ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ท่านประธานกรรมการจัดงาน
ผู้บริหารเครือมติชน
และผู้มีเกียรติทุกท่าน
ก่อนอื่นผมต้องขออภัยที่มาช้า เพราะว่ามีงานที่ถือว่าเป็นหน้าที่อีกส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ผมพยายามรักษาสิทธิที่จะมาพูดในวันนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะว่าในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารเท่านั้น แต่ว่าเป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนจำเป็นจะต้องร่วมมือกัน จะต้องช่วยกันแก้ไข นั่นเป็นเรื่องที่ถือได้ว่าในสังคมของเรา เราจะพูดกันเรื่องสิทธิ เราต้องการสิทธิในส่วนนั้นส่วนนี้ เมื่อสักครู่นี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพูดกับผมว่า ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พูดกันถึงเรื่องสิทธิในการชุมนุม ส่วนเราเองได้พูดกันถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ว่าหน้าที่ของมนุษยชนไม่ค่อยได้มีคนพูดถึงว่า หน้าที่ของมนุษยชนจะต้องทำอะไรบ้าง ผมมาพูดในวันนี้ ถือว่าเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เป็นหน้าที่ของมนุษยชนที่จะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหากับภาวะที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
ถ้าจะพูดในแง่ของความเปลี่ยนแปลง เราคงจะแก้ไขยากที่จะไม่ให้มีความเปลี่ยนแปลงเลย คงเป็นไปได้ยาก แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปอย่างช้าๆ ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นส่วนที่สำคัญ ถ้าจะมองในเรื่องของการที่จะเผชิญกับสภาวะโลกร้อน จะพูดถึงเรื่องของการใช้พลังงาน จะต้องพูดถึงเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานควบคู่กันไปด้วย นั่นเป็นส่วนที่จะมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ทำอย่างไรที่จะเราจะใช้พลังงานซึ่งถือว่าไม่ส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน คงไม่ได้เป็นเรื่องของคนไทยเพียงอย่างเดียว แต่ว่าเป็นหน้าที่ของมนุษยชนทั้งโลก ทั้ง 6,500 ล้านคนในโลกนี้ที่จะต้องช่วยกันดูแล ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ เพราะว่ายิ่งเราไม่ช่วยกันดูแล โอกาสที่สภาวะโลกร้อนนั้น ยิ่งจะมีมากยิ่งขึ้น
ปัญหาที่เราพูดถึงนี้ คงเป็นปัญหาที่มีความสืบเนื่องกันมาเป็นเวลานานแล้ว ในเรื่องที่เราพูดกันว่าจำนวนประชากร หรืออาจจะพูดว่าปัญหาของสังคม ก็เป็นส่วนหนึ่ง ยกตัวอย่างง่ายๆ ในประเทศไทย เราได้มีการดูแลในเรื่องการเพิ่มของจำนวนประชากรอย่างได้ผล แต่ในประเทศต่างๆ อีกหลายๆ ประเทศในทั่วโลก ในเรื่องจำนวนประชากรยังไม่สามารถที่จะดูแลในเรื่องเหล่านี้ได้ ฉะนั้น ปัญหาเรื่องจำนวนประชากร ปัญหาเรื่องสังคม จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะต้องมาพิจารณากันอย่างรอบคอบว่าเราจะทำอย่างไร แม้แต่ในประเทศไทยเอง ถ้าเรามองในภาพรวม เราจะเห็นว่าจำนวนการเพิ่มของประชากรในประเทศไทยนั้น มีน้อย แต่น้อยเฉพาะส่วน ถ้าเราเจาะลงไปในรายละเอียดจริงๆ เราจะเห็นว่าผู้ที่ดำเนินการในเรื่องของการวางแผนครอบครัวมีอยู่จำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่จำนวนที่ไม่ได้มีการวางแผนครอบครัว และประชากรเพิ่มขึ้น กลับเป็นส่วนที่เราจำเป็นจะต้องให้การดูแล เราจำเป็นจะต้องให้การศึกษามากขึ้น ผู้ที่ความรับผิดชอบ ผู้ที่มีรายได้พอเพียงที่จะดูแลได้ จะวางแผนครอบครัว แต่ผู้ที่มีรายได้ไม่พอเพียงจะมีโอกาสที่จะวางแผนครอบครัวน้อย นั่นเป็นส่วนที่เราจำเป็นจะต้องพูดกันถึงว่านั่นเป็นปัญหาที่เราจะต้องดูแล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
เมื่อเราพูดถึงสังคม เราก็ต้องพูดถึงสิ่งแวดล้อมด้วยว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เราได้ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองไปค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ในเรื่องของป่าไม้ ในเรื่องของน้ำ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มีพระราชเสาวนีย์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง ซึ่งเมื่อจำนวนของประชากรเพิ่มขึ้น การใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองเหล่านี้จะส่งผลกระทบไปถึงส่วนที่เราได้พูดกันว่าสภาวะโลกร้อนนั่นเอง
เมื่อเราพูดถึงจำนวนของพื้นที่ที่เป็นป่าไม้ที่สูญเสียไปในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราต้องย้อนกลับมาดูว่าในด้านการบริหารจัดการทางด้านการเกษตรของเราทำอย่างถูกต้องหรือไม่ อย่างไร ซึ่งคงต้องมองในหลายๆ ด้านว่า แม้แต่กระทั่งพื้นที่ที่เหมาะที่จะทำการเกษตรของเรา เป็นที่ที่มีคุณภาพของดิน เป็นที่ที่มีการจัดการชลประทานเป็นอย่างดี แต่เราไปใช้เป็นเขตอุตสาหกรรม พื้นที่ที่ยังไม่มีการชลประทาน เรากลับไม่ได้พิจารณาว่าจะไปใช้เป็นเขตอุตสาหกรรม นั่นคือสิ่งที่เรามองอย่างง่ายๆ มองการใช้พื้นที่กับการชลประทานซึ่งได้มีการจัดการไว้แล้ว มองข้ามไป นั่นเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดเจนว่า ทำอย่างไรที่เราจะมีผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น เรามองว่าต้องทำเรื่องการที่จะใช้ตัวเมล็ดพันธุ์พืชที่ดี ใช้ปุ๋ยที่ดี แต่เราไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของการใช้พื้นที่ และการลงทุน ซึ่งเราได้ทำไปแล้ว เราจะพูดกันว่าจะต้องเพิ่มพื้นที่การชลประทานไปให้ได้อีก 60 ล้านไร่เป็นต้น แต่ไม่ได้มองว่าการไปเพิ่มส่วนเหล่านั้น ไปลดพื้นที่ที่เป็นสีเขียวลงไปอย่างไร นั่นเป็นส่วนที่จะต้องมีการมองให้เกิดความสัมพันธ์กันในส่วนเหล่านี้
ส่วนที่เราพูดกันถึงเรื่องการใช้พลังงาน เพราะว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้อยู่แล้ว และเราได้พูดกันว่าในบ้านเมืองของเราจำเป็นจะต้องพูดกันถึงเรื่องการนำพลังงานที่สามารถที่จะนำกลับมาใช้ได้อีก มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในหลายๆ ด้าน รัฐบาลได้มองทางออกในเรื่องเหล่านี้ไว้มากพอสมควร แล้วพลังงานเหล่านี้ที่สามารถที่จะนำกลับมาใช้ เราได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากบรรดาประเทศต่างๆ ที่ได้มีการดำเนินการไปแล้ว สิ่งที่เราสามารถที่จะนำมาใช้ได้จะเป็นพลังงานที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อนมากนัก ต้องมีผลกระทบแน่ๆ แต่ทำอย่างไรที่จะให้มีผลกระทบให้น้อยที่สุดเท่าที่เราสามารถจะทำได้ นั่นเป็นเรื่องในแนวความคิดในเรื่องของการเตรียมการต่อไปในอนาคต
