เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ท่านประธานคณะกรรมการพัฒนาปรับปรุงองค์กรตำรวจ
และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน
ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาในพิธีเปิดการสัมมนาในวันนี้ สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ) ได้กล่าวไปนั้น เกือบจะสรุปสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่รัฐบาลได้พยายามดำเนินงานมาในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ที่ผ่านมาสิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มในขณะนี้คือ รัฐบาลมีความปรารถนาที่จะปรับปรุงองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ ส่วนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่ใช่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงส่วนเดียว เราได้ดูว่าใน ต้นทางของกระบวนการยุติธรรมคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญที่จะทำให้กระบวนการยุติธรรมนั้น สามารถที่จะดำเนินไปในลักษณะที่ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนได้อย่างมากที่สุดผมได้พูดหลาย ๆ ครั้งว่า การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้น เราจำเป็นต้องอาศัยความเป็นธรรม
แม้กระทั่งสถานการณ์ในภาคใต้ ผมได้ย้ำอยู่ 2 คำคือ “ความเป็นธรรม และความเป็นไทย” ซึ่งเป็นส่วนที่ถือได้ว่าเราจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุง หลังจากที่เราได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาระยะหนึ่ง การปรับปรุงที่ว่านี้คงไม่ได้เป็นเรื่องที่มองในภาพที่เป็นแง่ร้าย เหมือนอย่างที่อาจจะมีหลาย ๆ คน ได้วิพากษ์วิจารณ์ สิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ถ้ามองในแง่ลบก็จะเป็นอย่างนั้น แต่ถ้ามองในแง่บวกว่า การที่จะพัฒนาบ้านเมืองของเราให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป เรามีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงองค์กรต่าง ๆ ของเราให้ทันสมัยในอีกหลาย ๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งในส่วนของกองทัพ ซึ่งกองทัพเองก็ต้องปรับปรุง เพราะว่าสิ่งที่เราพูดเสมอว่า “ภัยคุกคามเทคโนโลยี” ที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นตัวบังคับว่าเราจำเป็นต้องปรับ เราคงไม่มีกองทัพที่เทอะทะอุ้ยอ้ายต่อไปอีกได้แล้ว นั่นคือแนวความคิดที่จะต้องมีการปรับปรุงในส่วนที่ถือได้ว่า บางคนอาจจะมองว่าเมื่อเป็นรัฐบาลที่มาจากทางทหารแล้ว เราจะไม่มีการปรับปรุง นั่นเป็นเรื่องที่อยากจะเรียนชี้แจงในวันนีย้อนกลับมาถึงเรื่องของกระบวนการยุติธรรมบ้าง
ผมได้มีโอกาสเข้ามาร่วมในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดก็เห็นว่า ปัญหาในเรื่องการดูแลผู้ที่ต้องโทษ และการที่จะให้เขากลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมของเราต่อไปนั้น ก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุง ถ้าเราไปดูสภาพของเยาวชนที่อยู่ในสถานพินิจต่าง ๆ เราจะเห็นว่าสังคมได้ทอดทิ้งเขาไปแล้ว อายุที่เหลืออีกประมาณ 50-60 ปีจะเป็นอย่างไร เราคงไม่สามารถจะปัดความรับผิดชอบตรงนี้ไปได้ว่า เมื่อเรานำเขาเข้าไปอยู่ในสถานพินิจแล้ว เราไม่ได้ให้ความสนใจและเราได้ปล่อยเขาไป เขาก็กลับมาเป็นปัญหาของสังคมอีก ซึ่งเป็นจุดที่ผมอยากจะเรียนว่า เราคงจำเป็นที่จะต้องมาช่วยกันดูแล ถ้าอยากจะให้สังคมของเราเป็นสังคมที่เอื้อเฟื้อช่วยกัน มีความเอื้ออาทรต่อกันในระยะยาวแนวคิดที่ผมว่านี้ เมื่อเรามองออกมาแล้ว คงเป็นเรื่องของการที่จะใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาในเรื่องของสังคม ถ้าเรามีสังคมที่แกร่งแย่งกันมากมาย ที่เราพูดกันว่า “เชือดคอกัน” มีแนวคิดเชือดคอกันอยู่ตลอดเวลา เราไม่สามารถที่จะผ่านทะลุสิ่งเหล่านี้ไปได้เลย ถ้าเราไม่ปรับในเรื่องของการที่จะอยู่ร่วมกัน
เราพูดกันในชนบทว่า “ชุมชนเข้มแข็ง” เราไปบอกชาวบ้านในระดับหมู่บ้านว่า เขาจะต้องดูแลตัวเอง เขาจะต้องมีชุมชนที่เข้มแข็ง ยืนอยู่บนขาของตัวเอง ช่วยตัวเอง แต่องค์กรของรัฐที่จะต้องลงไปรองรับนั้น จะต้องปรับตัวและจะต้องมีบทบาทที่จะทำให้สังคม ซึ่งประชาชนเขาจะได้ดูแลตัวเขาเอง ซึ่งเราเป็นเพียงผู้ที่จะเข้าไปช่วย ผู้ที่จะให้ความเป็นธรรมให้กับสังคมต่อไปได้ นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดว่า เราคงไม่ได้พูดกันเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะคำว่า “ปรัชญา” เป็นคำที่ครอบคลุมสิ่งที่ผมได้พูดเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีการระดมความคิดของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมพูดว่าอยากจะเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ” นั่นคือแนวคิดที่อยากจะบอกว่า ถ้าเรามองคนว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วเราไม่ปรับองค์กรที่จะสอดคล้องกับการพัฒนาคน เราคงไปไม่ถึงไหน
ถ้าเราตั้งเป้าว่า “คน” คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด แล้วเราจำเป็นที่จะต้องพัฒนาคนให้มีศักยภาพ ให้มีความรู้ ตรงนี้ก็จะต้องเป็นองค์กรที่สอดรับกับการพัฒนาคน ซึ่งหมายถึงว่า สังคมของเราต้องเป็นสังคมที่มีความสุข เป็นสังคมที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ ถ้าสิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเราไม่ได้มีสังคมที่มีคุณธรรม การที่จะมีคุณธรรมได้ องค์กรของรัฐก็เป็นส่วนประกองที่สำคัญที่จะทำให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมาได้ นั่นเป็นสิ่งที่อยากเรียนว่า รัฐบาลถึงแม้ว่าจะมีเวลาสั้น ๆ ในการเข้ามาทำหน้าที่ แต่เราก็เห็นว่า ถ้าเราไม่เริ่มก้าวแรกในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรคนอย่างจริงจัง ไม่เริ่มในเรื่องของการพัฒนาความเป็นธรรมอย่างจริงจัง เราคงจะแก้ปัญหาต่อไปในอนาคตค่อนข้างจะลำบาก นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่า ตรงนี้เราคงจะต้องช่วยกันปรับ
ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นบรรดาพี่ ๆ เพื่อน ๆ ผู้ใหญ่ต่าง ๆ ที่ได้เสียสละเวลามาร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ และจะได้ช่วยกันระดมความคิดในการสัมมนา เพื่อที่จะได้ปรับปรุงองค์กร ซึ่งเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมให้มีความก้าวหน้าต่อไปได้ อาจจะไม่ได้เป็นผลงานที่สมบูรณ์ อย่างที่ผมได้เรียนตั้งแต่ตอนต้นว่า การทำงานในสิ่งใด ๆ นั้น ในปัจจุบันเราถือว่า ไม่มีผลสำเร็จที่สมบูรณ์ จะต้องมีการปรับปรุง จะต้องมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับสิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นเรื่องที่อยากจะนำมาเรียนเพื่อเป็นขวัญเป็นกำลังใจ ทั้งกับผู้ที่ได้ทำหน้าที่ในการพิจารณาในเบื้องต้น เป็นกำลังใจให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่อาจจะมองในสิ่งต่างๆ อีกด้านหนึ่งของเหรียญ
ผมได้ให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการศึกษา ร่างพระราชบัญญัติการปรับปรุงนี้มานานพอสมควร และได้รับข้อคิดเห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาแล้ว และได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปแล้ว วันนี้ถือเป็นอีกวาระหนึ่งที่เราเปิดโอกาสที่จะรับฟัง และจะรวบรวมเหมือนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจงให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบไปแล้ว
การสัมมนาในครั้งนี้ ผมขอเรียนอีกครั้งว่า อยากให้ได้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งในการที่จะนำไปปรับปรุงและแก้ไข รัฐบาลเองไม่ได้มองภาพว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่รัฐบาลทำไปนั้น ไม่สามารถที่จะปรับปรุงได้ ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ เราสามารถที่จะปรับปรุงและแก้ไขได้ในทุก ๆ ขั้นตอน ผมได้พูดในโอกาสหลังจากนั้น ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติความมั่นคง โดยได้พูดกับบรรดาผู้ที่ให้ความสนใจและผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ว่า เราอยากจะเปิดโอกาส เปิดกว้างที่จะให้ทุกฝ่ายได้ให้ข้อคิดเห็น เช่นเดียวกับร่างพระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วม เป็นเรื่องที่เราอยากจะรับฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ ซึ่งเป็นวิธีการทำงานในลักษณะอันเดียวกัน นั่นคืออยากจะให้ได้รับข้อคิดเห็น และมีการปรับปรุงตามข้อคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านั้นให้มากที่สุด เท่าที่สามารถจะทำได้ เราจะได้มีกฎหมายที่ออกมาใช้บังคับ เมื่อเป็นกฎหมายผมคิดว่า เราต้องแก้ได้เช่นเดียวกัน
ผมอยากจะเรียนว่า นั่นเป็นหลักการ เมื่อมาถึงตรงจุดนี้แล้ว เราจะได้ร่วมกัน ช่วยกันปรับปรุง และอยากเห็นว่า สิ่งที่ผมได้เรียนไปในเบื้องต้น เรื่องของการที่จะมีสังคมที่เอื้อเฟื้อและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาองค์กรต่าง ๆ ถ้าหากว่าสังคมของเรามุ่งหน้าไปให้ สิ่งเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง การที่จะพูดกันให้ความเห็นกัน ในลักษณะที่เป็นการติเพื่อก่อ เป็นสิ่งที่ผมต้องการ เป็นสิ่งที่ผมปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง นั่นเป็นเรื่องที่อยากจะเรียนในช่วงสุดท้ายผมต้องขอขอขอบคุณทุก ๆ ท่านในที่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่ ๆ ที่ได้สละเวลามา เพื่อน ๆ และท่านผู้มีเกียรติทุกคน ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการที่จะมีการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม ที่ได้มาร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ และขอขอบคุณวิทยากรทุก ๆ ท่าน ที่ได้มามีส่วนร่วมเป็นวิทยากรในวันนี้ และผมขอถือโอกาสอวยพรให้การสัมมนาครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จตามเจตจำนงที่ได้กำหนดไว้ทุกประการบัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการสัมมนาเรื่อง “ปรับโครงสร้างตำรวจเพื่อประชาชน” ณ บัดนี้ และขออวยพรให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความสวัสดีโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ
------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ลัดดา ถอดเทป/เรียบเรียง

