www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
15 กุมภาพันธ์ 2556

คำกล่าวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดโครงการผลิตก๊าซชีวภาพอัด CBG (Compressed Bio-methane Gas) เพื่อการคมนาคมแห่งแรกของประเทศไทย ณ โครงการผลิตก๊าซชีวภาพอัด อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556

เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดี

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้

ผู้บริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

และผู้บริหารบริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน)

และผู้มีเกียรติทุกท่าน

วันนี้ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการผลิตก๊าซชีวภาพอัด CBG (Compressed Bio-methane Gas) เพื่อการคมนาคมแห่งแรกของประเทศไทย” ต้องบอกว่าเป็นความเต็มใจและดีใจที่ได้มา เพราะถือว่าเป็นโครงการที่มีหมายมาก และเป็นโครงการที่เรียกว่าเป็นความชื่นชมที่ร่วมกันในการที่จะทำอย่างไร ที่จะสร้างพลังงานทดแทนและใช้พลังงานที่เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และเป็นยุทธศาสตร์ประเทศที่เราอยากเห็นการขับเคลื่อนพลังงานธรรมชาติ และสิ่งที่ได้ดำเนินการต่าง ๆ นั้นก็อยากเห็นอุตสาหกรรมของเรานั้น เจริญเติบโตควบคู่ไปกับการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน ทั้งระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน เป็นความก้าวหน้าที่ถือว่าเป็นการนำเอาการพัฒนาก๊าซชีวภาพที่เราจะสามารถที่จะผลิตจากก๊าซนี้ ให้เกิดเป็นเชิงพาณิชย์ และสามารถที่จะสร้างรายได้ และที่สำคัญจะส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่นด้วย ซึ่งแต่ละปีนั้น เราเองก็ประสบปัญหาว่าเราจะต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

ซึ่งถ้ามาเรามาดำเนินการอย่างนี้ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของเราประหยัดและมีความคุ้มค่า และส่งเสริมให้เกิดพลังงานทดแทนในประเทศ ซึ่งต้องเรียนว่าเป็นภารกิจอันสำคัญและเป็นภารกิจเร่งด่วนที่เราต้องทำควบคู่กันไป ทั้งการรณรงค์ การประหยัดพลังงาน และการพัฒนาวิจัยค้นคว้า เพื่อให้เกิดพลังงานทดแทนนำมาใช้งานในประเทศ ก็ถือว่าเป็นการรองรับในเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงานต่อไปในอนาคต

สำหรับโครงการผลิตก๊าซชีวภาพอัด CBG ในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นการช่วยลดภาระการนำเข้าของน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้นจากต่างประเทศได้ในระดับหนึ่ง และยังสามารถที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเสียที่เกิดจากฟาร์มสุกรและทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ และนำวัตถุดิบต่าง ๆ นี้มาให้ใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ ถือว่าเป็นการร่วมกันสนับสนุนทั้งในส่วนของภาคเกษตรกรรม และชุมชน เพื่อให้เกิดพลังงานทดแทนจากวัตถุดิบในประเทศขึ้นมาอย่างจริงจัง ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานในการร่วมมือกันครั้งนี้ โดยเฉพาะบริษัทยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน)  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รวมถึงชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเลี้ยงช้าง ที่ได้นำโครงการนี้มาร่วมกันพัฒนาจนสำเร็จเป็นรูปธรรมในวันนี้

ดิฉันเชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี นำร่อง และเป็นโครงการที่เป็นตัวอย่างที่จะเสริมสร้างศักยภาพ และขยาย และเป็นโครงการต้นแบบ ที่จะเห็นโครงการลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นให้มาก ซึ่งก็คงต้องฝากทางกระทรวงพลังงาน ในการที่ขยายโครงการดี ๆ เช่นนี้ ไปให้กับพี่น้องประชาชนด้วย และให้เกิดการสร้างงานและสิ่งที่สร้างสรรค์เช่นกับประเทศไทย

และขอถือโอกาสนี้ แสดงความปรารถนาดีจากรัฐบาล ในการที่ทุกคนได้ร่วมมือกันดำเนินการผลักดันจนโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ในการอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานทดแทนอย่างสัมฤทธิ์ผลในครั้งนี้ และเรียนยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน และพร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดโครงการอนุรักษ์พลังงาน ให้มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย และเพื่อให้เกิดประโยชน์ในชุมชนอย่างแท้จริงต่อไป

วันนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ขอถือโอกาสนี้ในการเปิด “โครงการผลิตก๊าซชีวภาพอัด CBG (Compressed Bio-methane Gas) เพื่อการคมนาคมแห่งแรกของประเทศไทย” และขออวยพรให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ และเจริญรุ่งเรืองตามที่ปรารถนาไว้ทุกประการ ขอบคุณค่ะ

-----------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิไลวรรณ/ถอดเทป