คำกล่าวสุนทรพจน์

คำกล่าวมอบนโยบายของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธานการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการชี้แจงปฏิบัติการร้อยมือสร้างเมือง ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2556 เวลา 14.10 น.

เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่าน

คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

ท่านนายกเทศบาลนคร นายกเทศบาลเมือง

และผู้มีเกียรติทุกท่าน

ต้องขออนุญาตเรียนว่าการประชุมครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเชิญหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมารับฟังเรื่องของโครงการปฏิบัติการ ที่รัฐบาลได้มีการบูรณาการในการที่จะออกนโยบายสำหรับที่จะตอบโจทย์ชุมชนเมือง ลำดับต่อไปดิฉันขออนุญาตถือโอกาสว่าทุกท่านมาที่นี่แล้ว ขอถือโอกาสใช้วาระนี้ในการที่จะชี้แจงหรือเล่ารายละเอียดที่รัฐบาลจะทำงานหลังจากนี้บ้าง ขออนุญาตไปที่เรื่องแรกก่อน คือโครงการร้อยมือสร้างเมือง เรียนว่าที่มา รัฐบาลมีนโยบายหลายโครงการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โครงการ SML ส่วนใหญ่ก็จะเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ที่จะให้ประชาชนนั้นได้ตัดสินใจการใช้เงินในการแก้ปัญหาในชุมชนทุกที่ แต่สำหรับอำเภอเมืองหรือเขตเทศบาลนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีการพัฒนาไป ดังนั้นบางครั้งในโจทย์บางโจทย์อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ในชุมชนเมืองได้ จึงเป็นที่มาของโครงการร้อยมือสร้างเมือง ที่อยากจะช่วยเติมเต็มความต้องการของชุมชนเมือง ต้องเรียนว่าเบื้องต้นการที่เราจะไปหาความต้องการของชุมชนเมืองแต่ละที่ก็มีความต้องการที่หลากหลาย และการที่จะให้ชุมชนนั้นรวมกลุ่มเพื่อที่จะให้เกิดการเป็นชุมชน อย่างเช่น กองทุนหมู่บ้านหรือ SML ก็เป็นการที่จะต้องใช้เวลาและอาจจะไม่ทันกับความต้องการของชุมชนเมือง บางครั้งพี่น้องประชาชนได้ย้ายมาทำงานในอำเภอเมืองต่าง ๆ ก็อาจจะมีความต้องการที่หลากหลาย ดังนั้นจึงเป็นที่มาของโครงการนี้ ซึ่งเป็นโครงการร้อยมือสร้างเมืองที่เราอยากจะเห็นความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ที่จะให้ชุมชนนั้นบอกมาว่าต้องการอะไร ภาครัฐจะทำหน้าที่ในการบูรณาการความต้องการนั้นให้ตรงกับความต้องการของชุมชน นี่คือสิ่งที่เป็นที่มาของนโยบายนี้

ต้องเรียนว่าเดี๋ยวคงจะมีท่านรัฐมนตรีฯ นิวัฒน์ธำรงฯ กับผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้มาบรรยาย ดิฉันคงไม่ไปแตะในรายละเอียด แต่เรียนว่าดิฉันอยากเห็นกระบวนการในการทำงานตั้งแต่ส่วนท้องถิ่นไปถึงจังหวัด นั้นเราร่วมกันทำว่าทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด และร่วมกันเสนอปัญหาต่าง ๆ และรวมถึงการสรุปแนวแก้ และถ้าได้ตกผลึกร่วมกันตามเงื่อนไขที่รัฐบาลได้มีการประกาศไว้ ก็จะได้นำโครงการเหล่านี้มาเสนอเพื่อจะได้รับงบประมาณและลงไปพัฒนาต่อไป นี่คือที่มาที่เราอยากได้รับความร่วมมือจากทุกท่าน อันนี้เป็นเรื่องแรกที่ขออนุญาตเรียน

