www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
28 มีนาคม 2556

คำแถลง ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ ณ อาคารรัฐสภา วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2556 เวลา 10.05 น.

กราบเรียนท่านประธานสภาฯ ที่เคารพ

ดิฉันนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีนายกิตติรัตน์ฯ ได้นำเสนอหลักการและเหตุผล ตลอดจนรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ ไปแล้วนั้น ดิฉันใคร่ขอถือโอกาสนี้ขอเวลาของทางสภาฯ เวลาอันมีค่าของสภาฯ ในการที่จะได้อภิปรายถึงความตั้งใจของรัฐบาล  ที่จะพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า และรวมถึงการพัฒนาให้ลูกหลานของเรานั้นมีอนาคตที่สดใส  ภายใต้โครงการการลงทุนเพื่ออนาคตไทยสำคัญที่สุดในวงเงิน 2 ล้านล้านบาทค่ะ

กราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพคะ รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องเสนอการลงทุนขนาดใหญ่ของโครงสร้างพื้นฐาน  ซึ่งเป็นไปตามแถลงนโยบายที่ดิฉันได้มีการแถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 และเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตเริ่มด้วยการเล่าถึงปัจจัยทางการเมืองภายหลังจากการเกิดปฏิวัติรัฐประหารขึ้นในปี 2549 ว่าหลังจากปัจจัยทางการเมืองที่มีปัญหาก่อให้เกิดความขัดแย้งนั้น ประเทศไม่ได้เป็นประชาธิปไตย  ก็ส่งผลทำให้หลาย ๆ ประเทศนั้นเราไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ สิ่งที่มีผลกระทบก็คือเศรษฐกิจที่ถดถอยลง  และเมื่อเราเทียบความสามารถและขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศนั้นเราก็จะเห็นว่า  ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบ 1 ทศวรรษ มิติการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ของประเทศนั้นไม่ได้ถูกลงทุน  ไม่มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง  และที่สำคัญต้นทุนในการขนส่งของประเทศนั้นสูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์ นั่นทำให้ขีดความสามารถของเราในการที่จะแข่งขันกับนานาประเทศนั้นมีต้นทุนที่สูงขึ้น และภาระในการขนส่งทั้งหมดก็จะเน้นหนักในการใช้การขนส่งทางถนนส่วนใหญ่  ซึ่งก็มีผลทำให้ปัญหาความแออัด การจราจร และรวมไปถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนบนท้องถนนด้วย

ถ้าเราไปดูในเรื่องของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  ซึ่งการจัดลำดับของ WEF ในปี 2555 – 2556 นั้นขีดความสามารถของประเทศไทยในด้านโครงสร้างพื้นฐานนั้นลดลงจากอันดับที่ 42 มาเป็นอันดับที่ 49 ซึ่งถือว่าหลังกว่าประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียด้วย  แนวคิดในการลงลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้ อย่างแรกต้องเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์การวางยุทธศาสตร์อนาคตของประเทศในระยะยาว และจะทำให้แผนการลงทุนต่าง ๆ นั้นมีแผนงานในการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงแนวคิดในการลงทุนนี้ต้องเป็นการมองระบบของการเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง  ตั้งแต่ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศให้มีความสัมพันธ์กัน  และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนค่ะ

แนวคิดในการลงทุนนี้ดิฉันขออนุญาตนำเรียนเสนอในแนวคิดเป็นแต่ละเรื่องดังนี้นะคะ เรื่องแรก แนวคิดในการลงทุนเพื่อตอบโจทย์ Connectivity หรือการเชื่อมโยงสู่ AEC เพื่อให้ประเทศไทยของเรานั้นได้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงศูนย์การลงทุนสู่ภูมิภาคอาเซียน  เนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน  การเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งถือว่าหากเตรียมการเชื่อมโยงนี้ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน  เราจะเชื่อมโยงฐานเศรษฐกิจเดิมบวกกับการต่อยอดฐานเศรษฐกิจใหม่  ซึ่งเป็นฐานประชากรทั้งหมดของประชาคมอาเซียน 600 ล้านคนค่ะ นั่นหมายถึงการที่เราจะได้มีการที่จะสร้างเสริมรายได้ใหม่ ๆ และองค์ความรู้  รวมถึงประชากรที่จะเข้ามาร่วมการค้าขาย  และรวมถึงประเทศไทยมากขึ้น  โดยมีการเน้นการพัฒนาระบบรางเป็นสองส่วนด้วยกันค่ะ

