www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
20 มีนาคม 2556

คำกล่าว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณะสุขแห่งชาติประจำปี 2556 ณ ตึกสันติไมตรี  ทำเนียบรัฐบาล วันพุธที่ 20 มีนาคม 2556 เวลา 09.00 น.

เรียน      รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ผู้บริหารข้าราชการเจ้าหน้ากระทรวงสาธารณสุขทุกท่าน

รวมถึงพี่น้องชาว อสม. และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านค่ะ

วันนี้ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสได้มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น เนื่องในวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติประจำปี 2556 ในวันนี้ รู้สึกดีใจ และขอชื่นชม   พี่น้อง อสม. ทุกท่านที่ได้อุทิศกำลังกาย กำลังใจ และเสียสละเวลา ในการที่จะร่วมกันทำงานเพื่อพัฒนาสุขภาพของประชาชน เพราะถือว่าชาว อสม. ทุกท่านเป็นกำลังของชาติ วันนี้เราจะเห็นว่าจำนวน อสม. มีนับล้านคนทั่วประเทศ การที่ได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นรวมถึงรางวัลเชิดชูเกียรติ ที่ได้รับพระราชทานในวันนี้ถือว่าเป็นขวัญกำลังใจ เพราะทุกท่านคือผู้ที่จุดประกายในการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวม

ขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และขอถือโอกาสชื่นชมในความตั้งใจและความเสียสละของชาว อสม. ทุกท่านต้องเรียนว่านโนบายของรัฐบาลให้ความสำคัญและตระหนักถึงความสำคัญของระบบสุขภาพของชุมชนซึ่งถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะมีภาคประชาชนท้องถิ่นที่จะมาบูรณาการร่วมกัน ในส่วนของสุขภาพเพื่อให้ชุมชนของเรามีสุขภาพที่เข้มแข็ง เมืองไทยของเราแข็งแรง

การที่นโยบายของรัฐบาลให้ความสำคัญด้านสุขภาพและยังถือว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของประเทศที่ต้องการจะช่วยดูแลสังคม ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาสุขภาพซึ่งเป็นปัญหาปัจจัยสำคัญเป็นพื้นฐานที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงของประเทศ เพราะว่าคนไทยมีสุขภาพที่ดีมีการดูแลบำรุงรักษาเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดาจนถึงช่วงอายุแก่ชราได้ดี การดูแลสุขภาพไม่ว่าจะเป็นอาหาร สุขภาพทางด้านจิตทางกาย การออกกำลังกาย ถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ

สิ่งที่ดิฉันได้ไปพบในหลาย ๆ ประเทศก็ได้รับการชื่นชม ว่าเป็นประเทศไทยที่ให้ประชาชนของเราเข้าถึงสุขภาพได้มากที่สุด ถือเป็นความภาคภูมิใจ แต่สิ่งที่เป็นความภาคถูมิใจนั้น เบื้องหลังก็คือพี่น้องชาว อสม.  ทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันระบบนี่ให้เกิดขึ้น การดูแลสุขภาพถือเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทย ที่เราจะต้องร่วมกันทำซึ่งถือว่าส่วนนี้ท่านเป็นกำลังสำคัญกับรัฐบาล รัฐบาลจะทำไม่สำเร็จถ้าไม่มีพี่น้องชาว อสม. ที่เป็นกลไก วันนี้จะเห็นว่าการดูแล แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลในชุมชนต่าง ๆ นั้นยังไม่เพียงพอ ซึ่งภาครัฐเองเราก็พยายามที่จะเร่งอัตราในการที่จะขยายบุคลากรทางการแพทย์ให้มากขึ้นและการเข้าถึงชุมชน ดิฉันอยากเห็นพี่น้องชาว อสม. ทุกท่านเป็นตัวแทนของภาครัฐและของประชาชนทั่วประเทศในการที่จะเข้าถึงโดยเฉพาะชุมชนที่ยังไม่มีสถานพยาบาล พี่น้องชาว อสม. ก็ต้องเป็นผู้ที่เข้าถึงและดูแลสุขภาพประชาชนเป็นคนแรกซึ่งอยากเห็นการพัฒนา

ขออนุญาตฝากท่านอธิบดี ท่านปลัด ท่านรัฐมนตรี ช่วยเรื่องของการพัฒนา เรื่องของระบบการส่งต่อของ อสม. รัฐบาลก็พร้อมในการที่จะให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ อุปกรณ์ ค่าใช้จ่าย และที่สำคัญการฝึกอบรมการพัฒนาชาว อสม. นี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราก็เชื่อว่าเราต้องมีการพัฒนาและเรียนรู้กับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งวันนี้จะเห็นว่าอัตราของคนไทยที่มี โอกาสจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีมากขึ้นทุกวัน ในอนาคตเราจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น ก็แปลว่าเราดูแลรักษาสุขภาพของคนไทยได้ดีขึ้น  มีผู้สูงอายุมากขึ้นแต่ขนาดเดียวกันหน้าที่ภาระชาว อสม. ก็คงจะมีมากขึ้นเช่นกันก็อย่างที่เรียนว่าเราต้องพัฒนาทั้งอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ และพัฒนาบุคลากรชาว อสม. ให้มีความเข็มแข็ง ถ้าเรามีการพัฒนาระบบอย่างสมบูรณ์ในการส่งต่อกันที่ดี การเข้าถึงสิ่งต่าง ๆ ก็คงจะทำได้ดีขึ้น

ขณะนี้นอกจากปัญหาเรื่องของสัดส่วนผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นแล้ว  วันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้กำหนด 5 โรค ที่ถือว่าเป็นภัยคุกคามสุขภาพของคนไทย คือเป็นโรคที่ต้องมีการทำให้พี่น้องประชาชนผู้ที่ป่วยนั้น เสียค่าใช้จ่ายอย่างสูงถ้าเราป้องกันตั้งแต่ต้น แน่นอนสามารถลดค่าใช้จ่ายเสริมสุขภาพของคนและทำให้บุคลากรของเรามีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดในเลือดสมอง และมะเร็ง ซึ่งตรงนี้ถ้าเราช่วยลดปัญหาต่าง ๆ  ดิฉันเชื่อว่าคนไทยจะมีสุขภาพแข็งแรง ยังไม่ได้รวมอีกหลาย ๆ โรคที่จะเกิดขึ้น นี่เป็นภาระที่มาก ซึ่งชาว อสม. เป็นกำลังสำคัญจริงๆ

ดิฉัน ขออนุญาตเรียนว่า ในส่วนของผู้หญิงซึ่งวันนี้เรามีจำนวนผู้หญิงเกินจากผู้ชายมา 1% แล้ว 51% ก็ถือว่าเป็นประชากรทั้งหมด ผู้หญิงจากที่ได้สำรวจจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จะเห็นว่าปัญหานอกเหนือจากรายได้ของสตรีที่ต้องการแล้ว ปัญหาเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่มาก ที่สตรีทุกคนมีความเป็นห่วง เราจึงได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกับทางชาว อสม. ที่จะร่วมกันแก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นในการที่จะเข้าถึงการตรวจความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม ถ้าเจอในระยะแรกแล้วมารักษาก็จะสามารถป้องกันและรักษาให้หายได้ ก็เลยตั้งเป้าไม่แน่ใจว่า จะเป็นเป้าที่สูงเกินไปหรือไม่ แต่ดิฉันเชื่อว่าถ้าชาว อสม. ทุกท่านร่วมกัน วันนี้เรามี อสม.กว่าล้านคน ถ้าหนึ่งคนช่วยกันถ่ายทอดความรู้ไปช่วยกันตรวจมะเร็งเต้านมอีก 20 คนจะเข้าถึงและดูแลสตรีอย่างน้อย 20 คนภายใน 1 ปี เป็นสิ่งที่ขออนุญาตขอความร่วมมือ ขอฝากกำลังสนับสนุนช่วยดูแลสตรีไทยด้วยอย่างน้อย 1 ท่านต่อ 20 คน ถ้าท่านเจอใครช่วยให้คำแนะนำเขาเพื่อจะได้ป้องกันโรคเสี่ยง ๆเ หล่านี้  การมีสุขภาพที่แข็งแรง การแนะนำต่าง ๆ ที่ทาง อสม. ทำก็ถือว่าเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งที่จะทำให้คนไทยนั้นมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ทานอาหารที่มีประโยชน์      การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นความสุขของทุกคน

ขอถือโอกาสนี้เชิญชวนชาว อสม. ทุกท่านในการที่รวมพลังกันด้วยความแข็งแรงกันในวันนี้ รัฐบาลขอขอบคุณและขอเป็นกำลังใจให้กับชาว อสม. ทุกท่าน ที่สำคัญกำลังใจเนื่องในวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ที่เราจะได้ร่วมกันส่งเสริมสุขภาพและสนับสนุนให้ชุนชนในการจัดการระบบสุขภาพให้มีความเข้มแข็งประเทศไทยก็จะเข้มแข็ง เราจะทำงานร่วมกันต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม มีโครงการอีกหลายโครงการ ต้องฝากกระทรวงสาธารณะสุขให้การสนับสนุนชาว อสม. ด้วย

ขอขอบคุณในการเสียสละอันใหญ่หลวงของพี่น้องทุกท่าน ณ ที่นี้และรวมถึงพี่น้องทั่วประเทศที่ไม่ได้มาร่วมงานในวันนี้ฝากกำลังใจไปให้และแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับประกาศเกียรติคุณและการเชิดชูคุณงามความดีของชาว อสม. ก็เป็นความภูมิใจที่ดิฉันเองอดภูมิใจแทนท่านไม่ได้

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านและครอบครัวประสบความสุขความเจริญและที่สำคัญมีสุขภาพแข็งแรงคือลาภอันประเสริฐ และสิ่งที่เป็นคุณงามความดีที่ท่านทำมาให้กับประเทศ ขอให้ตกอยู่กับท่านและครอบครัวตลอดไป   ขอบคุณค่ะ

 

--------------------------------------------

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

พัณณ์วรินทร์ อินโท่โล่ ถอดเทป