• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
ข่าวกระทรวง

ธ.ก.ส. เผยผลสำรวจระดับความสุขของเกษตรกรไทยพบร้อยละ 78.51 มีความสุขเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชาวนาที่มีความสุขในระดับมากที่สุดหลังได้รับเงินจากโครงการรับจำนำ ข้าว พร้อมแนะ ธ.ก.ส. ส่งเสริมเกษตรกรเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรสร้างรายได้และอาชีพเสริมให้เกษตรกร เพื่อยกระดับความสุขเพิ่มขึ้น

เกษตรกรสวนยางเตรียมเฮ! เกษตรฯ เร่งตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ยืนยันความถูกต้องรายชื่อและเอกสารสิทธิ์ให้ ธ.ก.ส. ตั้งเป้าตรวจสอบแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้ เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนยางที่ยังตกค้าง

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเผยขณะนี้เปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวแล้ว 34 ศูนย์ทั่วประเทศ นายจ้างพาแรงงานต่างด้าวไปขึ้นทะเบียนและซื้อบัตรประกันสุขภาพแล้วกว่า 110,000 คน ส่วนใหญ่ผลการตรวจอยู่ในเกณฑ์ปกติ  เร่งรณรงค์ให้นายจ้างพาแรงงานต่างด้าวมาตรวจสุขภาพให้ครบถ้วน

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเผยขณะนี้เปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวแล้ว 34 ศูนย์ ทั่วประเทศ นายจ้างพาแรงงานต่างด้าวไปขึ้นทะเบียนและซื้อบัตรประกันสุขภาพแล้วกว่า 110,000 คน ส่วนใหญ่ผลการตรวจอยู่ในเกณฑ์ปกติ  เร่งรณรงค์ให้นายจ้างพาแรงงานต่างด้าวมาตรวจสุขภาพให้ครบถ้วน

ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบสนับสนุนงบกลาง 1,300,624,760 บาท เพื่อการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จำนวน 15,441 โรงทั่วประเทศ รวมทั้งขยายเวลาดำเนินโครงการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เฉพาะปีการศึกษา 2558 ออกไปก่อน

22  กรกฎาคม  2557  นายบุณยฤทธิ์  กัลยาณมิตร  ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวงาน “มหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน คืนความสุขสู่ประชาชน” (Community Product  Festival 2014) ซึ่งการจัดงานมหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนในครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2557 ณ  อาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค                 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ นายบุณยฤทธิ์  กัลยาณมิตร  ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นอย่างยิ่ง และด้วยการส่งเสริมด้านการตลาดถือเป็นภารกิจหลักของกระทรวงพาณิชย์  ที่จะช่วยสร้างโอกาสทางการค้า และขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน                 สร้างรายได้ให้กับผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ โดยการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1,000 ราย ประกอบด้วยสินค้า คือ (1) สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) (2) สินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organic) (3) สินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) (4) สินค้าฮาลาล (Halal) และสินค้าจากจังหวัดชายแดนใต้ (5) สินค้า Fair Trade (6) สินค้าตามโครงการพระราชดำริ/พระราชเสาวนีย์                   (7) สินค้าแฟรนไชส์ (Franchise) และ(8) สินค้าชุมชนจากประเทศในแถบอาเซียนและเอเชีย

และภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ซื้อ (Buyer) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยได้เชิญผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ผู้ส่งออก ห้างค้าส่ง ค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย เพื่อเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และยกระดับสินค้าให้เข้าสู่ช่องทางการตลาดในระดับสากล มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจการซื้อแบบออนไลน์ คลินิกให้คำปรึกษาด้าน E - Commerce และการสัมมนาให้ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการค้าการจดทะเบียนธุรกิจ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  อีกทั้งภายในงานยังจัดให้มีนิทรรศการส่งเสริมการตลาดสินค้าตามโครงการพระราชดำริ /พระราชเสาวนีย์ โดยนำสินค้าหัตถกรรมจากทั่วทุกภูมิภาคมาจัดแสดง มีการสาธิตกระบวนการผลิตสินค้า สาธิตการปรุงอาหารจากจังหวัดชายแดนใต้ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากภาคใต้อีกด้วย

กระทรวงพาณิชย์ คาดหวังว่า การจัดงานในครั้งนี้ จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้ผลิต/ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน และธุรกิจ SMEs  มูลค่ากว่า  200 ล้านบาท จะสามารถต่อยอดทางการค้า  โดยพัฒนาและขยายช่องทางการตลาดทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ  รวมทั้ง ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล สนับสนุนการบริโภคสินค้าจากภูมิปัญญาของไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวม

นอกจากงาน “มหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน คืนความสุขให้ประชาชน”แล้ว  กระทรวงพาณิชย์ยังได้กำหนดแผนการจัดงาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีก จำนวน  7 ครั้ง  ดังนี้

1) งาน “พาณิชย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  คืนความสุขให้ประชาชน”  จำนวน 5 ครั้ง  โดยจัดในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2557  ในเขตกรุงเทพมหานครฯ หรือ ปริมณฑล  จำนวน 1 ครั้ง  และส่วนภูมิภาคอีก 4 ครั้ง (ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : อุดรธานี ภาคกลาง : พระนครศรีอยุธยา ภาคใต้ : นครศรีธรรมราช)

2) งาน “มหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน คืนความสุขสู่ประชาชน” ในภูมิภาค  จำนวน 2 ครั้ง  โดยกำหนด
จัดในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม  ในจังหวัดภาคกลาง (จังหวัดชลบุรี)  และภาคใต้ (จังหวัดตรัง)

โดยการดำเนินการการจัดงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าของประเทศ จำนวน 7 ครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจและบรรยากาศการบริโภค โดยขับเคลื่อนการกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นฐานและการบริโภคภายในประเทศให้เข้าสู่สภาวะปกติ ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องหรือจำเป็นกับการดำรงชีวิตประจำวันในราคาที่เป็นธรรม สามารถช่วยเหลือลดค่าครองชีพ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความมั่นใจในการดำเนินชีวิต ดำเนินกิจกรรม และประกอบอาชีพ และเป็นการสร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้า และระบายผลิตผลทางการเกษตร  โดยเฉพาะผลไม้ไทย ที่มีผลผลิตหลายชนิดออกสู่ตลาดตามฤดูกาล และคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางการค้าให้กับประเทศกว่า 400 ล้านบาท

การจัดกิจกรรมทั้งในส่วนของการจัดงาน “มหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน คืนความสุขให้ประชาชน” และ งาน“พาณิชย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คืนความสุขให้ประชาชน” ถือเป็นเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการคืนความสุข คืนรอยยิ้ม รอยยิ้ม และเรียกความเชื่อมั่น คืนกลับสู่ประชาชนคนไทย โดย“สุขใจทั้งคนขาย ถูกใจทั้งคนซื้อ” พาณิชย์จัดยิ่งใหญ่ขนาดนี้ พลาดไม่ได้แล้ว

กระทรวงสาธารณสุขจัดประชุมถอดบทเรียนการจัดระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมือง ปี 2556-2557 ใช้เป็นแม่แบบจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินดูแลประชาชนอย่างรอบด้าน พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินต่างๆในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการเสียชีวิตผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ปลอดภัย โดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงกลาโหม จะพัฒนาหลักสูตรการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บขณะยังมีเหตุปะทะ

หน้า 1 จาก 224