www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
5 กันยายน 2550
คำกล่าว ของ พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเปิดการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 5เรื่อง การพัฒนากระบวนการยุติธรรมในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และปาฐกถาพิเศษเรื่อง นโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมหลักนิติธรรมในสังคมไทยณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี วันพุธที่ 5 กันยายน  2550 เวลา 09.35 น.
เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมในพิธีเปิดการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรมครั้งที่ 5 เรื่องของการพัฒนากระบวนการยุติธรรมในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก  ซึ่งจริง ๆ แล้ววันนี้น่าจะเป็นพิธีปิด  เพราะว่าได้เริ่มมีการหารือถึงการสัมมนากันมาพอสมควรแล้ว  แต่เนื่องจากว่าผมติดงานก็เลยสามารถที่จะมาร่วมงานกับท่านทั้งหลายได้ในวันนี้  เรื่องที่เป็นหัวข้อสำคัญ  และที่ท่านรัฐมนตรีฯ ได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้  ผมก็อยากจะขยายความนิดหนึ่งว่า  ในส่วนของความเปลี่ยนแปลงนั้นมันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  เพียงแต่ว่าเราจะยอมรับ  เราจะปรับตัวของเราได้หรือไม่  นั่นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ถือได้ว่าไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบุคคล  ไม่ว่าในเรื่องของชุมชน  ไม่ว่าจะในเรื่องของสังคม สังคมในที่นี้หมายถึงว่าสังคมในประเทศของเราเอง หรือว่าสังคมโลกก็มีส่วนที่จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย 

2,500 กว่าปีมาแล้วที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประกาศว่าไม่มีอะไรที่จะไม่มีการเปลี่ยน แปลง  ทุกสิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลง  นั่นคือสัจธรรม  และศาสนาพุทธได้แนะนำไว้ว่า  เราต้องนำอดีตข้อบกพร่องสิ่งต่าง ๆ ที่ควรจะแก้ไขในอดีตนั้นมาปรับปรุง  และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด  เพื่อที่จะมีอนาคตที่ดีกว่า  นั่นก็เป็นสิ่งที่ง่าย ๆ แต่ว่าถ้าหากเราได้นำไปปฏิบัติแล้ว  ก็จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มตั้งแต่ตัวของเราเอง  ผมได้นำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในการปฏิบัติธรรม  แล้วก็พบว่ายังมีอีกมากมายที่ตัวผมเองต้องมีการเปลี่ยนแปลง  จะต้องมีการปรับปรุง  นั่นเป็นส่วนที่เป็นความคิดในส่วนของผม  ก็อยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วยว่า  เมื่อเราพูดถึงกระบวนการยุติธรรมและการเปลี่ยนแปลงของชาติ บ้านเมือง การเปลี่ยนแปลงของสังคม  ไม่ว่าจะเป็นสังคมภายในหรือสังคมภายนอกก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะต้องระวัง  ก็มีข้อคิดอีกเช่นเดียวกันนะครับ  จากความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้  เราพูดถึงเรื่องของการปรับปรุงที่เราได้ดำเนินการกันต่อไป  ก็ไม่คิดว่าการปรับปรุงนั้นจะต้องมีประโยชน์ที่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์  แต่การปรับปรุงนั้นก็ต้องทำไปเรื่อย ๆ ทำไปทุก ๆ ขั้น ทุก ๆ ตอนที่เราดำเนินการที่จะปรับปรุง  เราเห็นข้อบกพร่อง  เราเห็นว่าควรจะแก้ไขอะไร  เราก็มีการปรับปรุง  นั่นก็เป็นเรื่องที่คงจะพูดกันได้  ในบางครั้งเราก็มีความคิดว่าสิ่งที่เราได้ดำเนินไปแล้วนั้นสมบูรณ์แล้ว  แต่ก็มีช่องอยู่เสมอ  สำหรับคนที่คิดไม่ดี  คิดไม่ชอบ  ที่คิดจะหลีกเลี่ยงและใช้ช่องว่างเหล่านั้นในการที่จะทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม 