ส่วนแรก คือระบบรถไฟรางคู่  ซึ่งรถไฟรางคู่นี้จะสามารถเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านในระยะแรก และสามารถที่จะลดต้นทุนขนส่งในสินค้าประเภทหลัก สำหรับส่วนที่สอง คือรถไฟความเร็วสูง  รถไฟความเร็วสูงนี้เราก็จะเน้นในเรื่องของการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง  สินค้าที่เน่าเสียง่ายที่ต้องใช้ระยะเวลาที่รวดเร็วในการขนส่ง  รวมถึงการเดินทางของพี่น้องประชาชนที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น  การพัฒนาด่านเข้า-ออกของประเทศ แน่นอนจุด Connectivity หรือการเชื่อมโยงนั้นก็ต้องมีการพัฒนาด่านเข้า-ออกของประเทศที่มีความมั่นคง ปลอดภัย ทันสมัย และรองรับการเติบโตเศรษฐกิจตามแนวชายแดน ซึ่งวันนี้จำนวนอัตราการเติบโตเศรษฐกิจแนวชายแดนนั้นสูงขึ้น เราก็อยากเห็นการพัฒนาเศรษฐกิจแนวชายแดนนั้นเป็นการค้าที่มีความสมดุล  และเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างไร้พรมแดนของประชาคมอาเซียนในอนาคตที่เกิดขึ้นจริงค่ะ

ส่วนที่สอง การคำนึงถึงแนวคิดนี้ได้มองถึงการกระจายความเจริญและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนคนไทย  ด้วยการมองการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่เพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน  นอกเหนือจากการเดินทางบนท้องถนน  ก็จะมีทางเลือกอื่นไม่ว่าจะเป็นทางเรือ หรือทางรถไฟ  ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนสะดวกขึ้น เข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง  และมีส่วนในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการเดินทางพร้อมกับความปลอดภัยในการเดินทางด้วยเช่นกัน การกระจายความเจริญ  ซึ่งเราเน้นอยากจะเห็นการกระจายความเจริญที่กระจายจากหัวเมืองไปยังชานเมืองโดยเฉพาะในส่วนของภูมิภาค นั่นหมายถึงว่าการที่จะทำให้การลดความแออัดของเมืองกรุง และสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในระดับภูมิภาคขึ้น  และการเชื่อมโยงระดับภูมิภาคสู่ภูมิภาค  ซึ่งตรงนี้ค่ะจะเป็นการที่เราจะทำให้คนในเมืองกรุงนั้นได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ลดความแออัด แต่ขณะเดียวกันเราจะมีส่วนในการเติมเต็มความเจริญให้กับพี่น้องประชาชนในชนบทเช่นกัน  เมื่อมีการเติมเต็มในส่วนนี้  แก้ปัญหาความเจริญจากหัวเมือง  กระจายเพิ่มในส่วนของชานเมืองนั้นก็เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของประเทศ  ว่าด้วยเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนา รวมถึงการกระจายรายได้ของประชากรอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

