เรียน ท่านรัฐมนตรี
ท่านผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน)
ผู้บริหาร 12 หน่วยงาน
เพื่อนข้าราชการ พี่น้องประชาชน
วันนี้รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นวันที่ตั้งตารอในการมาเป็นประธานเปิดคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติในวันนี้ ซึ่งการเปิดคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติถือเป็นความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย หลังจากที่รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันทำงานมาตลอด 1 ปีเต็มๆ ดิฉันเชื่อว่าทุกคนยังจำภาพเหตุการณ์อุทกภัยในปี พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา
ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารราชการ น้ำได้เริ่มท่วมตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดลพบุรีจนน้ำท่วมเต็มพื้นที่ การแก้ปัญหาต่างๆ มีความขรุขระมาก ในเรื่องข้อมูลและการตัดสินใจ อย่างที่ได้เรียนไปแล้วปัจจุบัน มี 12 หน่วยงานหลักในการรวบรวมข้อมูล ซึ่งจริงๆ แล้วมีหน่วยงานอื่นๆ อีก แต่เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพของข้อมูลต้องยึด 12 หน่วยงานหลักเป็นหน่วยงานข้อมูล ซึ่งข้อมูลมีความสำคัญ อย่างที่ ดร.รอยล จิตรดอน ได้เรียนไปแล้วว่าระยะเวลาอัพเดทข้อมูลมีความสำคัญ ต่างกาลเวลา ต่างสถานที่ และต่างเงื่อนไขย่อมมีผลต่อการประมาณการและรวบรวมข้อมูลแทบทั้งสิ้น ซึ่งวิกฤตในครั้งนั้นเป็นปัญหาที่อยู่ในใจของพวกเราทุกคน รวมถึงทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จึงเกิดความร่วมมือในวันนี้เพื่อบูรณาการข้อมูลต่างๆ
ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ฉนั้นการรวบรวมข้อมูลต้องคำนึงถึงการพยากรณ์ล่วงหน้า สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถใช้สูตรในการคำนวณเหมือนกันทุกๆ ปีได้ ต้องมีการนำข้อมูลประกอบกับสภาพภูมิอากาศโลก สภาพภูมิอากาศในพื้นที่ และความตื้นลึกของพื้นผิวดิน รวมไปถึงการระบายน้ำต่างๆ และสถิติต่างๆ เข้ามาประกอบการพิจารณาตัดสินใจ จึงต้องมีการบูรณาการการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมในวันนี้ ซึ่งการทำงานนี้จะทำให้เรามั่นใจหลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลจาก 12 หน่วยงาน ทำให้ประเทศของเราสามารถบริหารจัดการน้ำในเรื่องของแผนและคลังข้อมูลที่แม่นยำขึ้น ในขณะเดียวกันจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนภายใต้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท
ขณะนี้ต้องเรียนว่า ความร่วมมือของเรานั้นมีความก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนั้น จะมีความร่วมมือกับหลายประเทศ ซึ่งประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ โดยจะมีผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมงานของไทย
ความสำเร็จของการพัฒนาคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ ไม่เพียงแค่เป็นการที่เราจะแก้ไขปัญหาในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เท่านั้น เรายังสามารถมองไปข้างหน้า วิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการแจ้งเตือนข้อมูล โดยบูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีคณะทำงาน หรือเรียกว่าหน่วยส่วนหน้า ลงไปดูแลพี่น้องประชาชนก่อนความเสียหายจะเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราจะทำงานหลังเกิดเหตุการณ์ วันนี้เรามีความก้าวหน้าทำงานในลักษณะของการป้องกัน เตรียมตัวก่อนเกิดเหตุ คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติเป็นการรวบรวมของทุกหน่วยงานเพื่อให้เกิดความแม่นยำ เจ้าหน้าที่ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการแจ้งเตือนมากขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์ถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งได้ด้วยเช่นกัน
ในอนาคตต่อไปจะสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับนานาประเทศเพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการแก้ปัญหาอุทกภัยทุกๆ รูปแบบ หลังจากนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้ข้อมูลได้อย่าง มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำ มีความเป็นเอกภาพทั้งภาวะปกติและภาวะวิกฤต ช่วยให้ทุกหน่วยงานมีความมั่นใจในการแก้ปัญหาต่างๆ มีการใช้ประโยชน์อย่างลึกซึ้ง
ถ้าเราพูดถึงอุทกภัยเกี่ยวกับเรื่องน้ำ กรณีของภัยแล้ง ข้อมูลตรงนี้ทำให้เรารู้ว่าในปี 2555 ที่ผ่านมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย น้ำฝนไม่ได้ตกเหนือเขื่อนอบุลรัตน์ และเขื่อนลำปาว จากข้อมูลตรงนี้ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อเตรียมแผนจัดหาน้ำให้ประชาชนได้อุปโภค บริโภค แต่ขอเรียนว่าปีนี้ปริมาณน้ำฝนน้อยจริงๆ ทำให้เกิดปัญหาติดขัดบางพื้นที่ รัฐบาลได้นำข้อมูลมาบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเร่งด่วน เพิ่มอุปกรณ์กักเก็บน้ำ และลำเลียงน้ำอย่างเป็นระบบ แต่อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งจะต้องบริหารงานร่วมกับเขื่อน และฝาย ซึ่งวันนี้เรามีปริมาณกว่า 20 ฝาย ยังไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ ต้องนำข้อมูลภาพถ่ายทางดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการติดตามปัญหาภัยแล้งอีก จะเห็นได้ว่าการทำงานได้นำเอาข้อมูลต่างๆ ที่ทันสมัย มีเทคโนโลยีที่ครอบคลุมมากขึ้นมาวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาทุกๆ อุทกภัย
ดิฉัน หวังว่าข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหวังว่าทุกหน่วยงานจะได้กรุณาน้ำข้อมูลมาอัพเดทและมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพอย่างแท้จริง แต่ต้องเรียนว่างานนี้จะไม่สำเร็จได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 12 หน่วยงาน ขอขอบคุณสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร และคณะผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันพัฒนาข้อมูลน้ำให้เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ใช้ประโยชน์กับทุกๆ ท่าน ทุกกระทรวง และที่สำคัญใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอให้ประสพความสำเร็จ ทางด้านหน่วยงานต่างๆ ขอให้ปัญหาเสร็จลุล่วง ขอถือโอกาสนี้ในการเปิดคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ ขอบคุณค่ะ
-------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ ถอดเทป

