www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ผบ.ทบ.ให้ทหารสร้างกระแสรู้รักสามัคคี เดินหน้าอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
       ผบ.ทบ.ให้ทหารสร้างกระแสรู้รักสามัคคี  เดินหน้าอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนงาน จชต.ยังคงยึดแนวทางสันติวิธี และการบังคับใช้กฎหมาย
       เช้าวันที่ ๑ ก.ย. ที่ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ โดยก่อนการประชุมได้มีพิธีมอบธงสัญลักษณ์โครงการจากวันแม่ถึงวันพ่อ ๑๑๖ วัน สร้างสามัคคี ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้นเพื่อน้อมนำให้คนไทยร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนเพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนไทย โดยในส่วนของกองทัพบกจะจัดกิจกรรมเดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติ  เริ่มต้นจากกองทัพภาคที่ ๔ หมุนเวียนไปตามพื้นที่ในกองทัพภาคต่างๆ สุดท้ายในวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๑  จะนำธงสัญลักษณ์ที่ได้หมุนเวียนไปตามพื้นที่ต่างๆ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  โดย ตลอดการเดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติจะมีการจัดกิจกรรมสาธารณกุศล และกิจกรรมที่เสริมสร้างความสามัคคีของชุมชนควบคู่กันไปด้วย  ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวว่า การที่กองทัพบกได้เข้าร่วมกิจกรรมเดินวิ่งถือเป็นเกียรติ และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  จึงขอให้ผู้บังคับหน่วยทุกคนใช้กิจกรรมดังกล่าวช่วยรณรงค์สร้างกระแสของความรู้รักสามัคคีของคนในชาติให้กว้างขวางเพื่อทำให้สังคมเกิดความสงบสุขและประเทศชาติมีความมั่นคง 
            ในการประชุมได้มีการรายงานถึงผลการปฏิบัติตามนโยบายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของกองทัพบก โดยเฉพาะโครงการพลิกฟื้นผืนป่าด้วยพระบารมีที่ทุกหน่วยของกองทัพบกได้ร่วมกันปลูกป่า สร้างฝายขนาดเล็กมาตั้งแต่มีนาคม ๕๑  ซึ่งปัจจุบันสามารถปลูกป่าไปแล้ว ๑๐,๒๖๕ ไร่ และสร้างฝายขนาดต่างๆ จำนวน ๒,๕๔๔ ฝาย สำหรับการป้องกันและปราบปรามนั้น กองทัพภาคต่างๆ ได้จัดชุดลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในหลายพื้นที่ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน, ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ละมาด จังหวัดตาก  เป็นต้น   ทั้งนี้  ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบการทำลายทรัพยากร โดยเฉพาะการลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จึงได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลพื้นที่ป่าไม้ที่ควรจัดให้มีการลาดตระเวนร่วมกันแล้วนำไปจัดทำเป็นแผนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยด่วน
            นอกจากนี้ในการประชุมผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของกองทัพภาคที่ ๒ และกองทัพภาคที่ ๓ ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา  ที่สามารถให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที  พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้       ทุกหน่วยเฝ้าติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ อย่างใกล้ชิด  รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนด้วย  อย่างไรก็ตามในการเรื่องการทำงานผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติงานตามภารกิจพื้นฐาน  รวมถึงการสนับสนุนส่วนราชการอื่น  ทั้งเรื่องการป้องกันปราบปรามยาเสพติด     การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนการปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงยึดถือแนวทางการใช้สันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมาย และการสร้างความเข้าใจกับ  พี่น้องประชาชน สำหรับผู้บังคับหน่วยที่ได้รับการแต่งตั้งและปรับย้ายให้ไปปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้นั้น        ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ทุกคนลงพื้นที่ทันทีเพื่อให้การทำงานในการแก้ไขปัญหาภาคใต้เกิดประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง