www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
20 กรกฎาคม 2550
คำกล่าวให้โอวาทของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แก่คณะกรรมการบริหารและสมาชิกของสมาคมกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2550 เวลา 14.00 น.

 เรียนท่านนายกสมาคมกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์

และท่านสมาชิกสมาคมผู้มีเกียรติทุกท่าน

 ผมขอขอบคุณท่านทั้งหลายที่ได้ให้คำอวยพรและเป็นกำลังใจที่ได้เสียสละเวลาเดินทางมาในวันนี้  ผมขอขอบคุณในเจตนารมณ์ดีของทุกท่านที่จะร่วมมือกับรัฐบาล ด้วยการเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและรายงานความเป็นไปของบ้านเมือง ไปสู่พี่น้องประชาชนและชุมชนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ย่อมนำมาซึ่งความร่วมมือที่ดี และวิทยุ กระจายเสียงท้องถิ่นชุมชนก็เป็นสื่อที่อยู่ใกล้ชิดชุมชนมากอย่างยิ่ง  ประชาชนมีความเชื่อถือ และเป็นสื่อที่สามารถให้บริการทั้งด้านข่าวสาร  ความรู้  และความบันเทิงไปพร้อมๆ กัน 

ท่านทั้งหลายคงทราบกันดีแล้วว่า  รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ คนในสังคมยังคงมีความขัดแย้งทางความคิด เราต้องการที่จะสมานฉันท์ แต่รัฐบาลก็มีกรอบระยะเวลาที่จะทำงานในระยะเวลาที่ไม่มากนัก คือ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ และผ่านการลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ แล้ว ซึ่งเราถือว่าเตรียมที่จะคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน แต่ก่อนที่ถึงเวลานั้น หน้าที่ของท่านทั้งหลาย  มีเวลาอีกประมาณ 1 เดือน ที่จะต้องช่วยกันทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า ขอให้ออกมาใช้สิทธิ เพราะว่าเรามุ่งที่จะคืนอำนาจให้สู่ประชาชน หลังจากที่ได้มีการใช้สิทธิลงประชามติกันแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้มีความมุ่งมั่นและได้มีความพยายามที่จะไปให้ถึงจุดนั้นภายในห้วงเวลาในปีนี้    

 สำหรับตลอดระยะเวลาประมาณ  9-10 เดือนที่ได้เข้ามารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลได้ดำเนินการในสิ่งสำคัญๆ อันเป็นการวางพื้นฐานให้แก่สังคมไทยไว้จำนวนไม่น้อย สิ่งที่สำคัญก็คือ รัฐบาลได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จ        พระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานมาเป็นแนวทางในการบริหาร ไม่ว่าจะในเรื่องของส่วนตัว ครอบครัว ชุมชน และเรื่องของประเทศชาติ เราก็ได้น้อมนำหลักปรัชญานั้นมาใช้ คือการเน้นทางสายกลาง  คำนึงถึงความพอเหมาะพอดี ความพอประมาณ และมีเหตุผลในการดำเนินการ ซึ่งแนวทางนี้ ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่เหมาะกับอุปนิสัย เหมาะกับพวกเราชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง  เพราะว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวทางนี้แก่พสกนิกรชาวไทย  โดยที่พระองค์ท่านได้ทรงครองราชย์มาเป็นเวลา 60 ปี และปีนี้ก็เป็นที่ 61 แล้ว  จาก 60 ปี ของพระองค์ท่านนั้นเอง ได้นำมาซึ่งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  อันจะเป็นแนวทางของพวกเราในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับชาติบ้านเมือกันต่อไป  

ผมขอเรียนให้ท่านทั้งหลายในฐานะเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ว่า ในแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเราสามารถนำไปปรับใช้ได้ แม้กระทั่งปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะในเรื่องเศรษฐกิจที่เรามีปัญหาอยู่ ว่าค่าของเงินบาทแข็งตัวขึ้นมา  สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานหลักปรัชญานี้ คือ เราจะต้องมีภูมิคุ้มกัน เราจะต้องสร้างภูมิคุ้มกัน และเราต้องไม่ประมาท เพราะฉะนั้นการทำงานใด ๆ ก็ตาม เราจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่า การที่เราได้ดำเนินการในสิ่งต่าง ๆนั้น เราอาศัยแนวทางที่ได้พระราชทานมานี้เป็นหลักที่สำคัญในการดำเนินงาน 

ในการที่จะทำการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจอย่างถูกต้องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่เท่าที่ผมได้พบปะกับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้นำชุมชนหลาย ๆ ส่วนได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ลงไปใช้ และสามารถที่จะทำได้เป็นอย่างดี หลาย ๆ ส่วน เป็นชุมชนที่สมควรที่จะเป็นตัวอย่างได้ ผมอยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วยว่า ภายในพื้นที่ของท่านที่ท่านสามารถที่จะทำการประชาสัมพันธ์ สามารถที่จะส่งกระจายเสียงได้ ถ้าหากมีชุมชนซึ่งมีความสามารถเป็นชุมชนซึ่งอาจจะเรียกว่ามีความเข้มแข็งแล้วน่าจะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้กับชุมชนอื่นได้มาศึกษาเป็นตัวอย่าง ศึกษาเป็นแนวทางที่จะได้ใช้ร่วมกัน นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านทั้งหลาย ไว้ด้วยในเรื่องของการที่จะประชาสัมพันธ์หลักของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกันต่อไป 

สิ่งสำคัญที่ผมได้พูดไปในเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกท่านจะช่วยผมได้ ช่วยรัฐบาลได้ และช่วยชาติบ้านเมืองได้ นั่นก็คือการที่จะประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิในการลงประชามติ ในการประชาสัมพันธ์ก็ฝากให้ช่วยชี้แจงในเรื่องของการเปรียบเทียบ เพราะว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 และได้มีการปรับแก้เป็นร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 นี้ เพื่อเป็นข้อเปรียบเทียบให้กับพี่น้องประชาชนด้วย เพราะว่าในบางครั้งพี่น้องประชาชนเองก็ไม่มีโอกาสที่จะศึกษาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้อย่างละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 309 มาตรา นั่นเป็นเรื่องที่อยากจะให้ทุกท่านได้ช่วยดำเนินการด้วย  สำหรับสิ่งที่ผมได้พูดถึงเรื่องของการที่จะคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน  นั่นก็เป็นเป้าหมายในระยะต่อไป ซึ่งเมื่อไปถึงในระยะที่ ผ่านพ้นจากการลงประชามติไปแล้ว ขั้นตอนที่รัฐบาลจะดำเนินการคือจะหารือกัน แล้วนำความขึ้นกราบบังคมทูล ฯ  เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และเมื่อได้โปรดเกล้า ฯ ลงมาเป็นพระราชกฤษฎีกาแล้ว เราจะได้แจ้งให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า จะเป็นวันที่เท่าไหร่ นั่นก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะได้รีบเร่งในการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ภายในปีนี้ 

สำหรับการทำหน้าที่ของทุกคนนั้น ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ท่านได้ทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีของบ้านเมืองของเรา สำหรับโครงการ "กระบอกน้อยร้อยน้ำใจให้พ่อหลวง" ที่สมาคมฯ ร่วมกับสมาชิกทั่วประเทศจัดทำขึ้น เพื่อให้ประชาชนระดับรากแก้วแผ่นดินร่วมเทิดไท้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา นั้น  เป็นการแสดงความจงรักภักดีและความสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่รัฐบาลเห็นว่าสมควรที่จะสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงขออวยพรให้การดำเนินโครงการบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ทุกประการ 

ในโอกาสนี้  ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งหนึ่งที่ได้เดินทางมาให้กำลังใจและขอมีส่วนร่วมในโครงการกระบอกน้อยร้อยใจฯ ที่ทุกคนมีวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการนี้ และขอให้ทุกคนได้ประสบแต่สิ่ง ที่ดีงาม ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ทุกคนมุ่งหวังไว้ในทางที่ดีและขอให้เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ                 

 ขอบคุณครับ

----------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก