ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หัวหน้าส่วนราชการ
คณะกรรมการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ
และผู้มีเกียรติทุกท่าน
วันนี้ผมมีความยินดีที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่รัฐวิสาหกิจดีเด่น ตามโครงการที่กระทรวง การคลังได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ก็ถือเป็นปีที่ 3 ของการจัดงาน จึงขอแสดงความยินดีกับรัฐวิสาหกิจทุกแห่งที่ได้รับรางวัล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความพยายามของท่านทั้งหลาย ที่ได้ร่วมกันพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของสาธารณชน ซึ่งไม่ใช่แต่รัฐวิสาหกิจเท่านั้นที่ภูมิใจ แต่คนไทยทั้งประเทศก็รู้สึกภาคภูมิใจด้วยที่ประเทศของเรามีรัฐวิสาหกิจที่มีคุณภาพ
ปีนี้เป็นปีมหามงคลเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ซึ่งรัฐบาล ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานของรัฐบาล ด้วยการยึดหลักของความพอดี พอเหมาะ พอควร ความมีเหตุผล ความรอบคอบไม่ประมาทในการตัดสินใจ ในการรักษาคุณธรรม รวมทั้งการสร้างความสามัคคีสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในทุกระดับชั้น ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐวิสาหกิจไทยก็จะได้น้อมนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงานยิ่งๆ ขึ้นด้วย เพราะผมมีความเชื่อมั่นว่าการน้อมนำหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานจะสามารถทำให้รัฐวิสาหกิจไทยสร้างภูมิคุ้มกันปัญหาและอุปสรรค พร้อมทั้งสามารถปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และความผันผวนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
สำหรับนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ นั้น รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในหลายๆ เรื่อง ที่สำคัญคือการลงทุนโครงการขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล ซึ่งมีมูลค่าสูง แต่เพื่อพัฒนาศักยภาพของระบบขนส่งสาธารณะและบรรเทาปัญหาการจราจร เราจำเป็นต้อง ดำเนินการ โดยขณะนี้รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบาย บริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลขึ้น เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายและแนวทาง การปฏิรูประบบการบริหารจัดการการขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว และคาดหวังว่าในยุคสมัยของรัฐบาลปัจจุบันจะเกิดการเชื่อมโยงของระบบขนส่งสาธารณะทั้งหลายที่มีผู้ประกอบการเป็นทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชน ให้สามารถมีการบริหารจัดการเสมือนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการรายเดียวกัน โดยที่รัฐไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการเองทั้งหมด และในระยะเวลาที่เหลืออยู่รัฐบาลจะเร่งพิจารณากำหนดแนวทาง การบริหารงานที่สำคัญๆ เช่น เรื่องโครงสร้างอัตราค่าโดยสาร เรื่องการมีระบบตั๋วต่อตั๋วร่วมโดยเฉพาะในเส้นทางที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และเรื่องการเข้าร่วมดำเนินการของเอกชนในเส้นทางใหม่ เป็นต้น โดยหวังว่าแนวทางต่างๆ ที่รัฐบาลได้วางไว้ จะทำให้ประชาชนผู้รับบริการได้รับความสะดวก สบาย ปลอดภัย และเป็นธรรม และทำให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีระบบขนส่งที่ทันสมัยเทียบเท่ามหานครใหญ่ๆ แห่งอื่นของโลก
นอกจากนี้ ก็มีเรื่องของการพัฒนาโลจิสติกส์ หรือ “การจัดระเบียบการดำเนินงานทุกด้านที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพ” ซึ่งรัฐบาลต้องการจะเห็นผลของการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และผมได้รับเป็นประธานในคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ เพื่อกำกับ ติดตามและขับเคลื่อนการพัฒนาโลจิสติกส์ ซึ่งรัฐวิสาหกิจด้านการขนส่งที่อยู่ในที่นี้หลายแห่งมีบทบาทสำคัญ ผมจึงขอความร่วมมือให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจและเร่งดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่ง สินค้าและบริการของประเทศด้วย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเลขต้นทุนการขนส่งของไทยที่เคยสูงถึงร้อยละ 19 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติจะลดลงอยู่ระหว่างร้อยละ 7 - 11 เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในโลกหรือในภูมิภาคเดียวกันกับเรา
ส่วนการนำรัฐวิสาหกิจไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมทุนและขยายกิจการนั้น ที่ผ่านมาการดำเนินการแปลงสภาพเป็นบริษัทตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจฯ ยังมีความกังวลถึงความเหมาะสมในการกำหนดว่า รัฐวิสาหกิจใดสมควรแปลงสภาพเป็นบริษัท และมีความห่วงใยถึงหลักเกณฑ์ รวมทั้งกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ยังขาดความชัดเจน ด้วยเกรงว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้น ทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดเป็นวงกว้างในช่วงที่ผ่านมานั้น รัฐบาลนี้ได้นำเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจเพื่อกำหนดขั้นตอนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น และจะทำให้มีกระบวน การแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจที่ประชาชนมีส่วนร่วม มีขั้นตอนที่ชัดเจน โปร่งใส เปิดเผย เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคไปพร้อม ๆ กัน
นอกจากนี้ รัฐบาลได้เสนอให้มีการตราพระราชบัญญัติ ประกอบกิจการพลังงาน และพระราชบัญญัติการบริหารการขนส่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของรัฐวิสาหกิจในสาขาพลังงานและสาขาขนส่งโดยตรง เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ด้านการกำหนดนโยบาย การกำกับดูแลทั้งด้านราคาและคุณภาพบริการ ออกจากการประกอบการให้ชัดเจน อันเป็นแนวทางสากลที่หลายประเทศได้ดำเนินการแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมของผู้ประกอบการทั้งหลาย รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน และประชาชนมีส่วนร่วมในการพิจารณาคุณภาพบริการและราคาได้มากขึ้นด้วย ถือว่าเป็นการป้องกันไม่ให้มีการใช้อำนาจผูกขาดไปในทางที่ไม่เหมาะสม ทางที่ไม่เหมาะสม น งต้นด้วยกันกับเราและให้การคุ้มครองผู้บริโภคได้มากขึ้น
ส่วนเรื่องการให้เงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายต้องการให้ประชาชนได้ใช้บริการของรัฐวิสาหกิจในราคาที่ยอมรับได้ ไม่แพงจนเกินไป รัฐก็จะจ่ายชดเชยผลขาดทุนในรูปของเงินงบประมาณตามจำนวนส่วนต่างระหว่างราคาค่าบริการที่ถูกรัฐกำหนด กับต้นทุนที่ได้มีการพิจารณาแล้วว่าเป็นต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม การให้เงินอุดหนุนแก่รัฐวิสาหกิจจะต้อง มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ในขณะเดียวกัน รัฐวิสาหกิจที่ให้บริการสาธารณะก็จะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพงานบริการและสามารถวัดผลงานได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย
ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายนอกรัฐวิสาหกิจ แต่เรื่องที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการส่งเสริมการบริหารงานภายในของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งการอนุมัติให้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานของกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ ได้ทำให้ภาครัฐสามารถแต่งตั้งกรรมการที่มาจากการสรรหากรรมการมืออาชีพ ที่มี คุณสมบัติตรงตามความต้องการของรัฐวิสาหกิจเข้ามาทำงาน ได้มากขึ้น
ผมได้รับรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งระบบการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบ และการตรวจสอบภายในของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะทำให้รัฐวิสาหกิจไทยมีศักยภาพและความพร้อมที่จะบริหารงานด้วยระบบธรรมาภิบาลที่ดี และสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นต่อไปด้วย
สุดท้ายนี้ ผมขอชื่นชมผลงานของรัฐวิสาหกิจ ทุกแห่งที่ได้สร้างมูลค่าสินทรัพย์ของประเทศโดยรวมของรัฐวิสาหกิจ ให้มีมูลค่าสูงถึง 6 ล้านล้านบาทโดยประมาณ(ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549) เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 350,000 ล้านบาท หรือ กว่าร้อยละ 6 รวมทั้งรัฐวิสาหกิจได้สร้างรายได้ในปี 2549 สูงถึง 2.6 ล้านล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 20 ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายินดี นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจได้นำส่งรายได้ให้รัฐผ่านกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดินทุกปีและในปี 2550 นี้คาดว่าจะนำส่งรายได้แผ่นดินประมาณ 90,000 ล้านบาท นับว่าเป็นแหล่งนำส่งรายได้สูงเป็นอันดับ 3 ของหน่วยงานจัดเก็บรายได้ โดยเป็นรองเพียงกรมสรรพากร และกรมสรรพสามิตเท่านั้น
ท่านผู้มีเกียรติครับ ความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกรัฐวิสาหกิจในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ทำให้เห็นว่ารัฐวิสาหกิจเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีความมั่นคงและแข็งแรง และทำให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดเสถียรภาพด้วยการทำหน้าที่อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และ ความซื่อสัตย์สุจริต ผมจึงขอขอบคุณในความร่วมมือนี้ไว้
ณ โอกาสนี้ พร้อมทั้งผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ โปรดอภิบาลประทานพรให้ทุกท่าน จงประสบแต่ความสุข ความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขอบคุณครับ
------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ชมพูนุท ถอดเทป/จินตนา ตรวจ