เรื่องต่อไป ขออนุญาตใช้เวทีนี้เรียนว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ในส่วนของต้นปี ในการทำงบประมาณต่าง ๆ เราคงได้มีการทำงบประมาณไปเรียบร้อยแล้ว และทุกท่านคงได้ทราบว่ารัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศคือ Country Strategy นั้นประกอบไปด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อการเจริญเติบโตของรายได้และความสุขของประชากรอย่างยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคือการปรับสมดุล รวมถึงการปรับระบบบริหารการจัดการภายในให้มีเอกภาพเพื่อจะรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ด้วยยุทธศาสตร์นี้คงต้องเรียนว่าเราเองเราได้มีการทำงานลงในรายละเอียด อย่างเช่น การที่เราจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ก็มีการประกาศเรื่องของโครงการที่ขณะนี้กำลังอยู่ในชั้นของรัฐสภา ก็คือโครงการให้กระทรวงการคลังกู้เงินภายใต้โครงการพื้นฐานของประเทศ คือการออก พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ที่จะมีการลงสิ่งอำนวยความสะดวกหรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และการลงทุนบริหารจัดการน้ำของประเทศ และวันนี้เราอยู่ในช่วงของการบูรณาการที่จะทำเรื่องของการบริหารการใช้ประโยชน์ของพื้นที่หรือเรียกว่าโซนนิ่ง เรียนว่าสอง Group แรกท่านคงทราบอยู่แล้ว

แต่ในเรื่องของโซนนิ่งนี้สิ่งที่เราจะดำเนินการคือว่า เราจะบูรณาการแผนที่ซึ่งวันนี้เชื่อว่าทุกหน่วย หลายหน่วยมีแผนที่อยู่ เราจะมาบูรณาการเป็น Base แบบเดียวกัน ด้วยการใช้สัดส่วนมาตรฐานที่เป็นสัดส่วนเดียวกัน คือ 1 : 4,000 กับ 1 : 50,000 ซึ่งในเบื้องต้นเราจะมีหน่วยงานกลางในการบูรณาการแผนที่นี้ และเราจะนำเอาข้อมูลทั้งหมดมาบูรณาการเป็นแผนที่เดียวกัน วางเป็นชั้น ๆ เพื่อที่จะให้ทุกจังหวัดได้นำเอาแผนที่นี้ไปใช้ และร่วมกับท้องถิ่นด้วย ที่สำคัญเราจะสำรวจในเรื่องของพื้นที่ว่าพื้นที่ไหนเหมาะจะเพาะปลูกอะไร นี่จะเป็นจุดสำคัญ โดยการเพาะปลูกนี้เราจะเริ่มวางชั้น layer ความสัมพันธ์คือเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ แปลว่าอย่างเช่นพื้นที่ภาคอีสานท่านจะพบว่าบางครั้งพื้นดินมีปัญหาภัยแล้ง ถ้าเราจะไปปลูกพืชที่ใช้น้ำมาก แน่นอนผลผลิตที่ภาคอีสานจะได้รับก็อาจจะไม่เท่ากับภาคเหนือ ดังนั้นเราก็จะมาดู ทางด้านของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็จะมาดูว่าสภาพพื้นดินเป็นอย่างไร แหล่งน้ำภายใต้ กบอ. เราจะมีการพัฒนาเพื่อให้เพาะปลูกได้อย่างไร และสุดท้ายแล้วพืชที่เหมาะสมต่อภาคการเกษตรนั้นจะปลูกอะไร หรือบางที่พื้นที่กลางน้ำเจอน้ำท่วมซ้ำหลาย ๆ ครั้ง เราอาจจะบอกว่าช่วงฤดูน้ำหลากแบบนี้เราทำอย่างอื่นได้ไหม บางส่วนจะทำประมงบ้างหรืออะไรต่าง ๆ

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่คือสิ่งที่เราจะบูรณาการคำว่าโซนนิ่ง เพื่อให้แต่ละที่นั้นมีเขตพื้นที่ที่จะดูแลและส่งเสริม แต่ก็เรียนว่าโซนนิ่งนี้ไม่ได้บอกว่าจะเป็นข้อห้ามหรือเป็นกฎหมาย แต่จะเป็นเขตที่เราแนะนำ เพราะสุดท้ายสิ่งที่เราอยากจะได้รับคือว่าเราอยากให้พี่น้องเกษตรกรหรือพี่น้องประชาชนทุกท่านนั้นได้ผลผลิตออกมาได้ประโยชน์อย่างสูงสุด และเหมาะกับสภาพภูมิอากาศด้วยเช่นกัน โครงการนี้เราจะเอาชั้น Layer ของพื้นที่การเพาะปลูกโซนนิ่งที่แนะนำ และมาบวกกับเรื่องของน้ำคือบริหารจัดการน้ำ ว่ามีน้ำในการดูแลเพียงพอไหม ไปถึงแหล่งต้นน้ำไหม และสุดท้ายชั้นของการบริหารเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานว่า โครงสร้างพื้นฐานไปยังจุดที่รับส่งสินค้าหรือไม่ ยกตัวอย่างว่าพื้นที่ต้นน้ำ เช่น ที่ดิฉันไปกำแพงเพชร บอกว่าพื้นที่นี้ปลูกมันสำปะหลังมาก ถ้าเราจะไปรับไปส่งโรงงานที่ทำแปรรูปมันสำปะหลัง จะเป็นทางด้านของมันเส้นหรือว่าแป้งมัน จะไปอย่างไร และสุดท้ายไปถึงโรงงานที่ปลายทาง แล้วเขาจะส่งออกอย่างไร นี่คือสิ่งที่ถ้าเรามีการเชื่อมกันให้ชัดเจน เราเชื่อมตามห่วงโซ่การผลิต เราเชื่อมตามเส้นทางผลผลิตทั้งหมดไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม แปลว่า ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ นี้ ก็จะทำให้ต้นทุนขนส่งโดยรวมลดลง และที่สำคัญคือจะกลับมาทำให้รายได้ของจังหวัดนั้นโตขึ้น

หรือแม้กระทั่งเรื่องของการเชื่อมพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ถ้าเราบอกว่าจังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีแต่ถนนตัดไม่ได้ และก็ไม่มีพี่น้องประชาชนหรือนักท่องเที่ยวไป เราจะทำอย่างไรให้เชื่อมเมืองต่อเมือง หรือเชื่อมเมืองหลักที่มีประชากรอยู่เยอะ แล้วได้มีโอกาสได้ไปยังสถานที่สำคัญ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นขั้นตอนที่เราจะนำยุทธศาสตร์ประเทศ 4 ประการนั้นลงมาขับเคลื่อนภายใต้เนื้องานที่ดิฉันเรียนว่าเราก็จะมาวางบนแผนที่นี้ แล้วทางรัฐบาลก็จะลงไปควบคู่กับทางสภาพัฒน์ฯ ที่จะทำงานกับกระทรวงมหาดไทย ที่จะลงไปประชุมยังพื้นที่แต่ละจังหวัดเพื่อทำยุทธศาสตร์จังหวัด เพราะว่าบางครั้งเราดูภาพใหญ่เรียบร้อยแล้ว แต่ในลงรายละเอียดจังหวัดนั้นยังมีความต้องการที่ต้องดู เช่น ในจังหวัดนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ เป็นแหล่งที่จะต้องรับวัตถุดิบเราที่ไหน หรือว่าจังหวัดที่มีผลไม้ อย่างเหตุการณ์วันนี้เลยบอกว่ามีผลไม้ จังหวัดจันทบุรีปลูกผลไม้มากช่วงนี้ และจะส่งออกขายไปยังจังหวัดใกล้เคียง จะไปอย่างไร จะทำอย่างไรให้ผลไม้สดอยู่ตลอดเวลา เส้นทางต่าง ๆ เหล่านี้เราจะไปทำเวิร์คชอปกันในจังหวัด ต้องขออนุญาตเรียนว่าคงจะฝากเรียนทางด้านของจังหวัดไว้ด้วย และเราคงจะประชุมกันกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด กับท้องถิ่น และภาคเอกชนทั้งหมด เพื่อที่เราจะได้มาถกกันอย่างใกล้ชิดและกำหนดเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เมื่อเห็นยุทธศาสตร์จังหวัดแล้ว การส่งเสริมการลงทุนการจัดสรรงบประมาณ ก็จะสามารถจัดสรรได้ถูกต้องสอดคล้อง และที่สำคัญคำตอบที่ได้คือรายได้ของจังหวัดนั้นจะดีขึ้น เรียนว่านี่คือแผนงานที่ภายในอีกเดือนสองเดือนก็คงจะมีการลงไปทำเวิร์คชอปกันทีละจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ก็คงจะอยู่ที่รูปแบบที่จะกำหนดไป

