ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรี
ท่านเอกอัคราชทูต
ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
หัวหน้าส่วนราชการ
ผู้แทนองค์กรผู้พิการ
และผู้มีเกียรติทุกท่าน
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงองค์กรคนพิการ และภาคเอกชนทุกท่านที่ได้มาพร้อมใจกันสร้างประวัติศาสตร์ไทย เพื่อผู้พิการในวันนี้
รัฐบาลได้กำหนดเรื่อง การลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของประเทศ เพราะเชื่อมั่นว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะต้องเกิดขึ้นบนพื้นฐานความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวครอบคลุมถึงการสนับสนุนให้ผู้ที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิต เช่น ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้พิการ สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้เช่นเดียวกับคนทั่วไป
แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาแนวคิดจากการให้การสงเคราะห์และฟื้นฟู มุ่งไปสู่การเปิดโอกาสให้กลุ่มคนพิการได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน เพื่อดูแลผู้พิการให้ตรงจุด จากการเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการต่าง ๆ ที่มีส่วนในการกำหนดนโยบาย แผนงาน โครงการหรือกิจกรรม และด้านอื่นๆ
วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาล เพื่อเอาชนะความไม่เท่าเทียมและความไม่เสมอภาคที่ยังคงมีอยู่ในสังคม เป็นการสร้างมิติใหม่ว่าผู้พิการไม่ใช่ภาระ หากแต่เป็นพลังที่มีศักยภาพผ่านโครงการ “ เปลี่ยนภาระเป็นพลัง สร้างสังคมเพื่อทุกคน ” ซึ่งดิฉันมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับท่านทั้งหลายในการผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นจริง
ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย
รัฐบาลได้ร่วมกันหารือในการประชุมเพื่อหาแนวทางดำเนินการ โดยกำหนดแนวทางการดำเนินการ ทั้งหมด 8 ข้อดังนี้
1. การส่งเสริมสิทธิอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ต้องเรียนว่าสิ่งใดที่จะต้องทำให้ผู้พิการนั้นเข้าถึงสิทธิ ซึ่งอารยะสถาปัตย์ จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ เพราะผู้พิการทุกคนมีความสามารถ บางคนมีความสามารถมากกว่าคนปกติ ถ้าเรามีโอกาสได้ช่วยในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกนี้ อารยะสถาปัตย์ เป็นหนึ่งในมิติ ที่จะสร้างความสะดวกเพื่อผู้พิการ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าถ้าเราพัฒนาส่วนนี้ ไม่ใช่แค่ผู้พิการที่ได้รับประโยชน์แต่จะเป็นการรองรับในสังคมผู้สูงอายุอีกด้วย พร้อมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้สามารถมาท่องเที่ยวในประเทศไทย อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
2. จัดให้มีการบริการที่ตอบสนองความจำเป็นของผู้พิการในแต่ละประเภทและบริการภาครัฐต่าง ๆ ทั้งด้าน การศึกษา สาธารณสุข และความยุติธรรม ซึ่งในส่วนนี้เราได้เริ่มการบูรณาการ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC 1300 ที่จะเป็นศูนย์ในการรวมกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็น เด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการและผู้สูงอายุ ที่สามารถตอบสนองการแก้ปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ รวมถึงการเข้าถึงสิทธิอย่างเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน
3. การสร้างอาชีพที่สามารถทำงานได้ทั้งในสถานที่และนอกสถานที่ ซึ่งเราจะต้องร่วมกันคิดว่าทำอย่างไรให้การสร้างอาชีพของผู้พิการ ครบวงจร และสะดวกขึ้น หรือจะทำอย่างไรในการส่งเสริมร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้ามาทำงานร่วมกับเราได้
4. การสนับสนุนด้านกีฬาและการท่องเที่ยว การกีฬาเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสุขภาพ และการท่องเที่ยวเราก็ได้มีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การใช้เทคนิคร่วมกับความรู้ต่าง ๆในการช่วยเหลือ
5. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต
6. พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7. การปรับปรุงฐานข้อมูลของผู้พิการ ซึ่งตัวเลขที่เห็นยังคงมีอีกมากมายที่หลายท่านยังไม่ได้แจ้งมา ถ้าเราจะร่วมกันในการปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้อง การแก้ปัญหาต่างๆก็จะถูกจุด
8. การสนับสนุนการวิจัยสาเหตุในความพิการในแต่ละประเภทอย่างจริงจัง เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นอย่างเป็นระบบ
นี้คือส่วนหนึ่งที่เราได้รวบรวมแนวทางในการดำเนินงาน และการจัดทำยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหา ซึ่งขณะนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะได้เป็นแกนกลางหลักในการบูรณาการ ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ ขั้นตอนการปฏิบัติและการทำงาน รวมถึงการประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน เพื่อเราจะร่วมกัน เปลี่ยนภาระ ให้เป็นพลัง
ทั้งนี้รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิการยน 2555 ได้กำหนดให้สถานที่ราชการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 5 ประเภทได้แก่ ทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ ป้ายและสัญลักษณ์ รวมถึงบริการข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
จึงเป็นที่มาของวันนี้ที่เราได้รับความร่วมมือจาก 21 หน่วยงาน ที่จะร่วมกันในการบูรณาการตามมาตรการฯ ดังกล่าว รวมถึงการปรับปรุงสถานที่ในส่วนราชการและครอบคลุมไปยังหน่วยงานอื่นๆและความร่วมมือในภาคเอกชน เพื่อกำจัดอุปสรรคในการใช้ชีวิตของผู้พิการ เพื่อการเสริมพลังและคุณภาพ ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ประเทศไทยในการพัฒนาชีวิตที่ดีของผู้พิการ
ท่านผู้มีเกียรติ
วันนี้ ตึกสันติไมตรีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน และยังมีตึกบัญชาการ ตึกไทยคู่ฟ้า และตึกนารีสโมสร ได้มีการปรับปรุงระบบต่าง ๆ ในอารยะสถาปัตย์เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ แม้กระทั้ง สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่อ่อนแอทางร่างกาย สามารถเข้าถึงประโยชน์และใช้ชีวิตได้อย่างปกติ จึงอยากขอความร่วมมือจาก ภาครัฐและเอกชน ได้ช่วยกันปรับเปลี่ยนเพื่อผู้พิการด้วยเช่นกัน
สุดท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณ ทั้ง 21 หน่วยงาน องค์กรคนพิการ และภาคเอกชน ที่ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ ลงนามในวันนี้ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านคนพิการให้ประสบผลสำเร็จ และขอให้คำพูดไม่ได้เป็นเพียงวันนี้ ขอให้คำพูดนี้จะทำให้โครงการมีความต่อเนื่อง เพื่อที่จะร่วมกัน “ เปลี่ยนภาระเป็นพลัง เพื่อสังคมของทุกคน ”
ขอบคุณค่ะ
--------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
อภินันท์ จันทรา/ถอดเทป