ส่วนที่สาม ก็คือแนวคิดในการสร้างความแข็งแรงของเศรษฐกิจของประเทศสู่ความยั่งยืน  ซึ่งการสร้างความแข็งแรงนั้นก็มีความจำเป็นที่จะเชื่อมห่วงโซ่ของการผลิตเข้าด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และการส่งออก ซึ่งจะเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเรามีอุตสาหกรรมต้นน้ำ มีแหล่งวัตถุดิบโดยเฉพาะภาคการเกษตรที่เราต้องพัฒนามากขึ้น  ยังไม่เกิดเชื่อมโยงไปสู่แหล่งส่งออก แน่นอนต้นทุนค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกรก็จะใช้เวลานาน  และใช้ต้นทุนที่สูงขึ้น หากเรามีการเชื่อมโยงตั้งแต่ส่วนของห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ นั่นหมายถึงเราเชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ สินค้าต่าง ๆ ไปยังส่วนกลางน้ำก็คืออุตสาหกรรมการผลิตหรือการแปรรูป  และไปยังปลายน้ำก็คือศูนย์การกระจายสินค้าและการส่งออกอย่างเชื่อมต่อกันนั้น ก็จะทำให้ระยะเวลาต่าง ๆ นั้นรวดเร็วขึ้น  ลดต้นทุนในการขนส่งโดยรวม และที่สำคัญถ้าเป็นอาหาร  อาหารก็จะสดขึ้น ลดการสูญเสีย ซึ่งวันนี้พี่น้องเกษตรกรใช้เวลาในการขนส่งสินค้าโดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำนั้นก็จะมีการสูญเสียมาก  ถ้าลดในส่วนนี้ก็เท่ากับลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนชาวไทย  และความรวดเร็วอาหารก็จะสดขึ้น  ผู้บริโภคก็จะได้รับอาหารที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น  และราคาที่ยุติธรรม รวมถึงการลดต้นทุนการขนส่งในภาคอุตสาหกรรมโดยรวมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเกษตรค่ะ

ส่วนที่สี่ คือหลักแนวคิดของการเชื่อมเมืองสู่การท่องเที่ยว ประเทศไทยถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนานาประเทศ  จากที่ผ่านมานั้นการเชื่อมโยงของแหล่งท่องเที่ยว  เราเชื่อมจากกรุงเทพมหานครไปยังจุดท่องเที่ยวเมืองใหญ่ ๆ แต่เรายังไม่ได้เชื่อมโยงจุดท่องเที่ยวเมืองใหญ่นั้นไปยังเมืองจังหวัดใกล้เคียง  ซึ่งวันนี้จะพบว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงวัฒนธรรม อีกมากมายที่ไม่สามารถจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เนื่องจากการคมนาคมขนส่ง โดยหลักการนี้เราจะเชื่อมเมืองต่อเมืองของการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน  จะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น และไปยังเมืองอื่น ๆ ใกล้เคียง  นั่นจะทำให้รายได้ชุมชนบริเวณนั้นมีรายได้มากขึ้น และที่สำคัญนักท่องเที่ยวจะอยู่กับเรานานขึ้น  ก็คือรายได้โดยรวมของประเทศจากการท่องเที่ยว และการบริการอย่างสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ

จากแนวคิดทั้ง 4 ข้อนี้ ก็ต้องส่งผลถึงแนวคิดในเรื่องของภาพรวมของเศรษฐกิจว่า เศรษฐกิจในช่วงการลงทุนของอีกช่วง 7 ปี ข้างหน้านั้น คาดว่าปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมแต่ละปีจะมีมูลค่าของ GDP เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการจ้างงานอีก 500,000 อัตรา ซึ่งจะส่งผลทำให้การสร้างความแข็งแรง และการหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศ และรวมถึงลงทุนนั้นมีอนาคตต่อไป

ท่านประธานสภาฯ ที่เคารพคะ ยังมีหลายท่านที่มีข้อสงสัยว่า ทำไมรัฐบาลจึงต้องกู้เงินผ่านการออกพระราชบัญญัติแทนที่จะดำเนินการผ่านกระบวนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดิฉันขอถือโอกาสนี้ในการอธิบายดังนี้  จากบทเรียนที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีโครงการใหญ่ ๆ หลายโครงการที่ถูกระงับหรือถูกยกเลิกเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากปัญหาการผันผวนทางการเมือง ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และขาดการลงทุนที่ต่อเนื่อง ซึ่งระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น ไม่สามารถเอื้อต่อการลงทุนที่เป็นโครงการใหญ่ระยะยาวและต่อเนื่อง ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราเห็นการลงทุนที่ต่อเนื่อง ต่างชาติหรือต่างประเทศที่จะมาลงทุนนั้น ก็จะเห็นความเชื่อมั่น และสามารถที่จะวางแผนอนาคตในการพัฒนาต่าง ๆ ได้