ในส่วนนี้ก็ต้องเรียนว่าก่อนจะไปเราก็คงมีการเตรียมงาน ซึ่งเชื่อว่าทาง กนจ. จะมีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เรียนว่าจะเป็นตัวเลขที่เราจะขออนุญาตพูดคุยกันเรื่องของตัวชี้วัด วันนี้เราจะเห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจเราสามารถวัดได้ แต่ในส่วนของจังหวัดนั้นเรายังมีข้อมูลบางข้อมูลที่เราต้องการที่เร็วขึ้น เพื่อเราจะได้ทำงาน เพราะวันนี้การพัฒนาความเจริญต่าง ๆ นั้นในส่วนของหลาย ๆ จังหวัดก็เติบโตเร็ว เราก็คิดว่าการวัดต่าง ๆ สถิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข ก็เป็นสิ่งที่เราควรจะมาร่วมกันวัด เพราะโจทย์ที่เราต้องการก็คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศ แต่การที่ประเทศจะยกระดับได้นั้นก็ต้องมาเพิ่มขีดความสามารถในจังหวัดและในท้องถิ่นด้วยเช่นกัน จะมีการนำเอาตัวชี้วัดภาพรวมที่ทางสภาพัฒน์ฯ จะบูรณาการกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่เราได้รับการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วนั้นลงไปหารือในจังหวัดด้วย ส่วนหนึ่งก็คงจะเอาไปให้ท่านในวันที่ 19 มิถุนายน ให้พิจารณาดูว่ากลไกอันไหนบ้างที่สามารถที่จะคงวัดได้ และจังหวัดเห็นว่ามีความสำคัญ หรือมีตัววัดอันไหนที่เราควรจะวัดเพิ่ม เพื่อที่จะได้พัฒนาร่วมกัน แล้วเราก็จะใช้ตรงนี้เป็นบรรทัดฐานในการที่จะเตรียมแผนงานในการพัฒนาของจังหวัดว่าในอนาคตข้างหน้าเราจะต้องเตรียมอย่างไร อย่างเช่น เราจะวัดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในจังหวัด ถ้าจังหวัดไหนที่เติบโตช้าเราจะทำอย่างไรในการกำหนดยุทธศาสตร์จังหวัด เพื่อให้มีการพัฒนาและเติบโตได้ จังหวัดไหนมีปัญหาเรื่องการศึกษา เราจะเพิ่มในเรื่องของการศึกษาพัฒนาอย่างไร ทางด้านของประชากรสังคม ถ้าจังหวัดไหนมีเยาวชน มีผู้สูงอายุเราจะดูแลอย่างไร

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราเห็นชัดเราก็จะบูรณาการงานของกระทรวงลงไปให้ท่านอีก เช่น ถ้าสมมติว่าจังหวัดไหนที่มีผู้ที่พบว่ามีผู้ป่วยมากที่สุด อย่างนี้อาจจะเป็นจังหวัดแรกที่กระทรวงสาธารณสุขต้องลงไปดูและวางแผนเป็นต้นแบบ หรือจังหวัดไหนมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี กระทรวงไอซีทีก็ควรจะไปทำงานกับจังหวัดนั้นก่อน ดังนั้นในจังหวัดนอกจากงบประมาณที่ท่านได้รับการจัดสรรของจังหวัดลงไปแล้ว ของท้องถิ่นแล้ว ถ้าเราทำงานในส่วนของบูรณาการชัด เราจะมีงบประมาณในส่วนของกระทรวงที่จะลงไปชัดเจน แทนที่ทุกกระทรวงจะลงไปกระจายในทุกจังหวัด เราอาจจะไม่สามารถที่จะติดตามได้ถ้าเราจัดการบริหารงานเป็น Project และมี Guide line ชัด อันนี้ก็จะทำให้การพัฒนาขีดความสามารถของจังหวัดนั้นสามารถที่จะเพิ่มขึ้นได้ และนอกเหนือจากนั้นถ้าโครงการไหนที่คิดว่าเป็นโครงการที่สำคัญที่จะต้องทำให้ยุทธศาสตร์ประเทศนั้นเติบโต ก็จะมีการบูรณาการในส่วนตรงนี้ให้ และกลไกต่าง ๆ ก็จะหมุนตามยุทธศาสตร์จังหวัด  อันนี้ขออนุญาตเรียนเป็นข้อมูลคร่าว ๆ ว่าหลังจากนี้คงจะมีหน่วยงานกลางที่จะเข้าไปหารือกับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่าน และการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าการทำงานนี้ถ้าเราบูรณาการด้วยกัน และมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับจังหวัด ดิฉันก็เชื่อว่าตรงนี้เราจะมีแผนงานที่ชัดเจนขึ้น แล้วก็คงจะส่งต่อไปถึงงบประมาณปี 58 ที่จะมีการปรับเปลี่ยนตรงนี้ให้สอดคล้องด้วยเช่นกัน ขออนุญาตเรียนให้ทราบเป็นเรื่องที่สอง

เรื่องอื่น ๆ มีเรื่องของสังคมเล็กน้อยนะคะที่จะขอความร่วมมือ คือเรื่องของศูนย์ช่วยเหลือสังคมหรือ OSCC เรียนว่าศูนย์นี้จะเป็นศูนย์ที่บูรณาการช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการ หลายท่านคงทราบแล้วเรามีการ Kick Off ไปแล้ว ภายใต้เบอร์ 1300 แม่งานจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ แต่สิ่งที่ต้องการความร่วมมือคือระบบการบูรณาการแบบส่งต่อของทุกหน่วยงาน หมายความว่าถ้าใครมีปัญหาร้องเรียนที่ไหนสามารถร้องเรียนได้ 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ 1. โทรศัพท์เข้าเบอร์ 1300 เป็นปัญหาของกระทรวงไหน เป็นปัญหาของจังหวัดไหนจะส่ง Call ไปให้ท่านรับ และให้ท่านช่วยรับจัดการแก้ปัญหา เมื่อแก้แล้วจะเกี่ยวกับใครก็ส่งต่อ หรือ 2. พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ใกล้ท้องถิ่นไหน อยู่ใกล้จังหวัดไหน เขาจะไปแจ้งที่ศูนย์ OSCC ที่นั่น เมื่อได้แล้วจะมีระบบให้ท่านบันทึก บันทึกเสร็จแล้วแก้ปัญหาเบื้องต้นแล้วจะส่งต่อไปที่ไหน อย่างเช่น เด็กอายุต่ำกว่า 15 ถูกรังแก ถูกพ่อแม่ทุบตี เขามาแจ้งร้องที่ทางท้องถิ่น ท่านรับเรื่องไว้ ถามว่าสิ่งที่ท่านต้องทำต่อคืออะไร ถ้าเด็กมีปัญหา มีแผล มีบาดแผล ก็ต้องส่งให้สาธารณสุข ถ้ามีปัญหาต้องแจ้งความก็ต้องส่งให้สำนักงานตำรวจ หรือถ้าเป็นเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองอุปถัมภ์ก็ต้องกลับไปที่ศูนย์กรมประชาสงเคราะห์ของทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นี่คือสิ่งที่เราจะมาบูรณาการ ความหมายนี้ก็หมายความว่า เดิมทีทุกหน่วยงานก็ทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราปรับปรุงเพิ่มคือว่าเราจะทำระบบส่งต่อให้เบ็ดเสร็จเหมือน One Stop Service เพราะเราเชื่อว่าผู้ที่มีปัญหาคงต้องการคำตอบ ต้องการผู้ที่รับผิดชอบในการติดตาม ดังนั้นก็ขอความกรุณาค่ะ ช่วงนี้จะมีการอบรมจะมีการเริ่มเปิดระบบให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ เมื่อใช้แล้วกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะเป็นผู้ที่คอยติดตามว่าแต่ละช่วงนั้นมีปัญหาค้างอะไรบ้าง ขออนุญาตเรียนเรื่องนี้เพื่อทราบ และในรายละเอียดคงจะมีทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่จะเข้าไปทำงานใกล้ชิดกับทุกท่าน นี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เราจะแก้ปัญหาสังคมและโดยเฉพาะเรื่องของการค้ามนุษย์ ซึ่งเราเองเราก็เป็นห่วงในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ขออนุญาตเรียนเป็นเรื่องที่สามค่ะ

