กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ท่านประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
เพื่อนข้าราชการ
พี่น้องประชาชนและผู้มีเกียรติทุกท่าน
ประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ มีคนไทยนับถือพุทธศาสนาจำนวนมากกว่าร้อยละ 90 พุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองในดินแดนแห่งนี้มาอย่างยาวนาน และเป็นที่น่ายินดีที่ขณะนี้พระพุทธศาสนาได้เป็นที่สนใจรับรู้ของคนทั่วโลก ทั้งนี้ เพราะพุทธศาสนามีแก่นธรรมที่เป็นธรรมชาติ เป็นสากล ไม่จำกัดสถานที่ และเวลา ดังนั้น ในโอกาสที่วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกครั้งหนึ่ง จึงควรที่ชาวพุทธอย่างเราจะให้ความสำคัญ และร่วมกันปฏิบัติธรรมเป็นพุทธบูชา สืบต่อพระพุทธศาสนา เพื่อให้เกิดความงอกงามในธรรมขึ้นในจิตใจของเราทุกคนสืบต่อไป
พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติให้พระภิกษุจำพรรษาในฤดูฝนเป็นเวลานาน 3 เดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เพื่อให้พระสงฆ์หยุดสัญจร เพราะนอกจากจะไม่สะดวกแล้ว ยังเป็นอันตราย ต่อพืชผลของเกษตรกรด้วย นอกจากนี้วินัยพระสงฆ์ในการจำพรรษาคือการปวารณา โดยการประกาศในหมู่สงฆ์ว่ายินดี ที่จะถูกว่ากล่าวตักเตือนในเรื่องใดๆ ก็ตาม ซึ่งหากเรื่องเป็นอย่างนั้นจริงก็จะประพฤติตนใหม่ และด้วยความเชื่อมโยงสัมพันธ์ระหว่างชาวพุทธและพระภิกษุสงฆ์ พุทธศาสนิกชนจึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะใช้โอกาสอันสำคัญนี้ศึกษาปฏิบัติธรรม ขัดเกลากิเลส และทำบุญทำกุศลไปพร้อมกัน เช่น การทำบุญให้ทาน การบวชเรียน และการตั้งสัจจะปฏิบัติธรรมและงดเหล้า เป็นต้น
ในโอกาสเข้าพรรษาปีนี้ ซึ่งเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ผมจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวพุทธทุกท่าน น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติ โดยเฉพาะการรักษาศีลและการรักษาธรรม 5 ข้อ ที่เรียกว่า เบญจศีลและเบญจธรรม เพื่อทำจิตใจให้หนักแน่นมั่นคง ไม่อ่อนแอ โลเลไปตามกิเลส หรือความอยากมีอยากได้และอยากเป็น พิจารณาตนเองให้เป็นผู้ที่มีสำนึกรู้ดีชั่ว และรู้วิธีการขัดเกลาตนเอง เพื่อให้เกิดความเจริญในจิตใจและเกิดความสงบสันติขึ้นในสังคมของเราอย่างยั่งยืนยาวนานสืบต่อไป
สำหรับการงดเหล้านั้น เป็นการปฏิบัติศีลข้อ 5 คือเป็นเจตนาที่จะงดเว้นจากการดื่มเครื่องมึนเมาทุกชนิด เพราะเครื่องมึนเมาเหล่านั้นเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท น้ำเมาทั้งหลายอาจกล่าวได้ว่าเป็นน้ำผลาญสติ ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่าการมี “สติ” หรือความไม่ประมาท เป็นเรื่องยอดแห่งธรรมทั้งปวง เพราะเราได้เห็นมามากแล้วว่าผู้ที่เมาและขาดสติ ได้ก่อให้เกิดเหตุการณ์อันน่าสลดและสังเวชใจมาแล้วเป็นจำนวนมาก ทั้งสามารถทำร้ายลูก ภรรยา บิดามารดาบังเกิดเกล้า บางครั้งถึงขั้นกระทำปิตุฆาต หรือทำความผิดร้ายแรงอื่นๆ ด้วยฤทธิ์ของความเมา ความขาดสติและขาดหิริโอตตัปปะ และได้มีการกล่าวไว้ว่าเมื่อผิดศีลข้อ 5 เพียงข้อเดียว ก็จะทำให้ผิดศีลทุกข้อไปด้วย
ดังนั้น ประเพณีที่ดีงามของชาวพุทธ เมื่อถึงวันเข้าพรรษา จึงเป็นเสมือนโอกาสหยุดทบทวนความหมายคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ผมเห็นว่าสังคมไทยของเราโดยเฉพาะในชนบท ยังพบว่ามีการจัดงานถือศีลอุโบสถทั้งคนแก่และคนหนุ่มสาวยังนิยมถือศีลนุ่งขาวห่มขาว ฝึกภาวนา ขัดเกลากิเลสกันอยู่ไม่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรรักษาวัฒนธรรมอันดีงามนี้ไว้ต่อๆ ไป เพราะนอกจากจะเป็นการฝึกตนและฝึกใจดังที่กล่าวมาแล้ว ยังเป็นการเชื่อมพลังทางสังคมและชุมชน สร้างค่านิยมความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นวิถีชีวิตที่งดงามของชาวพุทธ ส่วนในเมืองก็จะมีการจัดกิจกรรมเวียนเทียน ฟังธรรม หรือจัดไหว้พระตามวัดต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะกับวิถีชีวิตของคนเมืองอีกแบบหนึ่ง ส่วนเด็กเยาวชนนั้น ก็ควรมีการส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ เช่น การจัดการประกวดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ การเข้าค่ายปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะผู้ใหญ่ทั้งหลายควรเป็นแบบอย่างที่ดี ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะสมให้แก่เด็ก เยาวชน หรือจะให้เด็กๆ และเยาวชน คิดเอง ทำเอง โดยผู้ใหญ่เป็นพี่เลี้ยงก็ได้ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับยุคสมัยนี้เช่นเดียวกัน
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนชุมชนหรือหมู่บ้านทั่วประเทศ จะได้น้อมนำศึกษา และปฏิบัติตามธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลด ละ เลิกอบายมุขต่างๆ และหันมายึดหลักเบญจศีลเบญจธรรม หรือจัด “ปวารณา” คือ ยินดีที่จะให้ว่ากล่าวตักเตือน และเมื่อเห็นว่าเป็นจริงก็พร้อมจะยอมรับและขอปรับปรุงตนเอง ดังเช่นที่คณะสงฆ์ได้ปฏิบัติกันสืบมา โดยเฉพาะการปฏิญาณตนที่จะงดเหล้าในโอกาสการเข้าพรรษา เพื่อเป็นการทำความดีต่อตนเอง และทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ให้สมกับที่พระองค์ท่านได้ทำความดีเพื่อพวกเรามาด้วยความเหนื่อยยาก และได้ทรงปฏิบัติความดีให้เป็นแบบอย่างแก่พสกนิกร ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา
ผมขอขอบคุณท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ริเริ่มรณรงค์ให้ความสำคัญกับวันเข้า พรรษา และสนับสนุนให้มีการทำความดีตามแนวทางพระพุทธศาสนา ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าผลบุญกุศลที่ท่านทั้งหลายได้ร่วมกันทำในครั้งนี้ จะส่งผลดีทั้งต่อตัวท่านเองและสังคมโดยรวมของเราต่อไป และผมหวังว่ากิจกรรมที่มีคุณค่าเช่นนี้ จะได้รับการนำไปขยายต่อยังประชาชนทั่วประเทศ ส่วนรัฐบาลก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชน และพร้อมจะนำพาสังคมไทยไปสู่สังคมที่มีความเข้มแข็งทางคุณธรรม เพื่อให้เป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนยาวนานสืบต่อไป
สุดท้ายนี้ ผมขอร่วมประกาศเจตนารมณ์หมู่บ้านงดเหล้าเข้าพรรษาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราช จำนวน 106 หมู่บ้านนำร่อง ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 2 ตำบล ที่สามารถทำได้ทุกหมู่บ้านในตำบล และได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ด้วย ผมขออวยพรให้การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ทุกประการ และขอให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ สามารถรักษาความดีนี้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นตลอดไป ขอบคุณครับ
--------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

