เรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ประธานธนาคาร
ผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชน
ผู้ประกอบการ SMEs
วันนี้ ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดงาน และรวมถึงเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือโครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินเฉพาะกิจและหน่วยงานภาครัฐ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs จัดโดย กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ ถือว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการบูรณาการเต็มรูปแบบระหว่างผู้ประกอบการกับธนาคารของรัฐที่เราได้มาบูรณาการกันอย่างเป็นระบบในวันนี้ ถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอีกก้าวหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ต้องการจะเข้าถึงแหล่งเงินทุน
การลงนามในวันนี้ต้องขอขอบคุณความร่วมมือของกระทรวงหลักคือกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รวมถึงกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน และขอขอบคุณสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 6 แห่ง ที่ได้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนที่ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอาทิธนาคารเพื่อการการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศ
ขอขอบคุณสถาบันการเงินทั้ง 6 แห่ง ที่ได้ทำงานร่วมกันกับทางรัฐบาลและกระทรวงอื่น ๆ อย่างเข้มแข็ง ถือว่า SMEs และ OTOP นั้นเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มูลค่าของผู้ประกอบการ SMEs OTOP และวิสาหกิจชุมชนนั้นมี GDP ร่วมถึง 3.9 ล้านล้าน หรือคิดเป็น 3.7% ของประเทศ และสร้างงานเกือบ 11 ล้านคน นอกจากนั้นได้ก่อให้เกิดมูลค่าส่งออกถึง 2 ล้านล้านบาท ประมาณ 30% ของยอดส่งออก และที่สำคัญ SMEs หลายรายก็มีศักยภาพที่จะยกระดับเป็นบริษัทใหญ่ด้วย ถ้าเราร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเต็มที่
ดิฉันเชื่อว่าศักยภาพของผู้ประกอบการทุกคนมีเต็มที่อยู่แล้ว ต้องเรียนว่าสิ่งที่เราเห็นในวันนี้ เรามาบูรณาการวันนี้เป็นประโยชน์อย่างมาก ถือว่าเป็นช่วงจัวหวะเวลาที่ดีที่เป็นโอกาสตรงของประเทศ เพราะวันนี้ความผันผวนทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความเจริญทางเศรษฐกิจก็ได้ย้ายมาสู่ภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทยก็เป็นจุดที่ได้เปรียบที่เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และเราจะรองรับประชาคมอาเซียนหรือเศรษฐกิจ AEC ในปี 2015 เราจะมีประชากร วันนี้เราไม่ได้ขายเพียงประเทศเราประเทศเดียว เราจะขายประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งวันนี้กลายเป็นตลาดอาชีพ เป็น 600 ล้านคน ยังไม่ร่วมการเชื่อมโยงตลาดจากประเทศอื่น ๆ วันนี้นักท่องเที่ยวก็เข้ามามากสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จึงเป็นโอกาสอันดีและเป็นโอกาสที่เหมาะสมตรงกับเวลาที่เราจะมาร่วมกันในการพัฒนาผู้ประกอบการ แต่อย่างไรก็ตามความท้าทายต่าง ๆ ก็มีมาก ดังนั้นเราต้องช่วยกันในการทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง มีการเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับตลาดใหม่ที่เกิดขึ้น เพราะบางครั้งเราอาจจะต้องปรับวิธีการ ปรับฐานตลาดมากขึ้น ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นแต่ดิฉันเชื่อว่าบนความท้าทายนั้นมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ
สำหรับภาครัฐทำงานในส่วนของการเพิ่มศักยภาพของประเทศควบคู่กับการที่ภาครัฐร่วมกันทำงานกับภาคเอกชนคือ การที่เรามีการประกาศการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 2 ล้านล้านบาท ถ้าผู้ประกอบการรายใดยังไม่มีโอกาส อนุญาตประชาสัมพันธ์ที่ศูนย์ราชการ วันนี้ได้ขยายเวลาไปอีก เพราะได้รับการเรียกร้อง และการตอบรับจากผู้ชม ได้ขยายเวลา ถ้ามีโอกาสเลิกสัมมนาแล้วก็กรุณาไปดูว่าโครงสร้างที่รัฐบาลลงทุนนั้นจะเกิดประโยชน์อะไรในจังหวัดของท่าน และเราจะได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ภาครัฐทำอย่างเต็มที่ ถ้ามีโครงสร้างพื้นฐานความเจริญจะมีมากขึ้นและตลาดโตขึ้น เศรษฐกิจ การจ้างงานดีขึ้น และที่สำคัญเราทำถนน ทำรถไฟรางคู่เชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้านรองรับ AEC แล้ว ฉะนั้นจังหวัดใดที่ใกล้ชายแดนต่าง ๆ ก็จะเกิดมูลค่าทางการค้าของเพื่อนบ้านทันที หลังจากที่เรามีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้ และรวมถึงในอนาคตรัฐบาลก็จะมีการพัฒนาโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้วย
การสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่จะต้องรองรับการใช้พลังงานทดแทน ภาคการเกษตรเราจะมีการเน้นย้ำ และมีการส่งเสริมการปลูกพืชเกษตรเพื่อเป็นพลังงานทดแทนอย่างจริงจังในปีนี้ รวมถึงการจัดระบบบริหารน้ำและชลประทาน เราจะแก้ปัญหาน้ำได้อย่างยั่งยืนไม่ได้แก้ปัญหาได้เฉพาะอุทกภัย เราแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกทางภาคอีสานจะทำอย่างไรให้มีแหล่งน้ำอย่างทั่วถึง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รวมถึงการที่ต้องช่วยกันกับผู้ประกอบการ ในการลดต้นทุนระยะยาว ซึ่งโครงสร้าง 2 ล้านล้านนี้จะส่งผลโดยตรงคือการลดต้นทุนค่าขนส่ง ซึ่งวันนี้ต้นทุนค่าขนส่งของผู้ประกอบการทั้งหมดสูงถึง 15% สิ่งที่เราปรับอย่างแรกคือโครงสร้างพื้นฐานนี้ เราจะเชื่อมตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะภาคการเกษตร ถ้ามีการผลิตที่ไหนเราจะไปหา มีรถไฟรางคู่ไปหาท่าน วันนี้จะได้ทั้งต้นทุนที่ลดลง ถ้าเป็นสินค้าเกษตรได้ให้ความรู้และความสุขของอาหาร ลดการสูญเสียสินค้าภาคการเกษตรไปมาก ซึ่งตรงนี้จะเกิดประโยชน์โดยตรงกับผู้ประกอบการ ซึ่งไม่รวมกับการจ้างงานและการสร้างเมืองใหม่แต่ละภูมิภาค เราอยากเห็นศูนย์กลางภูมิภาค เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการคมนาคมร่วมกัน ภาคเหนือสามารถเชื่อมโยงไปยังศูนย์กลางภูมิภาคของภาคอีสาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แค่ประชาชนในประเทศไทยเราสัญจรไปมาได้สะดวก ตลาดเราก็จะโตขึ้น นี่คือสิ่งต่าง ๆ ที่ภาครัฐร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการวางแผนเรื่องของการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชนในระยะยาว
สำหรับการพัฒนาของผู้ประกอบ SMEs OTOP และวิสาหกิจชุมชนก็เป็นอีกหนึ่งของโครงการที่รัฐร่วมมือกันทำอย่างเข้มแข็งเพื่อที่จะให้เกิดการต่อเนื่อง เรียนว่าส่วนของภาครัฐเราก็ทราบว่างานในวันนี้ โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงการคลัง และกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีการแบ่งผู้ประกอบการเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่พร้อมส่งออก อันนี้ก็สามารถที่จะหาตลาดได้ทันที กลุ่มที่พร้อมให้การช่วยเหลือยกระดับปรับเล็กน้อยก็ส่งออกได้ กลุ่ม SMEs ที่เริ่มกิจการใหม่ ดังนั้น 3 กลุ่มนี้ ถ้าเราบูรณาการได้เร็ว ดิฉันเชื่อว่าตลาดส่งออกที่เรามีอยู่สามารถที่จะเติบโตได้เร็ว ดิฉันเดินทางไปหลาย ๆ ประเทศ จะอธิบายว่าเงินในหลาย ๆ ประเทศมีมากก็ขอฝากกระทรวงพาณิชย์ในการที่จะชี้ทางให้กับผู้ประกอบการด้วยว่าตลาดที่ใดเป็นที่ต้องการ สินค้าแบรนด์รูปแบบใด อันนี้จะเป็นกลุ่มที่เป็นประโยชน์มาก ผู้ซื้อต้องได้ของถูกใจ ผู้ขายผลิตของให้ถูกที่สุดด้วย
ในส่วนของภาครัฐการร่วมมืออื่น ๆ เช่น ร่วมกันพัฒนาเครือข่ายคือห่วงโซ่ของการผลิตทั้งหมด ระหว่างอุตสาหกรรมใหญ่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ นี่คือหนึ่งส่วนเท่านั้นที่เห็นคือการให้ความช่วยเหลือทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เรามีการแบ่งผู้ประกอบการเป็นกลุ่ม ๆ ถามว่าแบ่งนั้นประโยชน์คือ เราจะได้ตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการที่สามารถจะตอบโจทย์ความต้องการโดยการดำเนินการของภาครัฐอย่างเต็มที่ และต้องกับสิ่งที่ต้องการ แต่ละปีนั้นเมื่อได้รับบริการต่าง ๆ เหล่านี้ก็สามารถไปใช้บริการกับกระทรวงอื่น ๆ ได้อีก และเรามีการแลกเปลี่ยนเรื่องของการลงทุนวิจัยการพัฒนาโครงสร้างมูลค่าเพิ่มจะเป็นอีกหนึ่งในการสัมมนาในอนาคตที่คงต้องฝากทางกรมการพัฒนาชุมชนและกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่เราจะจัดสัมมนาเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการ เช่นการออกแบบผลิตภัณฑ์ การวิจัย การทำอย่างไรให้ขายสินค้าได้ราคาแพงขึ้น การสร้างแบรนด์
ดิฉันเห็นสินค้าหลายที่ในต่างประเทศ ถ้าไม่ดูตรายี่ห้อสินค้าบอกได้เลยว่าคนไทยทำได้เก่งกว่า พอติดแบรนด์เข้าไปราคาเปลี่ยน ฉะนั้นเราต้องมาทำเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะผู้ส่งออกเราจะได้ขายและสร้างมูลค่าตรงนี้ได้อย่างเต็มที อันนี้ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่เราจะร่วมกันในการบูรณาการ และให้การสนับสนุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดให้กับผู้ประกอบการในอนาคต ส่วนที่ 2 คือการส่งเสริมการผลิตสินค้านวัตกรรมที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ได้กล่าวไปแล้ว ส่วนที่ 3 คือการที่จะทำอย่างไรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เราเห็นผู้ประกอบการหลายรายขายดี แต่ผลิตไม่ทัน อันนี้เสียดายโอกาสก็จะเป็นงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะเข้าไปช่วยเหลือว่าจะทำอย่างไรให้ผลิตได้มากขึ้น คนไทยเรามีฝีมือดีมาก ดังนั้นตรงนี้จะทำอย่างไร รื้อเครื่องจักรใหม่ที่จะช่วยให้ท่านลดการใช้พลังงาน ลดการสูญเสียพลังงานต้องปรับตรงนี้ก็จะทำให้ต้นทุนลดในระยะยาว และมีบริการที่จะขยายในการเปิดช่องทางใหม่ ๆ
วันนี้ได้เปิดแล้วทางไปรษณีย์ไทย ก็ทำเว็บไซต์สำหรับผู้ประกอบการ ฉะนั้นเบื้องต้น ถ้าท่านยังไม่มีเว็บไซต์มาใช้ตรงนี้ เราจะเปิดเว็บไซต์นี้เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้สั่งซื้อสินค้า และในอนาคตเราจะให้ต่างประเทศได้ซื้อสินค้านี้ผ่านเว็บไซต์ ผ่านมือถือ และมีบริการจัดส่ง ถ้าในอนาคตท่านแข็งแรง ท่านก็ทำเว็บไซต์เอง เราก็จะเชื่อมไปหาทุกที่ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ และรวมถึงโครงการฝากทูตไปขาย อันนี้ถ้าทราบว่าตลาดท่านตรงกับประเทศใดกุรณาบอก จะให้กระทรวงการต่างประเทศเอาสินค้านั้นไปวางที่กระทรวงแล้วก็ช่วยขายให้ท่านด้วย สิ่งนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เราพยายามทำทุกวิถีทางในการเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการ และดูแลเรื่องของการทำงานของผู้ประกอบการ ในเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะจุด
สุดท้ายเรื่องของแหล่งเงินทุนที่เราคุยกันในวันนี้ เรียนว่าการทำงานแบบนี้เป็นการทำงานที่ต้องการที่เจาะลึกลงไปให้ตรงกับความต้องการของเป้าหมาย อยากเห็นการเติบโตของผู้ประกอบการ จากขนาดเล็กไปเป็นขนาดกลาง จากขนาดกลางไปเป็นขนาดใหญ่ และเชื่อว่าถ้าเราร่วมกันจะทำในระบบส่งต่อสมบูรณ์แบบนี้
สุดท้ายขอขอบคุณกระทรวงที่เกี่ยวข้องทุกท่าน รวมถึงสถาบันธนาคารเฉพาะกิจทุกท่านที่มาบูรณาการกัน โดยเฉพาะกระทรวงการคลังที่เป็นแม่งานนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอให้งานนี้ประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย ที่สำคัญขอให้ผู้ประกอบการ SMEs OTOP และวิสาหกิจชุมชนประสบความสำเร็จในธุรกิจและขยายกิจการที่เติบโตและมั่งคั่ง สิ่งนี้คือความปรารถนาสูงสุดของภาครัฐ เชื่อว่าเป็นความปรารถนาของทุกท่านที่อยากเห็นท่านมีกิจการที่เติบโต และประสบความสำเร็จ
ขอถือโอกาสนี้เปิดงานโครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP เป็นเวทีโลกรวมถึงการสัมมนาด้วย
ขอบคุณค่ะ
……………………………………….
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
เกศกนก/ถอดเทป