เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านรัฐมนตรี
ท่านเอกอัครราชทูต
ผู้แทนองค์กรสหประชาชาติ
หัวหน้าส่วนราชการ
และผู้แทนมูลนิธิ องค์กรพัฒนาเอกชน
แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และสื่อมวลชนทุกท่านค่ะ
วันนี้ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมของรัฐบาลในครั้งนี้นะคะ เรียนท่านผู้มีเกียรติว่าวันนี้ประเทศของเรามีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เจริญเติบโตเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองหรือเศรษฐกิจต่าง ๆ แต่แน่นอนบนความเจริญนั้นก็มีผลกระทบต่อสภาวะสังคม โดยเฉพาะกระทบต่อวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และรวมถึงสภาพความเป็นอยู่โดยรวมในส่วนของสังคม ดังนั้นการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี การที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนทุกคนนั้นอยู่ได้ด้วยความเสมอภาคและสมศักดิ์ศรี และรวมถึงความเสมอภาคทั้งหญิงชาย ความเสมอภาคในทุกเพศ ทุกวัย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่พร้อมให้การสนับสนุนและทำงานบูรณาการกับทุกกระทรวงมาโดยตลอด จะเห็นว่าปัญหาที่ผ่านมานั้นดิฉันก็เชื่อว่าทุกกระทรวงวันนี้ หลายกระทรวงที่เข้ามารวมอยู่ในที่นี้และเครือข่ายที่เรียนเชิญในวันนี้ ไม่เพียงแค่ 700 ท่านที่อยู่ในห้องนี้ แต่ยังมีอีกหลายเครือข่ายทั่วประเทศในการที่ร่วมกันในการพัฒนาดูแลช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และผู้พิการ บุคคลต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีหลาย ๆ หน่วยงานในการทำงานติดตามอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่เราได้พบก็คือว่าปัญหาต่าง ๆ ยังไม่ได้มีความลดน้อยถอยลงไป และสิ่งที่พบคือว่าทุกหน่วยนั้นได้มีการประสานงานกัน โดยใช้วิธีการติดตามซึ่งก็เป็นกระบวนการต่าง ๆ ที่ยาวนานมาก และเป็นการประสานงานแบบระบบส่งต่ออยู่แล้ว
สิ่งที่รัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์วันนี้คือเจตนารมณ์แน่วแน่ที่เราจะร่วมกันในการบูรณาการพัฒนาระบบนี้ ให้เป็นระบบที่สมบูรณ์อย่างบูรณาการกันอย่างแท้จริง นั่นหมายความว่าระบบทุกระบบของทุกหน่วยที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือมูลนิธิ หรือเครือข่ายภาคประชาชน ก็จะเป็นหน่วยในการที่เราจะร่วมกันรวมพลังเป็นด่านหน้าในการรับเรื่องราวร้องเรียนกับการกระทำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ ทุกท่าน เพื่อให้หน่วยนี้เป็นหน่วยในการเป็นหน้าด่านในการที่จะรับเรื่องราวทั้งหมด แล้วประสานส่งต่อไปยังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้กระทั่งทุกเครือข่ายที่ทำหน้าที่ดูแลอย่างเต็มที่อยู่แล้ว เพื่อให้ระบบการส่งต่อนั้นเกิดความรวดเร็ว และเพื่อให้ระบบของการส่งต่อนั้นมีกระบวนการในการติดตามอย่างครบวงจร เมื่อติดตามแล้วบางครั้งอย่างกรณีผู้ที่มีปัญหาต่าง ๆ ได้รับการดูแลก็ต้องได้รับการฟื้นฟู เยียวยา แล้วก็ดูแลจิตใจ จนถึงให้กลับเข้ามาเป็นคนดี ให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในสังคม นี่คือสิ่งที่เราคาดหวัง เราอยากคาดหวังไม่ใช่เพียงแค่การช่วยเหลือสังคม แต่เราอยากเห็นการช่วยเหลือ บำบัด ฟื้นฟู และกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็นการบูรณาการนี้ และดิฉันก็เชื่อว่าการบูรณาการนี้จะได้รับการตอบรับจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเราจะได้ร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ในสังคมอย่างปลอดภัย และได้รับสิทธิตามกฎหมาย สิทธิที่พึงจะได้รับตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น จากเจตนารมณ์ต่าง ๆ นี้ก็ต้องกราบเรียนท่านผู้มีเกียรติว่า ตลอดเวลาในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตนั้น รัฐบาลก็ได้มีการพัฒนาโครงการต่าง ๆ หลายโครงการตั้งแต่เรื่องของการสร้างระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า การบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุในการบูรณาการระบบส่งต่อเช่นนี้มาถึงกัน ในการที่จะขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เป็นหน่วยในการรับผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ จุดมุ่งหมายก็คือต้องการรักษาชีวิตของพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด และยังมีเรื่องของการเพิ่มเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งการเพิ่มโอกาสในการที่ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกองทุนของรัฐบาล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราถือว่าเครื่องมือต่าง ๆ เรามีหลายเครื่องมือ การขยายโอกาสเราก็มีหลายโอกาสที่จะมีการให้ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนหมู่บ้าน กองทุนตั้งตัวได้ หรือแม้กระทั่งกองทุน SML และยังมีหลาย ๆ โครงการที่ภาครัฐได้จัดสรรให้ แต่ทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับสิทธิเสรีภาพ หรือได้รับสิทธิ์ที่ภาครัฐดูแลให้อย่างเต็มที่และเต็มเม็ดเต็มหน่วย