เราจะเห็นว่าหลาย ๆ ตัวอย่างที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต อย่างเช่น ตัวอย่างของการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งวันนั้น ไม่มีใครทราบว่าปีที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ สนามบินสุวรรณภูมิที่มีแผนในการพัฒนาการต้องเร่งที่จะพัฒนาเร็วกว่ากำหนด นั่นคือเรากำลังขาดการมองไปข้างหน้า เรากำลังพัฒนาประเทศไล่หลังความเจริญค่ะ

ดิฉันมองว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ นอกเหนือจากนี้เป็นโครงการที่เรียนว่า การลงทุนพื้นฐานนี้ เป็นโครงการของประชาชนโดยแท้จริง เป็นโครงการที่สร้างอนาคตให้กับลูกหลานเรา ซึ่งเป็นโครงการที่เราไม่ควรถูกแปรเปลี่ยนตามสภาวะการเมืองที่ผกผัน โดยเฉพาะช่วงนี้ มีความจำเป็นที่จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ นั้น มีการลงทุนขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกความมั่นใจ เพื่อเรียกการลงทุน และสร้างความแข็งแรงของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนค่ะ

สำหรับการลงทุนภายใต้วงเงิน 2 ล้านล้านบาทนั้น นอกจากนี้ยังมีการเสริมงบประมาณประจำปีและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง และเรายังมีโครงการในการเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามาลงทุนด้วย ทั้งนี้ก็จะทำให้งบประมาณประจำปีนั้น สามารถที่จะนำไปดูแลช่วยเหลือประชาชนด้านสวัสดิการ หรือโครงการในการเสริมศักยภาพของพี่น้องประชาชนและการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมต่อไป

สำหรับการกู้นั้น ทางรัฐบาลมั่นใจว่า เรามีเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย เราจะเน้นในการกู้ระยะยาว เพื่อการลงทุนในโครงการระยะยาวเช่นกัน นอกจากนี้ ตลาดตราสารหนี้ของไทยก็มีสภาพคล่องที่สูงมาก ดังนั้น การกู้เงินของรัฐบาลที่จะทยอยกู้เงินใน 7 ปีข้างหน้า ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดทางการเงิน

สำหรับเรื่องของความยั่งยืนของการคลัง ซึ่งในช่วงแรกการลงทุนหนี้สาธารณะต่อ GDP นั้น อาจจะปรับตัวสูงขึ้น แต่โครงการเหล่านี้ ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่านที่เคารพว่า โครงการเหล่านี้ ล้วนเป็นโครงการที่สร้างรายได้อย่างครบวงจร ก็จะทำให้ GDP เพิ่มขึ้น ซึ่ง GDP ที่เพิ่มขึ้นนั้น ก็จะมีผลให้หนี้สาธารณะต่อ GDP ปรับตัวลดลงเช่นกัน

ฉะนั้นตลอดเวลาของโครงการนี้ หนี้ของประเทศก็จะอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ นั่นคือต่ำกว่าร้อยละ 50 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ซึ่งเราก็ยังมีช่องว่างอีก 10 เปอร์เซ็นต์ต่อ GDP เพื่อเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลัง ซึ่งจะเป็นการกำหนดให้หนี้สาธารณะต่อ GDP นั้น สูงไม่เกินร้อยละ 60 ถ้าเรารักษาอยู่ในระดับ 50 นั้น เราก็จะมีช่องว่างอีก 10 เปอร์เซ็นต์ของต่อ GDP ภายใต้กรอบความยั่งยืนของกระทรวงการคลัง พร้อมกับเป็นการบริหารความเสี่ยงที่มีการกำหนดช่องว่างอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ต่อ GDP เพื่อที่จะรองรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดในอนาคตได้