เรื่องที่สี่เป็นเรื่องที่วันนี้เรื่องของราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะช่วงนี้คงมีเรื่องของราคาผลไม้ เราก็ขอความร่วมมือว่าในส่วนของจังหวัดที่มีผลไม้ ถ้าสมมติว่าเหลือเกินจากที่ใช้บริโภคในจังหวัดก็ขออนุญาตให้บูรณาการในกลุ่มจังหวัดว่าจะส่งไปขายที่จังหวัดอื่นใกล้เคียงอย่างไร และเราจะมีการจัดโอทอปครั้งพิเศษขึ้นมา คงจะเป็นหลักการคือขายผลไม้ มีการนำผลไม้ต่าง ๆ มาขายในกรุงเทพฯ ด้วย กับเมืองใหญ่ ๆ ที่มีกำลังซื้อ เพื่อไปช่วยแบ่งเบาภาระ แล้วอาจจะมีระบบสั่งจองล่วงหน้าโดยใช้ไปรษณีย์ไทยดำเนินการให้ และนอกจากการจัดขายผลไม้แล้วทางโอทอปคงจะขอให้มีการขายอาหารด้วย การจัดนิทรรศการโอทอปต่อไปนี้ก็ขอความร่วมมือว่าเราอยากเห็นแต่ละจังหวัดคัดสินค้ามาไม่ซ้ำกัน ขออนุญาตยกตัวอย่างที่ไปดูที่ญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นเขาจะใช้เป็น Theme เป็นเรื่อง ๆ เขาก็มีเหมือนกับเป็นศูนย์กลางนิทรรศการหรือโอทอป สมมติว่าเราจะทำเรื่องอาหาร ถ้าเราทำอาหารโดยที่ทุกจังหวัดมีการคัดอาหารไม่ซ้ำประเภทกัน เวลาคนมาซื้อเขาก็อยากซื้อสิ่งที่หลากหลาย ถ้าเรามาเหมือน ๆ กัน แน่นอนราคาเราก็จะไม่ได้ราคาสูง สิ่งนี้ทางญี่ปุ่นเขาก็ใช้วิธีการมีทั้งห้างที่จะให้ทุกจังหวัดมาโชว์สินค้าและขายโดยไม่ซ้ำกัน หรือการจัดอย่างเช่น จัดเทศกาลช่วงนี้จะเป็นเรื่องเสื้อผ้า ทุกจังหวัดที่เกี่ยวกับเสื้อผ้าก็ดึงเสื้อผ้ามาไม่ซ้ำกัน อาหารก็อาหาร หมวดเครื่องใช้ก็เครื่องใช้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราก็คงจะเริ่มลงไปทำในมิติที่ลึกขึ้น เราจะทดลองทำอันแรกคือแก้ปัญหาราคาผลไม้ด้วย และส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้มีทางเลือกเรื่องอาหารด้วย ก็คงจะจัดโอทอปนี้ในเร็ว ๆ นี้ประมาณน่าจะเดือนกรกฎาคมประมาณนี้

สุดท้ายค่ะ ขออนุญาตฝากเรื่องของปัญหาภัยพิบัติ คิดว่าคงต้องเตรียมการได้แล้ว ช่วงนี้แม้ว่าบางพื้นที่ยังมีปัญหายังประกาศภัยแล้งอยู่ แต่ดิฉันเชื่อว่าวันนี้คงต้องเตรียมเพราะจะเริ่มเข้าช่วงฤดูฝนแล้ว ก็ขอให้ทุกหน่วยงานในการยึดแนวทางที่เราได้พูดคุยกันถึงการตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าแบบ 2P2R ก็ขอให้แต่ละจังหวัดนั้นเตรียมการได้ เพราะว่าในแต่ละส่วนถ้าเราเตรียมการไว้ก่อน ป้องกันไว้ก่อน ก็คงจะทำให้ความเสียหายทางด้านของทรัพย์สินหรือที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนก็ลดน้อยลงค่ะ ทั้งหมดนี้ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการเรียนเล่าให้ทุกท่านได้ทราบเป็นเบื้องต้น และที่สำคัญขออนุญาตขอขอบคุณทางกระทรวงมหาดไทยที่ได้จัดการสัมมนาครั้งนี้ รวมถึงกองทุนหมู่บ้านที่เป็นแกนกลางในการนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่ภาคปฏิบัติภายใต้โครงการร้อยมือสร้างเมืองค่ะ โอกาสนี้ขอถือโอกาสขอขอบคุณทุกท่านที่เดินทางมา และขอให้กลับบ้านโดยสวัสดิภาพค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิมลมาส รัตนมณี ถอดเทป