นี่คือเจตนารมณ์ของการบูรณาการทั้งหมด และประเทศไทยเราก็ได้มีการปฏิบัติตามพันธกรณีที่เราได้ลงนามกับนานาประเทศ ซึ่งมีทั้งการออกกฎหมายรับรอง มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่มีการทำแผนยุทธศาสตร์อย่างครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน ปราบปรามการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานเด็ก หรือแม้กระทั่งการกระทำรุนแรงในครอบครัวและสังคม ตลอดจนการแก้ปัญหาวัยรุ่น คือคุณแม่วัยรุ่น ด้วยการที่จะทำอย่างไรในเรื่องของปัญหาการท้องก่อนวัย การเข้าใจ และการเตรียมสภาพปัญหาต่าง ๆ บริบทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป จะทำอย่างไรให้เราสามารถที่จะอยู่ได้จากบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป เศรษฐกิจที่พัฒนา แต่สังคม วัฒนธรรมและประเพณียังอยู่ และคุณภาพชีวิตของคนไทยนั้นยังอยู่เช่นกัน แน่นอนค่ะ การทำแบบนี้ก็คือการที่แก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง จึงเป็นที่มาของเจตนารมณ์ในการบูรณาการทั้งหมด
ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างว่า สิ่งที่เรากำลังพูดว่าศูนย์ OSCC นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศูนย์ในการรับเรื่องราวต่าง ๆ หรือศูนย์ในการส่งต่อ แต่เป็นศูนย์ในการดูแลอย่างครบวงจร ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างในกรณีเรื่องของเด็กท้องก่อนวัย วัยรุ่นท้องก่อนวัย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าน้องท้องก่อนวัย นอกเหนือจากการที่เราจะดำเนินการตามกฎหมายแล้ว เด็กวัยรุ่น เด็กเยาวชนจะทำอย่างไรในการยืนหยัดอยู่ในสังคม คุณแม่วัยใส จะทำอย่างไร และการดูแลเด็กที่จะเกิดมาในโลกนี้ด้วยความที่สังคมต้องได้รับการดูแล และการพักฟื้นจิตใจ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือการที่เรามองลึกไปมากกว่าการแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เราต้องการที่จะแก้ปัญหาถึงสังคม และการเข้าใจปัญหาสังคมว่า เราจะทำอย่างไรที่จะย้อนกลับเข้าไปตั้งแต่เรื่องของต้นทาง ด้วยการป้องกัน ด้วยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนั้น ที่มาของกระทรวงต่าง ๆ ที่ได้เกี่ยวข้องนั้นดิฉันก็หวังว่าในอนาคตเราจะมีหลาย ๆ กระทรวงเข้ามาร่วมมือเพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่งมูลนิธิ เครือข่าย ภาคเอกชน ที่ภาครัฐยินดีที่จะร่วมทำงานกับทุกท่าน ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการบูรณาการระบบส่งต่อนี้ เรามีการพัฒนาโดยใช้ระบบเทคโนโลยีเพื่อให้การพัฒนาการส่งต่อนี้สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล ใช้แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสามารถที่จะใช้ในการติดตามการแก้ปัญหาและการดูแลประชาชนทุกคนอย่างเต็มที่ และส่งต่อไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนั้น โดยที่มีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร และสำนักนายกรัฐมนตรี ในการที่จะติดตามบูรณาการ พร้อมกับให้คำแนะนำกับทุกกระทรวง โครงการนี้ วันนี้ เราได้มีการลงนาม MOU กับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องตามที่ท่านได้เห็น ในส่วนนี้คาดว่าจากการลงนามนี้ เราจะบูรณาการศูนย์ทั้งหมดได้มากกว่า 20,000 ศูนย์ทั่วประเทศ และภายใต้ศูนย์นี้จะเป็นศูนย์รับ เรียกว่าเป็นเคาน์เตอร์ในการรับเรื่องราวทั้งหมด รวมถึงกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่มีอยู่ทั่วประเทศด้วย และยังมีเบอร์โทรศัพท์เบอร์กลางคือ 1300 และเว็บไซต์ เชื่อว่าอีก 2 เดือนท่านรัฐมนตรี ICT รับปากว่าอีก 2 เดือนระบบนั้นจะสามารถติดตามได้อย่างมีความเป็นอัตโนมัติ ซึ่งตรงนี้จะทำให้การทำงานของทุกศูนย์นั้นทำงานได้คล่องตัวขึ้น การอบรม การทำงานต่าง ๆ ก็จะมีการอบรมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในลำดับถัดไปค่ะ
วันนี้ถือว่าเป็นวันที่พวกเราได้มาร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการที่จะลงนามความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง รวมถึงมูลนิธิ และมีมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรีด้วยที่ได้เข้ามาร่วมกับเราในวันนี้ และในอนาคตเราก็ขอเรียนเชิญมูลนิธิทุก ๆ มูลนิธิที่จะเข้ามา พร้อมในการทำงานร่วมกัน ในนามของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีขอขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน และองค์กร เครือข่ายภาคประชาชนทุกท่าน ที่มาร่วมกันในการบูรณาการให้งานนี้ได้เกิดขึ้นสำเร็จเป็นอย่างดี และสุดท้ายนี้เพื่อเราจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อเป็นศูนย์ที่จะบูรณาการระบบส่งต่ออย่างสมบูรณ์ เพื่อที่จะทำให้ปัญหาชีวิตของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสนั้นได้รับการพัฒนาที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ ขอขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
------------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิมลมาส รัตนมณี ถอดเทป