www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
8 มีนาคม 2556

คำกล่าว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดงาน “สตรีไทย พลังสร้างสรรค์ประเทศไทย” เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2556 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2556 เวลา 15.00 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

และคณะกรรมการสมาชิกชมรมรัฐสภาสตรีไทย

คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกระดับ

รวมถึงท่านผู้บริหาร หน่วยงานราชการ

คณะทูตานุทูต รวมถึงผู้ที่ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณทุกท่าน

พี่น้องสตรีไทยทุกท่านทั้งที่ ณ หอประชุมแห่งนี้

และที่กำลังชมรายการอยู่ทางบ้าน

ดิฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานสตรีไทย พลังสร้างสรรค์ประเทศไทย เนื่องในวันสตรีสากล  ในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งก็รู้สึกภูมิใจจนวันนี้ด้วย  เพราะถือว่าจริง ๆ  วันนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ดิฉันได้มีโอกาสมาร่วมในงานวันสตรีสากล ที่เราได้ให้ความสำคัญกับศักยภาพของสตรี ซึ่งเป็นประชากรอีกครึ่งหนึ่งของโลก เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไปพร้อม ๆ กับบุรุษ

สำหรับประเทศไทย พสกนิกรชาวไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงให้ความสำคัญกับกิจการพัฒนาสตรีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างอาชีพ รวมทั้งการพัฒนาบทบาทสตรีให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ พระวิริยอุตสาหะในการทรงงานของพระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับทุกภาคส่วนในการผลักดันงานทางด้านสตรี

ขอกราบเรียนผู้มีเกียรติทุกท่านว่า  วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด สตรีได้เขามามีบทบาททางมากขึ้น ทั้งบทบาททางการเมือง และการปกครอง    มีสตรีก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำในหลายประเทศ เช่น  ในประเทศตะวันตกอย่างเยอรมนี ที่ Chancellor Angela Merkel ผู้นำสตรีคนแรกของประเทศ ได้ดำรงตำแหน่งมาแล้วกว่า 7 ปี นอกจากนี้ ประเทศออสเตรเลียก็มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกเช่นกัน คือ มิส จูเลีย ไอลีน กิลลาร์ด ล่าสุดที่เกาหลีใต้ ก็ได้มีประธานาธิบดีหญิงคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง นั่นคือ ประธานาธิบดี ปาร์ค กึน ฮเย ซึ่งดิฉันเองได้มีโอกาสไปร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับงานด้านการพัฒนาสตรี ซึ่งท่านประธานาธิบดีให้ความสนใจเรื่องของงานสตรี ก็หวังว่าในอนาคตเราจะมีความร่วมมืองานสตรีของเราในระดับภูมิภาคหรือประเทศอื่น ๆ มากขึ้น    ทั้งนี้ เราก็จะได้ร่วมกันในการที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาสตรีในระดับนานาชาติร่วมกัน

สำหรับสตรีไทยนี้  ณ วันนี้ เราจะเห็นได้ว่า มีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน  ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม และการเมืองที่มากขึ้นกว่าในอดีต  แต่ก็ต้องยอมรับว่า แม้ว่าวันนี้สตรีไทยได้มีโอกาสในทุก ๆ  ระดับมากขึ้นแต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของโอกาส และยังมีสตรีอีกจำนวนมากเป็นเหยื่อของความรุนแรงในอีกหลายรูปแบบ ซึ่งนับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้การพัฒนาสตรีเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล  เป็นภารกิจเร่งด่วน  ซึ่งเชื่อว่าการพัฒนาสตรีนั้น เป็นการพัฒนาที่จะตอบโจทย์กับประชากรครึ่งประเทศของประเทศไทย และที่สำคัญถ้าเรามาร่วมกันพัฒนาเพื่อให้สตรีไทยของเรามีคุณภาพที่ดีขึ้น  ก็จะส่งผลถึงการพัฒนาประเทศโดยรวมเช่นกัน   ซึ่งรัฐบาลดำเนินงานโดยยึดตามแผนพัฒนาสตรีที่เชื่อมโยงจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ซึ่งมุ่งเน้นความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย รวมถึงการใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้เป็นกองทุนในการขับเคลื่อนงานเพื่อพัฒนาให้กับสตรีไปสู่รูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำนั้น  ก็เป็นนโยบายที่เป็นยุทธศาตร์ประเทศที่เราต้องการเห็นความเท่าเทียมกัน ทั้งสิทธิและเสรีภาพ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม  และการเมือง

สำหรับการแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือสตรีกลุ่มที่ด้อยโอกาส และถูกกระทำความรุนแรง พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านกฎหมาย เพื่อให้เข้าใจถึงสิทธิของตนเอง สามารถใช้ชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี  ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของงานที่เราร่วมกันในการพัฒนาของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี  และรวมถึงการสร้างโอกาสให้กับสตรีมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น    การส่งเสริมให้สตรีมีบทบาททั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองมากยิ่งขึ้น

สำหรับภายในงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนั้น ก็ยังมีงานอื่น ๆ  ที่จะเปืดรับฟังความคิดเห็นของสตรีในด้านต่าง ๆ  เพื่อที่จะร่วมกันในการแก้ไขและบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบ ข้อกำหนดและข้อกฎหมายต่าง ๆ เพื่อให้การพัฒนาของสตรีนั้นเดินไปได้อย่างสมศักดิ์ศรีมีสิทธิและเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน

ส่วนความคืบหน้าของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในวันนี้   ก็ได้มีการตั้งคณะกรรการกองทุนพัฒนาสตรีแห่งชาติรวมถึงระดับจังหวัดและตำบลไปเรียบร้อยแล้ว และจะมีความก้าวหน้าอย่างเต็มที่ จนเป็นที่หน้าพอใจ เพราะวันนี้มีเครือข่ายในการทำงานกองทุนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและเครือข่ายคณะกรรมการในพื้นที่ทั้งในระดับตำบล จังหวัดทั่วประเทศนั้นกว่า  1 แสนคน  ซึ่งถือว่าเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้กองทุนประสบความสำเร็จ มีสตรีได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานแล้วกว่า 50,000 คน จากเงินทุนหมุนเวียน และเงินอุดหนุน ซึ่งทำให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาสตรี และโครงการที่ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ ซึ่งผลงานบางส่วนได้นำมาจัดแสดงในงานวันนี้ด้วย และกองทุนจะมีการเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล  ดิฉันขอประกาศเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่และมุ่งมั่นที่จะร่วมกันผลักดันการพัฒนาสตรีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกกระทรวงที่ได้ทำงานร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาท กระทรงวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างดีในการที่จะร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ ที่เราจะเป็นแผนงานร่วมกันเพื่อเป็นของขวัญในวันสตรีไทย และขอเรียนเพิ่มเติมดังนี้

1. พัฒนาสตรีไทยให้มีสุขภาพดี โดยเริ่มจากการสร้างอาสาสมัครตรวจมะเร็งเต้านม 1 ล้านคน ภายในเดือนมิถุนายน 2556 และขยายผลให้สตรีไทยกว่า 16  ล้านคน หรือร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงที่จะให้มีความรู้และสามารถที่จะตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง ซึ่งเป็นอีกงานหนึ่งที่จะขอแรงและอาสาสมัครจากทุกท่านที่จะทำงานร่วมกันในการที่จะทำให้สตรีไทของเราได้มีความเข้าใจ แล้วอาจจะปราศจากความเสี่ยงถึงโรคร้ายต่าง ๆ

2. การพัฒนาสตรีไทยให้มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ICT   จำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ และจะให้สตรีไทยมีการอบรมอย่างน้อย 1 ล้านคนทั่วประเทศ  ซึ่งจะมีการติดตั้งศูนย์ ICT นี้จะมีการติดตั้งผ่านทางอินเทอร์เน็ต  IPTV และอื่น ๆ   เพื่อให้สตรีได้สามารถเรียนรู้หลักสูตรต่างๆ  และยังมีการพัฒนาในส่วนของการขายผ่านร้านค้าทาง Internet ออนไลน์ซึ่งประกอบไปด้วยสินค้า OTOP  และสินค้าต่าง ๆ  ภายใต้ชื่อเว็บไซต์ Thailandmall.net  เราจะส่งเสริมให้สตรีสามารถขายผลิตภัณฑ์ผ่านทางออนไลน์นี้ได้อย่างน้อย 5,000 ราย

3. การพัฒนาสตรีไทยพร้อมก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยเปิดศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียน  ซึ่งจะนำร่องในปีแรก จำนวน  22 ศูนย์  โดยจะเน้นในพื้นที่ที่มีด่านติดต่อกับต่างประเทศ และในอนาคตจะเพิ่มทั้งหมดอีก 1,000 ศูนย์ เพื่อให้สตรีอย่างน้อย ล้านกว่าท่านได้มีโอกาสเรียนรู้ภาษาอาเซียนอย่างน้อย 1 ภาษาที่จะสามารถติดต่อสื่อสารกับประเทศเพื่อนบ้านและได้มีโอกาสให้ต่างประเทศมีความประทับใจในประเทศไทยและคนไทย

4. การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม (One Stop Crisis Center)  หรือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม  เป็นการรวบรวมความร่วมมือของหน่วยงานราชการ 21 หน่วยงาน และเราจะเชิญมูลนิธิ    องค์กรเอกชนต่าง ๆ มาร่วมบูรณาการศูนย์นี้จะเป็นศูนย์ One stop service  ที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือด้านสตรี เด็ก คนชรา ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม รวมทั้งรับแจ้งเบาะแส พัฒนาระบบการส่งต่อ และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้แน่ใจว่าทั้ง  21 กระทรวง  21 หน่วยงาน บริการเพื่อสตรีและกลุ่มที่มีปัญหาต่าง ๆ  ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง  โดยเฉพาะเพื่อให้ผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงเหยื่อการค้ามนุษย์ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด   สะดวกที่สุด และมีเจ้าหน้าที่ติดตามประสานงานให้อย่างมีประสิทธิภาพ  และเชื่อว่าจะเป็นศูนย์ที่ช่วยแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ แรงงานเด็กและการกระทำความรุนแรงต่าง ๆ    ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรายการโทรทัศน์ที่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11  ทุกวันอาทิตย์เวลา 11.00 น. ชื่อรายการว่า “พลังสตรี” เพื่อที่จะเป็นกระบอกเสียงเป็นสถานที่ที่จะได้บอกเล่าให้กับสตรีไทยทุกคนและเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงสตรีของเราเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้  สิ่งที่รัฐบาลมองเห็นคือ  นโยบายต่าง ๆ  รัฐบาลก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกหน่วยงาน องค์กรสิทธิในการเสริมสร้างศักยภาพของสตรีให้มีภาวะความเป็นผู้นำมากขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตลอดจนระดับชุมชน ท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยต้องการเห็นสตรีไทยมีความเป็นผู้นำ มีศักยภาพสูงมากยิ่งขึ้น   และต้องการเห็นสตรีไทยของเราได้มีโอกาสก้าวขึ้นไปสู่ระดับประเทศ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ   ซึ่งคือสิ่งที่เป็นงานบูรณาการที่รัฐบาลจะร่วมกับทุกกระทรวง ร่วมกับหน่วยงานทุกหน่วยงาน  เพื่อที่จะพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาสตรีให้เป็น        ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ที่จะมุ่งสร้างความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน  การแก้ปัญหาความรุนแรงการค้ามนุษย์ การเลือกปฏิบัติ หรือการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการลดความยากจน ซึ่งจะส่งผลถึงการพัฒนาประเทศและความแข็งแรงของเศรษฐกิจโดยรวม

สุดท้ายนี้ ดิฉันขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลอีกครั้งหนึ่ง  และขอถือเปิดงาน สตรีไทย พลังสร้างสรรค์ประเทศไทย เนื่องในวันสตรีสากล และขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องและขอขอบคุณคณะกรรมการในการจัดงานในวันนี้ที่ได้จัดงานมาให้กับพวกเราอย่างเต็มที่ในวันนี้ และขอขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและองค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่มาร่วมกันทำให้ “สตรีไทยเป็นพลังสร้างสรรค์ประเทศไทย”ขอบคุณค่ะ

**************************

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ชมพูนุท / ถอดเทป

ลัดดา / ตรวจ