธรยังนำภาพถ่ายการจับกุมชาวโรฮิงยา มาแสดงให้สื่อมวลชนดูด้วย โดยเป็นภาพทหารเรือที่มีการดูแลผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามหลักมนุษยธรรม มีการเลี้ยงข้าวและจัดให้อยู่ในที่ร่มไม้ ก่อนที่จะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องผลักดันออกนอกประเทศ พร้อมยืนยันว่า ทหารเรือดำเนินการภายใต้กรอบ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองเป็นอย่างดี

      ซีเอ็นเอ็นแพร่ภาพเหตุการณ์ชนกลุ่มน้อยโรฮิงยาถูกกองทัพไทยปล่อยทิ้งกลางทะเล ชี้กองทัพไทยทารุณกลุ่มหลังสอบถามปากคำจากผู้อพยพโรฮิงยาในภูเก็ต และแหล่งข่าวในกองทัพ

      สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้แพร่ภาพบันทึกเหตุการณ์ชนกลุ่มน้อยโรงฮิงยา ซึ่งเป็นแรงงานอพยพพม่า-บังกลาเทศ ซึ่งอ้างว่าได้มาจากนักท่องเที่ยวแสดงภาพสด ๆ กลุ่มเผชิญชะตากรรมถูกลอยแพบนเรือไม่มีเครื่องยนต์ปล่อยให้อยู่กลางทะเลด้วยอาหารและน้ำประทังเพียงน้อยนิดจากกองทัพไทย โดยภาพหนึ่งแสดงให้เห็นว่า กองทัพไทยได้จับชาวโรฮิงยา ปล่อยลงทะเล ขณะที่ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างคำพูดของนายแอนดรูว์ คันตัน นักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ให้ภาพดังกล่าวแก่ซีเอ็นเอ็นว่า ทหารไทยได้เฆี่ยนชาวโรฮิงหา ทุกครั้งที่พยายามเงยหน้าหรือขยับตัว

 

      รายงานระบุว่า ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บนพื้นที่แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต โดยผู้อพยพรายหนึ่งเปิดเผยว่า เขาเป็นผู้อพยพผู้อยู่บนเรือ 1 ใน 6 ลำ ที่เดินทางมาถึงเมืองไทยเมื่อเดือนธ.ค. โดยเรือทั้งหมดถูกส่งกลับทะเล และเรือ 5 ลำ ประสบเคราะห์ร้ายจมลง ส่วนตัวเขาได้ซ่อนตัวอยู่ในป่าเป็นเวลาหลายวันก่อนจะถูกชาวบ้านจับได้

 

      ขณะที่ซีเอ็นเอ็นบอกว่า จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวในกองทัพระบุว่า กองทัพไทยได้ให้อาหารและน้ำแก่ผู้อพยพโรฮิงยา แต่ยืนยันด้วยว่า เรือของกลุ่มถูกดึงจากทะเลขึ้นฝั่งเป็นเวลานานกว่า 2 วัน ก่อนจะถูกปล่อยกลับทะเล ซึ่งคำอธิบายแหล่งข่าวรายนี้ ขัดแย้งกับคำอ้างของกองทัพไทยที่ระบุว่า ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวใด ๆ กับเหตุการณ์ผู้อพยพโรฮิงยาจมทะเลตาย

 

     ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบีบีซีได้ตีข่าวว่า ทหารไทยจับแรงงานอพยพพม่า-บังกลาเทศ กว่า 400 คน มัดมือมัดเท้า พาขึ้นเรือไม่มีเครื่องยนต์ปล่อยให้ลอยอยู่กลางทะเลด้วยอาหารและน้ำประทังชีวิตเพียงน้อยนิด ว่ายน้ำเข้าฝั่งอินเดียรอดไม่ถึง 100 คน

 

      ขณะเดียวกัน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชซีอาร์) กล่าวแสดงความวิตกต่อกรณีทางการไทยปฎิเสธที่จะให้กลุ่มเข้าเยี่ยมชะตากรรมของชนกลุ่มโรฮิงยา 126 คน ที่ถูกทางการไทยควบคุมตัว แต่ปฎิเสธที่จะเปิดเผยสถานที่ควบคุม โดยนายคิตตี้ แม็คคินเซย์ โฆษกยูเอ็นเอชซีอาร์ประจำเอเชียบอกว่า กลุ่มยังคงกดดันให้ไทยยอมให้กลุ่มเข้าถึงสมาชิกชนกลุ่มโรฮิงยาที่ยังมีอยู่ในเมืองไทย