แต่ที่สำคัญจากเหตุการณ์ในอดีตที่เห็น เมื่อมีการลงทุนพัฒนาแล้วโครงการต่าง ๆ สร้างวงจรเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตขึ้น ถ้าท่านสมาชิกจำได้ว่า ในหลายปีที่ผ่านมาเรามีปัญหาเรื่องภาวะหนี้ ไม่มีใครคิดว่าเมื่อก่อนที่เรามีปัญหาภาวะเศรษฐกิจเรื่องหนี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องของอุทกภัยต่าง ๆ นั้น วันนี้เศรษฐกิจของประเทศได้ฟื้นตัวกลับมาแล้ว และคงไม่มีใครคาดคิดว่า เมื่อตอนที่เราเป็นหนี้ วันนี้เรามีการใช้หนี้ ประเทศไทยมีการใช้หนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว

สำหรับเรื่องของความโปร่งใส ดิฉันขอยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องมีความโปร่งใส และเข้มงวดกว่าโครงการเงินกู้ หรือโครงการตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทั้งนี้ ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างก็ได้มีการกำหนดให้มีการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ว่าด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 หรือ e-auction หรือระเบียบของหน่วยงานเจ้าของโครงการ รวมทั้งมีมติคณะรัฐมนตรีให้ประกาศราคากลางไว้ใน TOR สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อความโปร่งใสมากขึ้น ทั้งนี้ก็เป็นระเบียบเกี่ยวกับการใช้จ่ายของงบประมาณรายจ่ายประจำปี นอกจากนั้น ในส่วนนี้เอง เราก็ได้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติบัญชีแนบท้ายและเอกสารประกอบที่ชัดเจนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และได้มีการเผยแพร่เอกสารประกอบที่เป็นรายละเอียดของโครงการทุกโครงการให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้ทราบแล้ว

สำหรับการพิจารณาโครงการ เราได้มีการให้คณะกรรมการในการพิจารณาดูแลและตรวจสอบโครงการ รวมถึงหน่วยงานสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ 3 หน่วยงานหลักร่วมกันพิจารณารายละเอียดในการทำหน้าที่ดูแลและตรวจสอบ ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็สามารถที่จะตรวจสอบได้เช่นเดียวกับงบประมาณปกติผ่านกรรมาธิการฯ ส่วนการรายงานนั้นก็จะมีการรายงานต่อรัฐสภาแห่งนี้ ถึงผลการดำเนินงานเมื่อมีการสิ้นปีงบประมาณตามที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลก็ได้มีการจัดกระบวนการที่จะรับฟังความคิดเห็นของสาธารณะตั้งแต่แรกเริ่ม เรามีการจัดรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ ในระดับชุมชนร่วมกับภาครัฐและเอกชน และประชาชนอย่างกว้างขวาง รวมถึงล่าสุดก็ได้มีการจัดนิทรรศการเพิ่มความรู้ความเข้าใจกับสาธารณชนที่เปิดโอกาสให้สาธารณชนได้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ และรัฐบาลก็ได้นำความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ มาประกอบในการดำเนินงานต่อไปค่ะ เรียนยืนยันว่า โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้น  จะต้องมีการติดตามและตรวจสอบ เพื่อให้โครงการนั้นสามารถบรรลุตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และที่สำคัญขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างต้องมีความโปร่งใสไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นค่ะ

ท่านประธานสภาฯ ที่เคารพคะ ดิฉันขอยืนยันอีกครั้งว่า การดำเนินการของรัฐบาลนั้น เกิดจากเจตจำนงที่จะทำงานให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและเพื่อให้ทุกท่านเกิดความมั่นใจว่าการลงทุนนี้ จะทำให้ประเทศของเรานั้น ได้ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนในการขนส่งโดยรวมลง เพิ่มรายได้ขึ้นมาตั้งแต่ระดับชุมชน และเป็นการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง และสุขภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น และที่สำคัญที่สุด ดิฉันไม่อยากเห็นการถกเถียงกันว่า โครงการเหล่านี้ ใครจะเป็นคนริเริ่ม ใครจะเป็นเจ้าของความคิด แต่ดิฉันอยากเห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และประชาชนจะได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ และร่วมกันสร้างผลงานที่จะวางรากฐานอนาคตของประเทศไทย และร่วมกันในการที่จะวางรากฐานเพื่ออนาคตของลูกหลานคนไทยเราต่อไป  ขอบคุณค่ะ

 

---------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก