คำกล่าวสุนทรพจน์

คำกล่าวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โอกาสเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการและชี้แจงคณะกรรมการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ปี พ.ศ.2555 ระดับประเทศ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2555  เวลา 15.30 น.

 

 

เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

ผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ

คณะกรรมการทุกท่าน

วันนี้ถือเป็นวันที่ดิฉันอยากเข้ามาร่วมประชุมมาก เพราะได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมการและผู้บริหารชุมชนทุกท่านที่ร่วมกันทำงานในการพัฒนาสินค้าตลอดเวลา ขอเรียกง่าย ๆ ว่า OTOP ซึ่งมีการริเริ่มมานานกว่า 10 ปี เชื่อว่าหลายท่านที่อยู่ในที่นี่ก็เป็นผู้ริเริ่มทำงานมาตั้งแต่ต้น จนทำให้วันนี้ OTOP มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าต่อปีอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท ยอดจากการส่งออกประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งสิ่งนี้ถ้าเราทำงานมากขึ้น มียอดขายโตขึ้น ลองคิดดูว่าจะกลับมาเป็นรายได้สู่ชุมชน รายได้ที่ทำให้พี่น้องประชาชนของเรานั้นมีรายได้อย่างยั่งยืน

ดิฉันเห็นว่าสินค้า OTOP มีช่องว่างที่เราจะพึ่งพาได้อีกมาก อยู่ที่เราจะทำได้มาก ทำได้เร็ว หรือมีเครือข่ายรวมกันได้มากเท่าไหร่ ต้องขอขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชนที่ร่วมกันกับทุกหน่วยงานที่เป็นกรรมการในการคัดสรร และรวมถึงการประชุมชี้แจงแก่คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกสุดยอดสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ให้ก้าวเข้าสู่ระดับประเทศ ถือว่าที่เราทำมามี OTOP หนึ่งถึงห้าดาว ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะเป็นเครื่องยืนยันในการมุ่งมั่นพัฒนาของผู้ประกอบการ

ดิฉันเชื่อว่าถ้าเราทำงานร่วมกันในเชิงมิติที่ลึกลงไปมากขึ้นกว่าห้าดาว มีความช่วยเหลือจากทุกภาครัฐ วันนี้ทราบหรือไม่ว่าทุกหน่วยงานพูดถึง OTOP ทุกหน่วยงานต้องการพัฒนา OTOP ทั้งสิ้น แต่ถ้าถามผู้ประกอบการอาจจะได้รับคำถามว่าไม่รู้จะไปขอความช่วยเหลืออย่างไรเพราะมีมากมายเหลือเกิน อันนี้เป็น  สิ่งที่ดิฉันได้รับฟังมาและอยากจะฝากคณะกรรมการที่จะช่วยเติมเต็มตรงนี้ที่นอกเหนือจากเกณฑ์ในคัดเลือกของการพัฒนา OTOP ที่มีดาวต่าง ๆ เพื่อช่วยในการยกระดับคุณภาพสินค้า

วันนี้รัฐบาลมองว่าการที่เราจะพัฒนาสินค้า OTOP ต่าง ๆ นั้นต้องมีมุมที่ชัดเจนมากขึ้น เริ่มมองในมุมคุณภาพและปริมาณว่า อย่างแรก ถ้าเราจะขยายสินค้าให้ได้มากขึ้น คนซื้อจะถามอยู่อย่างเดียวว่าสินค้าดีหรือไม่ ถ้าดีมากคุณภาพดีก็จะขายได้แพงขึ้น แต่อาจจะขยายออกไม่ได้ต้องกลายเป็นสินค้าที่เรียกว่าสินค้าขึ้นห้าง สินค้าที่เป็นพรีเมียมขยายปริมาณไม่ได้ แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการเช่นนั้นยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ทำอย่างไรให้รักษาคุณภาพจากเมื่อก่อนทำหนึ่งชุมชนต่อไปจะรวมกันทำทั้งหมู่บ้าน ทำทั้งจังหวัดแทนที่จะขายในจังหวัดก็กลายเป็นขายระดับประเทศ ขายขึ้นห้างสรรพสินค้าได้ หรือส่งออกได้หรือไม่ นี่คืออีกมิติหนึ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนฝากไว้ว่าเรามองมิตินี้เราก็เลยมองในส่วนของการพัฒนากลุ่ม OTOP เป็น 4 กลุ่มด้วยกัน   ถ้าเราคิดคราว ๆ ดิฉันมองกลุ่มแรกอาจจะเรียกกันเป็นชื่อย่อ ๆ ให้กรมการพัฒนาชุมชนไปตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ

กลุ่มที่หนึ่งคือ กลุ่มสินค้าดาวเด่น เป็นกลุ่มสินค้าที่มีคุณภาพสูง และผลิตได้ในปริมาณที่ดี คืออาจจะมีเครื่องจักรนำมาประยุกต์ สามารถขยายได้ในต่างประเทศหรือส่งออกก็ได้ เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้มีความต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องการตลาด จะเป็นตลาดในประเทศหรือต่างประเทศก็ขยายได้หมด และขยายเงินทุนให้ อันนี้คือโจทย์ที่เราจะบอกได้ว่าผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือจะได้เข้าถูกกลุ่มและกระจายได้ทั่วถึง

กลุ่มที่สองคือ กลุ่มอนุรักษ์ คือกลุ่มที่มีคุณภาพดีมากเป็นงานฝีมือ ถักทอ เครื่องเขิน เครื่องทอง ที่ต้องใช้ฝีมือและสั่งสมประสบการณ์ตั้งแต่บรรพบุรุษ ต้องทำสินค้าทีละชิ้นกว่าจะแล้วเสร็จต้องใช้เวลาหลายเดือน สินค้าแบบนี้ต้องนำมาขายในห้างสรรพสินค้า หรือนำไปขายต่างประเทศ ถ้าเราได้ทำอะไรมาดีแล้ว ถามว่าต้องการอะไร ต้องการเติมภูมิความรู้ ต้องการเติมว่าถ้าภาครัฐจะโฆษณาว่ากว่าจะเป็นภูมิปัญญากว่าจะเป็นสินค้าชิ้นนี้มีความลำบากอย่างไร ไม่ใช่แค่เรียนรู้แต่ความเข้าใจในการศึกษาค้นคว้ารุ่นบรรพบุรุษจะสืบทอดสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร อันนี้คือกลุ่มที่สอง ถ้าเป็นพรีเมียมทำให้สวย ๆ จะสร้างชื่อให้กับประเทศเป็นอย่างมาก

กลุ่มที่สามคือ กลุ่มพัฒนา กำลังพัฒนา คือเป็นกลุ่มที่สินค้ามีคุณภาพปานกลาง ปริมาณปานกลางจะไปทางไหนคงต้องกลับมาทำการบ้านต่อว่าจุดนี้ถ้าท่านจะขยายต่อจะเลือกไปทางขึ้นตรงทางคุณภาพขึ้นไปเป็นกลุ่มเอ หรือจะขยายถ้าขยายกลุ่มนี้เครื่องจักรช่วยได้หรือไม่ เสริมได้หรือไม่ แทนฝีมือคนทำได้หรือไม่ หรือต้องการขยายการลงทุนหรือการบริหารจัดการ หรือการตรวจคุณภาพที่ดีขึ้นให้ขยายออกมา

กลุ่มที่สี่คือ กลุ่มปรับตัว คือกลุ่มที่กำลังเริ่มต้นแต่ยังไม่แน่ใจว่าปรับตัวตรงส่วนไหน ภาครัฐต้องเข้าไปดูว่าต้องการการบริหารจัดการเลยหรือไม่ว่าจะขยายระดับชุมชนนั้นให้ใหญ่ขึ้นมาแล้วเป็นบริษัทจดทะเบียนขึ้นมานั้น วิธีทำธุรกิจหรือค้าขายส่งข้างนอกทำบัญชีกันอย่างไรให้ได้กำไร หรือวันนี้อยากจะขยายแต่ต้นทุนแพงจะทำอย่างไรที่จะลดต้นทุนให้มากที่สุด หรือต้องการจะกู้เงินแต่ไม่รู้ว่าจะไปกู้ที่ไหนนี่คือส่วนสุดท้ายแล้วเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันมองว่าถ้าเรามองมิตินี้เราจะเห็นอีกมุมหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐ

อีกหนึ่งมิติที่เรายังไม่ได้ดูคือกลุ่มที่เรียกว่า แบ่งตามประเภทอุตสาหกรรม หมายความว่าอย่างไร ถ้าลืมเรื่องดาว ลืมเรื่องกลุ่มที่ดิฉันเรียนไป 4 กลุ่มนี้มามองอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มของความเป็นอุตสาหกรรม หรือประเภทอย่างเช่น กลุ่มที่เป็นยา ต้องการความช่วยเหลือจากกระทรวงสาธารณสุขมากที่สุด ต้องการจดทะเบียน อย. ขอให้จดทะเบียนได้ ขายได้แล้ว ขอให้ปรับปรุงใช้วัสดุสมุนไพร แพทย์แผนไทยก็สามารถขายได้แล้วเป็นยาไทย มีการตรวจสอบคุณภาพต่าง ๆ เพราะฉะนั้นพี่เลี้ยงกลุ่มนี้จริง ๆ คือ กระทรวงสาธารณสุข

กลุ่มอาหาร วันนี้รัฐบาลบอกว่าจะประกาศความเป็นครัวไทยสู่ครัวโลก กระทรวงไหนจะทำหน้าที่ขายให้เรา จะขายแบบส่งออกหรือจะทำอาหารให้อยู่นาน ถนอมอาหารได้อย่างไร ทำให้อร่อยถูกรสชาติ และจะไปขายในประเทศไหน ขายให้คนจีนก็ทานอีกแบบหนึ่ง ขายให้คนฝรั่งหรือคนไทยก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ขายแบบไหนอันนี้คือการตลาดที่เข้ามาช่วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมาทำอย่างไรในเรื่องการส่งออก การส่งออกไปต่างประเทศมีข้อจำกัด ส่งอาหารส่งไม่ได้ จะทำอย่างไรให้อาหารแช่แข็งแล้วมีคุณภาพถูกหลักอนามัยถึงจะขายได้ นี่คือสิ่งที่เป็นกลุ่มที่สอง

กลุ่มที่สาม ดิฉันมองว่าความช่วยเหลือแต่ละอย่าง หรือสินค้า OTOP เป็นสินค้าที่สร้างภูมิปัญญาไทยเป็นรุ่นบรรพบุรุษ อย่างนี้เรามีคุณปู่ คุณย่า มีผู้ที่เป็นผู้สูงอายุที่สามารถจะถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยมาก เนื่องจากดิฉันก็อาศัยการไปเปิดงานมากก็ได้เรียนรู้มาจากหลายองค์กรเช่น ที่กระทรวงศึกษาธิการ หมอชาวบ้านมีภูมิปัญญาแต่ขาดผู้เรียน ขณะนี้ในห้องนี้ก็เชื่อว่าขาดผู้สอนทำไมเราไม่จับตรงนี้ให้พบกัน หรือดิฉันอยู่ในคณะกรรมการผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุก็กลัวว่าภูมิปัญญาที่ติดตัวท่านมานั้นจะหายไป อยากจะหาลูกหลานมาเรียนและจะเรียนอย่างไร อันนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมเอกลักษณ์ประจำชาติ กระทรวงวัฒนธรรมมีต้นตำรับอยู่ ทำไมไม่มาช่วยกันทำให้เรื่องราวสอดคล้องกับวรรณคดี โชว์ศิลปวัฒนธรรมใช้สินค้า OTOP  หรือเรื่องท่องเที่ยวถ้าจะทำให้คนมาท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่งแล้วมีเรื่องราวสอดคล้องกับ OTOP หรือวันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับกระทรวงคมนาคมพัฒนารถไฟทองเที่ยว เราจะเอาสินค้า OTOP ขึ้นรถไฟ รถไฟแต่ละสายต้องมีเรื่องราวที่เสริมการท่องเที่ยวเรายังไม่ได้ทำตรงนี้เลย

กลุ่มที่สี่คือ เรื่องวิธีการจัดจำหน่าย ซึ่งวันนี้ทางกรมการพัฒนาชุมชนทำคือจัดกิจกรรม OTOP จัดตลอด แต่ดิฉันเชื่อว่าเป็นระยะสั้นเพราะว่าจัดเป็นการกระตุ้นทุกครั้ง แต่จริง ๆ แล้ววันนี้ผู้ประกอบการ OTOP ต้องการหน้าร้านที่ถาวร แต่คำว่าหน้าร้านที่ถาวรไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปิดร้านเองทั้งหมดเพราะเราไม่มีต้นทุนพอ ต้องการให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนให้มากที่สุด ทำอย่างไรคือการเปิดหน้าร้านวันนี้ ภาครัฐลงทุนเว็บไซต์ให้ ประสานงานกับกรมไปรษณีย์ในการส่งของ เพราะฉะนั้นต้องมีหน้าร้านเหมือนกันหมด ทุกคนมาดูในเว็บไซต์และสั่งซื้อหรือขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าวางเคาน์เตอร์สินค้า OTOP ให้กับเรา แล้วขาย OTOP ทุกคนเดินมาซื้อในห้างได้แล้วจะทำอย่างไรหากไม่มีตัวกลางในการที่จะรับสินค้าและกระจายสินค้าให้ หรือจะไปต่างประเทศไม่รู้เลยว่าจะส่งออกไปที่ไหนเพราะไม่ใช่ผู้ส่งออกรายใหญ่ กระทรวงพาณิชย์  จะเข้ามามีบทบาทช่วยท่านได้หรือไม่ในการดู วันนี้เราฝากทูตไปขายถ้าฝากทูตไปขายแล้วคนมาซื้อจะขายอย่างไร เรายังไม่มีกลไกนี้รองรับนี่คืออีกกลไกหนึ่งในการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายที่ถาวรให้กับ OTOP

วันนี้เราจึงต้องการกลับไปทำงานอย่าง OTOP กลุ่มแรก กลุ่มดาวเด่น ท่านต้องการหรือไม่และต้องการจริง ๆ ขนาดไหน นั้นคือสิ่งที่เราอยากเห็นการลงไปในเชิงลึกเพื่อที่จะแก้ไขได้ตรงกลุ่ม และงบประมาณต่าง ๆ จะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือสิ่งที่ดิฉันมองว่าหลาย ๆ มิติที่อยากจะฝากไว้ให้กับคณะกรรมการและกรมการพัฒนาชุมชนในการบูรณาการว่าถ้าจะทำเป็นทีละขั้นตอนได้หรือไม่ หรือทำเป็นช่วงของการตัดสินในการยกระดับคุณภาพสินค้า เรื่องของระดับห้าดาว แต่การมองมุมนี้อาจจะเป็นการสำรวจ อยากเห็นคณะกรรมการในการร่วมกันพัฒนาแบบสำรวจเพื่อจะให้ร้านค้า ผู้ประกอบการกรอกข้อมูลนี้ทั้งหมดเพื่อจะได้มารวมในระบบฐานข้อมูล (database) เป็นระบบเดียวกัน การให้ความช่วยเหลือจะได้ให้ถูกต้อง ผู้ประกอบการเป็นผู้เลือกได้ว่าเขาจะอยู่ในสินค้าประเภทใดจะได้ช่วยได้ เพราะฉะนั้นเราช่วยกันก็จะได้สอนแบบเดียวกัน สิ่งที่ท่านเจอคือแบบเหมือนกันหมดพอแบบเหมือนกันหมดขายทั่วประเทศไม่มีใครซื้อ เราเองต้องเริ่มประจักษ์แล้วว่าทางเหนือ  เป็นอย่างไร เอกลักษณ์ยังไม่ได้พูดถึง ยังไม่ได้พูดถึงงานวิจัย การบรรจุภัณฑ์ วันนี้เราพูดถึงเรื่องของการพัฒนา เรื่องมูลค่าเพิ่มนี่คือสิ่งต่าง ๆ ที่เราต้องทำในขั้นตอนต่อไป หลังจากที่เราเข้าใจข้อมูลเชิงลึกแล้ว

