www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
1 เมษายน 2556

คำกล่าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในพิธีแสดงความยินดีแก่ทหารชั้นประทวนที่ได้เลื่อนฐานะ เป็นทหารสัญญาบัตร ณ ลานอเนกประสงค์ ภายในศาลาว่าการกลาโหม วันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2556 เวลา 17.30 น.

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านปลัดกระทรวงกลาโหม

ท่านรองสมุหราชองครักษ์

ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ท่านผู้บัญชาการเหล่าทัพกำลังพลที่ได้เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร

และผู้มีเกียรติทุกท่าน

 

ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ได้ให้เกียรติดิฉันมาเป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตรในวันนี้ และขอถือโอกาสนี้ชื่นชมกระทรวงกลาโหมที่ได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างความเจริญก้าวหน้าในการรับราชการของกำลังพลชั้นผู้น้อยซึ่งถือว่ากระทรวงกลาโหม นั้น เป็นหน่วยงานหลักและเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญ และมีหน้าที่หลักในงานด้านความมั่นคง ที่จะต้องมีหน้าที่ที่จะปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ไม่ปกติ หรือมีภัยพิบัติร้ายแรง กำลังทหารถือว่าเป็นกำลังหลักที่มีทั้งกำลังพลและเครื่องมือที่พร้อม ในการจะเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหา เช่น เมื่อคราวมหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา ทหารก็เป็นกำลังหลักในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ร้อนและเดือดร้อนของประชาชน จนกระทั่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย กำลังทหารก็ยังเป็นกำลักหลักที่ช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนราษฎรตลอดจนถนนหนทางต่าง ๆ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งว่าภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น ยังอยู่ในความทรงจำของประชาชนเสมอมา

 

ดังนั้น อาชีพหรือหน้าที่ชีวิตทหารนั้น จึงมีความแตกต่างจากคนอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะต้องมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์แล้ว และมีความมุ่งมั่นทุ่มเท ท่านยังต้องเป็นผู้มีอุดมการณ์ มีความเสียสละ และมีความรับผิดชอบ เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ดิฉันถือว่าภารกิจของทุกท่านนั้น เป็นภารกิจที่มีความสำคัญและมีความหมายต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม

ดังนั้นการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและกระทรวงกลาโหมได้วางนโยบายให้นายทหารชั้นประทวน ที่อายุ 55 ปีขึ้นไป ได้เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตรนั้น ถือเป็นการตอบแทนคุณงามความดีที่ท่านได้ทำหน้าที่ปฏิบัติราชการมาตลอด รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่กำลังพลชั้นผู้น้อย ซึ่งถือว่าจะได้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม และส่งผลถึงการทำงานโดยรวมของกระทรวงกลาโหมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ข้าราชการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถที่จะมีขวัญกำลังใจในการพัฒนาเพื่อให้งานของราชการนั้นมีคุณภาพต่อไป ซึ่งถือว่าทุกท่านในที่นี้ก็จะเป็นบุคคลที่จะได้ร่วมกันในการที่จะนำขวัญกำลังใจเหล่านี้กลับไปเป็นความทุ่มเทในการทำงานและคุณงามความดีเพื่อประเทศชาติ ประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป

 

สุดท้ายนี้ ดิฉันขอแสดงความยินดีกับนายทหารใหม่ทุกท่าน และร่วมภาคภูมิใจกับครอบครัว ญาติพี่น้องทั้งที่อยู่ในที่นี้ และที่ไม่ได้มาร่วมในพิธีอันมีเกียรตินี้ และขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้นำเหล่าทัพ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับที่ได้ร่วมกันในการสร้างโอกาสและขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลชั้นผู้น้อย ให้สามารถที่จะมีขวัญกำลังใจและความทุ่มเทในการทำงานต่อไป รวมถึงรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนในการที่จะแก้ปัญหาและพัฒนารักษาขวัญกำลังใจของกำลังพลเช่นกัน หวังว่าทางกระทรวงกลาโหมจะดำเนินการในการให้กำลังใจและสร้างขวัญกำลังใน รวมถึงดูแลสวัสดิการข้าราชการนายทหารชั้นผู้น้อยในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลพร้อมที่จะทำงานและให้การสนับสนุนเช่นกัน

ท้ายที่สุดนี้ ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้เพื่อนข้าราชการทหารทุกท่าน พร้อมทั้งครอบครัวจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาที่จะร่วมกันในการสร้างสรรค์พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าถาวรสืบไป

 

ขอบคุณค่ะ

-----------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิไลวรรณ/ถอดเทป