ส่วนที่เราพูดกันในวันนี้ คงเป็นเรื่องที่จะปลุกจิตสำนึก สร้างจิตสำนึกของคนในบ้านเมืองของเราให้เกิดความตระหนักว่า นอกจากสิทธิที่ผมได้พูดไปแล้ว เราจะต้องมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันอย่างไร ที่จะทำให้เรื่องของสังคม พลังงานและสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนจะต้องมามีส่วนร่วม จะต้องมาช่วยกันแก้ไข
ผมจำได้ ผมเรียนในสมัยเด็กๆ จำได้ว่ามีวิชาหนึ่งที่พูดถึงเรื่องหน้าที่พลเมือง ในปัจจุบันนี้ ไม่มีแล้ว เป็นเรื่องที่ทุกคนจะมองว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ล้าสมัย พูดถึงเรื่องหน้าที่ เรื่องอะไรต่างๆ แต่ผมคิดว่าเริ่มจะมีความจำเป็นที่เราจะต้องย้อนกลับไปดูสิ่งที่เราจะต้องชี้ให้เยาวชนของเรานั้นได้เห็นว่า นอกจากคุณมีสิทธิแล้ว คุณจะต้องมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันดูแลสังคม ดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลไม่ให้มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยทั่วๆ ไป
การสร้างจิตสำนึกนี้เป็นเรื่องที่ทางสื่อต่างๆ มีโอกาสที่จะสร้างได้ ผมได้เห็นในหลายๆ รายการ เริ่มออกมาสร้างจิตสำนึกในส่วนเหล่านี้ แต่จำเป็นที่จะต้องทำให้มากยิ่งขึ้น และในส่วนงานของภาครัฐ ผมจะพยายามเร่งรัด เพราะว่าส่วนที่เราจำเป็นจะต้องสอดแทรกเข้าไปในเรื่องของการศึกษา ยังมีอีกมากมายเหลือเกินที่จำเป็นจะต้องหาวิธีการที่จะสอดแทรกเข้าไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็นชัดเจน คือการศึกษาโดยให้เยาวชนได้มีโอกาสได้เรียนรู้ ได้ปฏิบัติ ได้จับต้อง แล้วเขาจะมีความจดจำในสิ่งเหล่านี้
ผมได้มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกับเยาวชนในโครงการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เราพยายามจะปลูกฝังเยาวชนว่าการที่จะดูแลป่านั้น ควรจะทำอย่างไร เราไม่ได้สร้างว่าเขาจะต้องมีหน้าที่อะไรมากมาย เพียงแต่สร้างความรู้สึกว่าเขาเห็นสิ่งที่ดีงามอะไรบ้างในป่าของเรา ทำอย่างไรที่เขาจะไม่ทำให้ผืนป่านั้นเสียหาย ง่ายๆ ที่สุด ส่วนมากเยาวชนที่ไปจากกรุงเทพฯ ผมบอกเพียงว่า เยาวชนเข้าไปในป่าแล้ว เอาอะไรเข้าไป ขอให้เอาสิ่งนั้นออกมา ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำ กระดาษห่อลูกอม อย่าไปทิ้งเวลาที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ นั่นเป็นส่วนที่เราได้พยายามสอนเด็กๆ ผมเดินไปและบอกเขาตลอดเวลาว่า เราพยายามที่จะทำสิ่งนี้ ผมก็จะเป็นคนเก็บเศษกระดาษที่ห่อลูกอมรสต่างๆ ก้นบุหรี่ที่นักท่องเที่ยวทิ้ง นั่นเป็นการแสดงให้เขาเห็นว่า ทำอย่างไรที่เราจะรักษาสภาพทางธรรมชาติไว้ให้นานที่สุด เพราะการอนุรักษ์ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง แต่ทำอย่างไรที่เราจะรักษาสิ่งที่เรามีอยู่นั้นให้ทรงคุณค่าให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเราจะเพิ่งมารู้กันในไม่กี่วันนี้ ความจริงแล้ว เราทราบล่วงหน้ากันมานานพอสมควร ยังมีปัญหาในประชาคมโลกที่แม้แต่ประเทศที่เป็นยักษ์ใหญ่ เป็นอภิมหาอำนาจยังไม่สามารถจะหาข้อยุติในเรื่องการแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อนนี้ได้ ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันไม่ว่าจะเป็นที่การประชุมในส่วนหนึ่งส่วนใด แม้กระทั่งในส่วนของการประชุมในกลุ่มของเอเปกเอง ยังพูดกันในเรื่องเหล่านี้ว่าปัญหาในหลายๆ เรื่องถ้าได้ข้อยุติจากประเทศที่เป็นอภิมหาอำนาจแล้ว การทำงานในส่วนย่อยๆ จะสะดวกและง่ายขึ้น แต่นั่นเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจกันค่อนข้างลำบากมาก เพราะว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาพทางเศรษฐกิจ สภาพทางการเมือง และสภาพทางสังคม ในแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้แนะ เป็นตัวชี้นำนโยบายของแต่ละประเทศไปด้วยว่า เขาจะปรับในด้านของนโยบายเหล่านั้นอย่างไร
ในเรื่องของการที่จะปลุกจิตสำนึกนี้ ย้อนกลับมาในบ้านเราบ้าง ผมได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ทั้งในส่วนของจุลภาค และเริ่มเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องทางมหภาคมากขึ้น ในเรื่องของการดูแลพื้นที่ที่เป็นป่า ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และอยากจะฝากท่านสื่อมวลชนทั้งหลายเหล่านี้ว่า เราพูดกันถึงเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผมได้พูดกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ขอให้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้นทำอย่างไรที่เราจะสร้างจิตสำนึกของผู้ที่ดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยว เพราะในเรื่องของการท่องเที่ยวจะสอดแทรกไปกับเรื่องอุตสาหกรรมด้วย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เราพูดกันว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดูแล
ผมเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ในเรื่องของป่า ในเรื่องของการบำบัดน้ำเสีย จากการท่องเที่ยว จากขยะ ทั้งที่อยู่ทางบก แล้วในอุทยานแห่งชาติหลายๆ แห่ง ทางทะเล เป็นปัญหาที่เราจำเป็นจะต้องหาทางกันอย่างรวดเร็ว แล้วนิสัยแบบคนไทย ต้องขอโทษที่พูดถึงคนไทยในมุมมองที่ลบนิดหนึ่ง คือเราเห็นประโยชน์เฉพาะหน้ามากกว่าเห็นประโยชน์ระยะยาว ผมเห็นมีการขนขยะจากเกาะแห่งหนึ่งซึ่งมีการท่องเที่ยวเพื่อจะนำมาฝังกลบบนฝั่ง แต่ว่ามาไม่ถึงฝั่ง มาหายหกตกหล่นอยู่บริเวณก่อนจะถึงฝั่ง นี่เป็นตัวอย่างว่าเราไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องในระยะยาว เราคำนึงถึงว่าทำอย่างไรที่จะประหยัด ทำอย่างไรที่จะต้องไม่สูญเสียเงินในระยะสั้นๆ แต่ว่าในระยะยาวเราไม่ค่อยได้ดู ผมจึงอยากจะฝากทางสื่อมวลชนไว้ด้วยว่า เราจำเป็นจะต้องช่วยกันรณรงค์ในบ้านเราว่ามองให้ยาว อย่ามองสั้น และอยู่ที่พวกเราซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาพอสมควรแล้ว ที่จะต้องช่วยกันแนะนำเด็กๆ แนะนำเยาวชนว่าเขาควรจะทำกันอย่างไร
ปัญหาเรื่องขยะนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยาก บางแห่งบอกว่าจะต้องจัดการเรื่องขยะด้วยการดำเนินการด้วยวิธีการต่างๆ ผมไปเห็นที่ประเทศญี่ปุ่น เขามีวิธีการกำจัดขยะที่ง่ายๆ เริ่มจากแต่ละบุคคล แต่ละครอบครัว ผมได้นำวิธีการเหล่านั้นมาใช้ในเชิงจุลภาค ผมทำในค่ายทหารที่นครราชสีมา และในปัจจุบันแนวคิดที่จะมีการหมุนเวียนขยะที่นำกลับมาใช้ได้ ได้แพร่หลายในจังหวัดนครราชสีมา จะมีเยาวชนจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งผมไม่ขอเอ่ยชื่อโรงเรียน แต่เป็นเยาวชนผู้หญิงที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีเงินเก็บจากการร่วมในโครงการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ 25,000 บาทในบัญชี ซึ่งเด็กอายุประมาณ 10 ปี เก็บเงินได้จากการนำขยะกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นจุดที่เราควรจะต้องช่วยกันดูแล ครั้งแรกๆ ที่ผมเห็นเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยสนใจ ไม่ค่อยช่วยกันดูแลในสิ่งเหล่านี้มากนัก แต่เมื่อได้มีการพูดกันมากขึ้น มีการแนะนำมากขึ้น ผมคิดว่าโอกาสของเราที่จะใช้แนวความคิดในการกำจัดขยะโดยนำสิ่งที่จะนำมาใช้ประโยชน์ให้นำกลับมาใช้ได้อีก จะเป็นวิธีที่น่าจะช่วยให้เราประหยัดในหลายๆ เรื่อง และน่าจะเป็นประโยชน์ที่เราจะสามารถนำมาใช้ได้ต่อไป
ในส่วนของทางรัฐบาลได้มีนโยบายที่จะส่งเสริมและสนับสนุนในเรื่องของการปลุกจิตสำนึกในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วคือ จะต้องสอดแทรกเข้าไปอยู่ในการศึกษาของเรา แต่คงไม่เพียงเท่านั้น ภาคเอกชน สื่อมวลชน สามารถจะมามีส่วนร่วม มีส่วนช่วยได้ ผมเห็นว่าเรามีการจัดการแข่งขันต่างๆ ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดแรลลีไปนั่นมานี่ แม้กระทั่งในช่วงฤดูฝน ก็มีการจัดแรลลีรถขับเคลื่อน 4 ล้อเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นป่า ผมเห็นแล้วผมเกิดความรู้สึกว่าผู้ที่จัดการแข่งขันอย่างนั้น ทำลายทุกๆ อย่าง ทำลายทั้งสภาพป่า ทำลายทั้งวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในป่า เพราะว่าเวลาที่ท่านใช้รถวิ่งไปในฤดูฝน ร่องของล้อรถจะจมไปลึกมาก แล้วเป็นรถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็ยิ่งจะทำลายผิวทางของชาวบ้านที่เขาใช้เดินทาง ปกติในฤดูฝนชาวบ้านจะไม่ใช้รถมากนัก เพราะเขารู้ดีว่าเขาไม่มีขีดความสามารถที่จะมาซ่อมทางถนนเหล่านั้น ชาวบ้านได้บ่นกับผมมามากว่า ทำอย่างไรที่เราจะสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ที่มีพลังเหล่านี้ให้เกิดความสำนึกว่าเขาควรจะช่วยกันอย่างไรที่จะดูแลผืนป่าของเราเอง นั่นเป็นเรื่องที่ง่ายๆ และเราคงจะช่วยกันได้
ในเรื่องของเทคโนโลยี ผมคงไม่พูดมากเพราะว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอยู่ตรงนี้ ท่านคงมีโอกาสได้พูดถึงเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไว้พอสมควร ผมเพียงแต่หวังว่าสิ่งที่เราพูดกันในวันนี้จะเป็นความร่วมมือ จะเป็นความพยายามที่จะปลุกจิตสำนึกของคนในบ้านเมืองของเราให้ตระหนักถึงวิธีการบริหารจัดการ ผมคงต้องย้อนกลับมาอีกนิดหนึ่งว่าหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเรานำมาศึกษาทั้งหมดแล้ว แม้แต่วิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้ในการทรงงาน จะเป็นส่วนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะว่า เป็นเรื่องของการบริหารจัดการจริงๆ และเป็นเรื่องของการที่จะใช้ความรู้ ใช้ภูมิปัญญาของชาวบ้าน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนของท้องถิ่นตามลักษณะของสิ่งที่เราเรียกกันว่าทั้งภูมิศาสตร์และสังคม ท่านทรงใช้คำว่า “ภูมิสังคม” เพื่อให้เป็นประโยชน์ ฉะนั้น ถ้าหากเราได้นำสิ่งนี้มาสอดแทรกกับหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งผมได้เรียนไปแล้วว่า เป็นหลักของการบริหารงานมากกว่าที่จะพูดถึงเรื่องของเศรษฐกิจแท้ๆ
นี่เป็นจุดที่ผมอยากจะเรียนว่า ถ้าเราได้ช่วยกันนำสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระราชเสาวนีย์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2550 นี้ ก็ทรงมีรับสั่งถึงว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พระองค์ท่านได้รับมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น เรามองไปถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ 61 ในการทรงครองราชย์ และเป็นปีที่ทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ถ้าหากว่าเราจะรอฟังกระแสพระราชดำรัสในวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ผมคิดว่าท่านอยากที่จะพูดคล้ายๆ กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เช่นเดียวกัน คือทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง พระราชดำรัสในต่างๆ มากมาย แต่ว่าคนไทยฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ฉะนั้น ในครั้งนี้ ผมอยากจะเรียนว่าถ้าเราได้ย้อนกลับไปพิจารณากระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวาระต่างๆ ในโอกาสต่างๆ แล้ว แล้วเราก็ได้นำมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ผมคิดว่าเราสามารถที่จะช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งที่เรายกเข้ามาเป็นเรื่องพลังงาน ในเรื่องของสภาวะโลกร้อน ทั้งในเรื่องของการอนุรักษ์ดินและน้ำ การใช้ประโยชน์ในทุกๆ เรื่องได้เป็นอย่างดี
ผมขอถือโอกาสจบคำกล่าวของผมในครั้งนี้ว่า คนไทยมีบุญที่มีทั้งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผมไปในหลายๆ ประเทศ เขาก็บอกว่าประเทศไทยมีบุญที่มีองค์พระประมุข แต่ว่าเราคนไทยคงต้องย้อนกลับมาว่าเราได้ทำหน้าที่ของเราที่จะตอบแทนบุญคุณอย่างที่พูดกันว่าตอบแทนบุญคุณต่อแผ่นดิน คือปฏิบัติตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ได้มากน้อยเพียงใด ผมฝากสื่อมวลชนที่จะช่วยกันด้วย รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ ในบางครั้งสะดุดสิ่งกีดขวางบ้าง แต่นั่นไม่ได้เป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าเราไม่ท้อถอย ไม่ท้อแท้ เราจะเดินก้าวหน้าของเราต่อไปได้ แล้วเราจะมีโอกาสที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้กับบ้านเมืองของเรา และส่งผลไปสู่ประชาคมโลกได้ในโอกาสข้างหน้าต่อไป ขอบคุณครับ
------------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
อภิญญา ตันติรังสี/ถอดเทป/พิมพ์ จินตนา จ้อยจุมพจน์/ตรวจ