ผมอยากจะเรียนให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบก็คือ  ในเดือนพฤศจิกายนนี้  จะมีการประชุมที่เราเรียกว่าการประชุมระดับผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียน   ในเรื่องของความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคมนาคมขนส่ง   ในเรื่องของการท่องเที่ยว  สิ่งเหล่านี้พูดกันมา 40 ปี  ปีนี้ก็จะเป็นปีที่มีการลงนามในกฎบัตรของอาเซียน  เพื่อที่จะให้มีข้อผูกมัดที่ชัดเจนและแน่นอน  ว่าพวกเราอยู่ร่วมกันแล้ว  เรามีข้อผูกมัด  เรามีการสัญญาที่จะต้องทำงานร่วมกันอย่างไรบ้าง  จากสิ่งนี้เอง  จะเป็นความเปลี่ยนแปลงต่อไปในวันข้างหน้า  ผมจึงเรียนคร่าว ๆ ว่า ในเรื่องการคมนาคมการไปมาหาสู่จะมีความเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น  มองในด้านที่ดีก็จะเป็นโอกาสที่จะมีการไปมาหาสู่  โอกาสที่จะรู้จักมักคุ้นกันมากยิ่งขึ้น  แต่ในส่วนของผู้ที่ต้องการจะใช้โอกาสนั้นไปในทางที่มิชอบก็มีเช่นเดียวกัน  ไม่ว่าจะในเรื่องของการค้ามนุษย์  การค้ายาเสพติด  การลักลอบข้ามแดน  สิ่งเหล่านี้ก็น่าจะทำได้ง่ายขึ้นถ้าเราไม่เตรียมการ  เราไม่ดูแลสิ่งเหล่านี้  นั่นก็เป็นเรื่องที่เราจำเป็นจะต้องคำนึงถึงและช่วยกันดูแล  ผมได้ทราบจากท่านรัฐมนตรีฯ ว่าเราได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายบางฉบับในเรื่องของการปลอมพาสปอร์ต  ในเรื่องของการค้ามนุษย์  ผมเคยทำงานในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดที่บริเวณชายแดน  ผมเคยทำงานในเรื่องของการติดตามผู้ก่อการร้าย  ที่ลักลอบเข้ามาในบ้านเมืองของเรา  ก็เห็นว่ายังมีช่องว่างมีโอกาสอีกมากมายที่บุคคลที่คิดไม่ดี  สามารถที่จะเข้ามาใช้ช่องว่างเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ต่อตัวของเขาได้ 

นั่นเป็นเรื่องที่อยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วยว่าเมื่อเรามีโอกาสที่จะทำให้มีความเจริญก้าวหน้าของสังคม  มันก็จะเป็นโอกาสอีกส่วนหนึ่งของผู้ที่มองในแง่ที่ไม่ดีเช่นเดียวกัน  เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะทำให้เรามีการปรับปรุงทั้งในแง่ของกระบวนการ  กระบวนการนี้ก็หมายถึงว่าในแง่กฎหมาย  ในแง่ขององค์กร ในแง่ของหน่วยงาน  ในแง่ของเทคโนโลยีที่จะมีความพร้อมในการที่จะเข้ามาหาทางที่จะป้องกัน  หาทางที่จะปราบปรามขบวนการต่าง ๆ เหล่านี้  นั่นก็เป็นเรื่องที่อยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วยนะครับว่า  มันเป็นเรื่องที่จะต้องเจอ  เป็นเรื่องที่เราจะต้องเผชิญในระยะเวลาใกล้ ๆ นี้

ผมต้องขอชื่นชมกระทรวงยุติธรรมที่ได้แสดงความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะพัฒนากระบวนการยุติธรรมของไทย  โดยที่จัดให้มีการศึกษาวิจัย มีเวที  เพื่อพูดคุยแสดงความคิดเห็นกัน  อยู่ในระหว่างผู้ที่สนใจตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา  หลังจากการปฏิรูประบบราชการ  และถือว่านับเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมายืนยันถึงนโยบายของรัฐบาล  เกี่ยวกับการที่จะมีการปรับปรุงพัฒนากระบวนการยุติธรรม  และการส่งเสริมหลักนิติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมของเรา  ในประเด็นของหลักนิติธรรมและความเป็นธรรมนี้  ผมถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง  ก็อยากที่จะเห็นการใช้หลักนิติธรรมในเชิงอุดมการณ์อย่างจริงจัง  คงเป็นงานที่ท้าทาย  งานที่จะต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุก  ๆ ภาคส่วน  เราคงจะต้องค่อย ๆ ปรับปรุง  ต้องค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ โอกาสที่เราจะไปถึงจุดนั้นก็คงจะมีต่อไปในอนาคต สิ่งที่ผมอยากจะเห็นคือการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในทุก ๆ ภาคส่วนให้ได้รับความเป็นธรรม  ไม่ว่าจะในเรื่องใด ๆ ก็ตามที่จะมีโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้อง  ความเป็นธรรมที่ว่านี้จะมองในหลาย ๆ ด้าน  มองในเรื่องของโอกาสอย่างที่ผมได้กล่าวไว้แล้วว่า  เขามีโอกาสที่จะได้รับการดูแลจากข้าราชการของเราอย่างเป็นธรรมจริงหรือไม่  นั่นก็เป็นประเด็นเรื่องแรกนะครับที่ส่วนมากแล้วจะมีปัญหา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล  มีความรู้น้อย  ด้อยโอกาสทางการศึกษา  ก็จะเป็นประชาชนที่จะถูกฉวยโอกาสในการที่ดำเนินการต่าง ๆ ได้ง่าย เราก็พยายามที่จะปรับปรุงในส่วนเหล่านี้  ด้านหนึ่งคือในด้านของการให้การศึกษา  ที่จะต้องให้ผู้ที่ด้อยโอกาสได้มีโอกาสที่จะศึกษามากขึ้น  ได้เข้าใจในวิธีการต่าง ๆ เข้าใจในระเบียบและมีโอกาสที่จะได้พูดคุยทำความเข้าใจกับข้าราชการต่าง ๆ มากขึ้น  มีมุมมองหรือว่ามีทัศนคติที่กว้างขึ้น  ไม่ถูกชักจูงได้โดยง่าย  นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องดำเนินการ  ก็พูดได้ว่าความไม่เป็นธรรมในสังคมทำให้เกิดปัญหาในบ้านเมืองของเรามานานพอสมควร  ก็ได้ค่อย ๆ แก้มาเป็นลำดับ 

ส่วนหนึ่งที่ผมได้รับคำบอกเล่าจากผู้บังเกิดเกล้าของผมเอง  ก็คือการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475  ในสมัยนั้นก็ไม่มีความเท่าเทียมกัน  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นก็ต้องการที่จะเห็นความเท่าเทียมกัน  ความเป็นธรรมอย่างที่ผมพูดถึงนี้  เมื่อเปลี่ยนแปลงมาแล้วความเป็นธรรมก็ยังไม่บังเกิด   คุณพ่อผมก็ต้องไปต่อสู้อีกแนวทางหนึ่ง   เจอกันท่านก็ถามผมอีกว่ามองบ้านเมืองเป็นอย่างไร  นั่นคือคำถามสุดท้ายที่ท่านถามผมก่อนที่เราจะไม่เจอกันอีก  ผมก็บอกว่าผมมองว่าถ้าเผื่อผมมีหน้าที่ทำงานสิ่งหนึ่งสิ่งใด ผมจะดูแลบ้านเมือง ปัดกวาดบ้านเมืองของผมให้สะอาด ด้วยกำลัง  ด้วยความสามารถ  ไม่ว่าผมจะอยู่ในหน้าที่อันไหนก็ตาม  นั่นคือสิ่งที่ผมได้ตอบคุณพ่อผมไป  เราก็เข้าใจกันดี  ต่างคนต่างก็มีแนวคิด  ต่างคนต่างก็มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาของตัวเอง  แต่เมื่อมาถึงตรงจุดนี้ผมก็ต้องพูดถึงในเรื่องของความเป็นธรรม  พูดถึงกระบวนการยุติธรรมที่เราทุกคนจำเป็นจะต้องช่วยกัน  ไม่เช่นนั้นสังคมเราไปไม่ได้จริง ๆ ถ้าหากว่าเรายังมองในระบบอุปถัมภ์  มองในระบบที่จะต้องมีการเกื้อหนุน  ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วยว่า  การปรับปรุงนั้นคงไม่สามารถปรับปรุงเฉพาะในเรื่องของตัวบทกฎหมายได้เป็นอย่างเดียว  จำเป็นจะต้องดูในเรื่องขององค์กร จำเป็นจะต้องดูในเรื่องของบุคลากร          ในมุมมองที่ค่อนข้างที่จะกว้าง  เราจึงจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคที่สำคัญตรงนี้ไปได้ 

ในส่วนของนโยบายของรัฐบาล  ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน  2549  นี่ก็เกือบจะครบปีอยู่แล้ว  ว่าจะมีการปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรม   โดยที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมปรับปรุงกระบวนการสืบสวนสอบสวนการกลั่นกรองคดี  และการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดคดี  การควบคุมและฟื้นฟูผู้กระทำผิด  คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน  เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม   และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย  สะดวก รวดเร็ว          มีประสิทธิภาพ  มีการสร้างทางเลือกในกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์  รวมทั้งให้ชุมชนมีบทบาทในการประนีประนอมข้อพิพาท  และป้องกันเฝ้าระวังอาชญากรรม  เพื่อลดปริมาณคดี  ความสูญเสียจากอาชญากรรม  และความขัดแย้งของสังคม  ซึ่งความมุ่งหวังของนโยบายที่กล่าวมานั้นก็คือความสงบสุข  ความเป็นธรรมของสังคม  โดยมีขบวนการยุติธรรม  และมีกฎหมาย องค์กร บุคลากร ที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้น  นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้กล่าวไว้แล้ว 

ผมได้ให้ความสำคัญในเรื่องของความเป็นธรรมเป็นอย่างมาก  ในเรื่องของความเป็นธรรมนั้น  สิ่งที่เราจำเป็นจะต้องกระทำก็เป็นส่วนหนึ่ง  หมายถึงว่าเป็นเรื่องที่เราสามารถอธิบายได้  มีเหตุมีผล  มีความโปร่งใส  นั่นเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นธรรม  ที่ผมคิดว่าถ้าเรายืนอยู่ตรงจุดนี้  เราก็สามารถที่จะพูดคุยกับใครก็ได้  ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนที่ด้อยโอกาส  ถ้าเราได้มีโอกาสทำความเข้าใจ  แล้วก็ใช้เหตุผลให้เขาได้รับทราบ  เขาก็จะมีความเข้าใจ  นั่นเป็นเรื่องที่ถือได้ว่าเราได้มีการปรับปรุง  เราได้มีการพัฒนากันมาพอสมควร  ทางกระทรวงยุติธรรมได้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจ  และได้เสนอการปรับปรุงระบบงานตำรวจมา 10 ประการ  พร้อมทั้งกฎหมายอีก 2 ฉบับ  ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการ  และอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา  ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะได้มีกฎหมายในการปรับปรุงสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในอายุของรัฐบาลนี้  ซึ่งก็เห็นว่าเราได้รับการตอบรับที่ดีจากพี่น้องประชาชน  จากหลาย ๆ ส่วนที่ให้ข้อคิดเห็น  ให้คำแนะนำ  ซึ่งก็ได้มีการนำไปปรับปรุงและปฏิรูปองค์กรตำรวจกันต่อไป  การปรับปรุงในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างที่ผมได้กล่าวในเบื้องต้น  คงจะต้องค่อย ๆ ดำเนินการต่อไป  ค่อย ๆ ทำให้องค์กรที่จะให้ความเป็นธรรมมีโอกาสที่จะปรับปรุงและก้าวหน้าไปในทางที่ดีที่สุด  เท่าที่เราเห็นว่าเหมาะสมกับสภาพของบ้านเมืองเรา  เหมาะสมกับสภาพของสังคมเรา 

ในเรื่องของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ได้มีการรับรองไปเมื่อไม่นานมานี้  ถือว่าเราจำเป็นจะต้องมีองค์กรที่พัฒนาในเรื่องของหลักนิติธรรมขึ้นมา  โดยมีการจัดตั้งองค์กรในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม  ที่จะดำเนินการอย่างเป็นอิสระ  และนั่นจะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ใช้กฎหมายสูงสุด  ที่ได้มอบอำนาจในส่วนนี้ผ่านทางองค์กรของกระบวนการยุติธรรม  มาเป็นแนวที่จะวางรากฐานของหลักนิติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมของเราต่อไป 

จากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้  ก็ด้วยเจตนาที่หวังจะเห็นการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของไทยที่ดีขึ้น  ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน  และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาวการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะจากภายในหรือว่าจากภายนอกก็ตาม  เพื่อที่จะสร้างความเป็นธรรมและสร้างความสงบสุขให้กับสังคมของเรา  และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมที่ผ่านมาและสรุปผลภายในวันนี้นั้น  จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่จะนำพากระบวนการยุติธรรมของไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้นในโอกาสข้างหน้าต่อไป  บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว  ผมขอเปิดการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรมครั้งที่ 5 เรื่องการพัฒนากระบวนการยุติธรรมในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ณ บัดนี้  และขออวยพรให้การประชุมประสบผลสำเร็จตามเจตจำนงทุกประการ  และขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ  มีกำลังกาย กำลังใจ  กำลังปัญญา  ได้ร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาประเทศชาติของเราให้ก้าวหน้า รุ่งเรือง ตลอดไป

 

-----------------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์  สำนักโฆษก

วิมลมาส  รัตนมณี / ถอดเทป / เรียบเรียง

จินตนา จ้อยจุมพจน์ / ตรวจ