อีกข้อหนึ่งที่จะขอฝากเป็นแนวทางในการพิจารณาว่า เรื่องของการวางคุณภาพของกลุ่มให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนา เพราะตรงนี้จะทำให้เราสามารถอุ้มสรรพกำลังไปได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น และถูกทิศ ถูกทาง ถูกการตลาดในการส่งเสริมด้วย และสิ่งที่อยากเห็นคือถ้าเราได้ร่วมกันสร้างโดยเฉพาะเพิ่มมูลค่า เพิ่มเข้าไปจะทำให้สินค้าเราขายได้แพงขึ้น ดิฉันเรียนว่าเคยเห็นสินค้าคล้าย ๆ กันของบ้านเราไปขายเทียบกับประเทศอื่น ๆ เขาขายได้แพงกว่าทั้ง ๆ เหมือนกัน ฝีมือเราก็ดีกว่าต้องหันกลับมาทำตรงนี้ ยกระดับพี่น้องประชาชนจะได้มีกำไรมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น และสิ่งที่เราอยากให้ดูคือการดูสินค้าหรือการพัฒนาให้สอดคล้องกับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ดิฉันขอใช้คำนี้

ต้นน้ำคือ วัตถุดิบ เราอยากเห็นการส่งเสริมผู้ประกอบการในการพัฒนาสินค้า ใช้วัตถุที่มีอยู่ในท้องถิ่น ท่านจะได้เปรียบที่สุดเพราะยิ่งใช้ของท้องถิ่นมากจะได้หาง่าย ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง และถ้าหาท้องถิ่นที่ปลูกทดแทนได้ตรงนี้ได้เปรียบ เพราะฉะนั้นเราจะได้ต้นทุนที่ถูกกว่าคนอื่น จังหวัดไหนไม่มีสินค้าก็สามารถไปทำอย่างอื่นเพราะฉะนั้นจังหวัดต้นน้ำจะเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบออกไป

กลางน้ำ คือผู้ที่นำสินค้าไปแปรรูป ผู้ที่เป็นผู้ประกอบการหรือผู้ผลิต ถ้าเอาอาหารชิ้นหนึ่งปลูกจากทางเหนือ นำมาถนอมอาหารแล้วส่งไปภาคกลางจะเป็นคนพัฒนาเก่ง พัฒนาขึ้นมาใหม่แล้วนำตรงนี้ขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ อันนี้คือส่วนของกลางน้ำมีความชำนาญหรือดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นสร้างเรื่องราวออกมา

ปลายน้ำคือ ช่องทางในการจัดจำหน่าย ถ้าเรามีช่องทางหลายช่องทาง แต่ที่สำคัญอย่าลืมมองไปถึงผู้ซื้อ ถ้าในระดับประทศจะขายใครขายท้องถิ่นจะขายอย่างไรให้ต่างกัน ถ้าสินค้าภาคเหนือส่งไปขายทางใต้   หรือว่าจะขายกรุงเทพ คนกรุงเทพชอบแบบใด ขนาดที่ห้างสรรพสินค้าจัดแต่ละที่ยังมีวางสินค้าไม่เหมือนกัน เขาเรียกว่าตามวิถีชีวิต หรือจะไปขายต่างประเทศ ถ้าเป็นเสื้อผ้าลายญี่ปุ่นจะเป็นลายเล็ก ๆ ยุโรปจะเป็นรายใหญ่ยังไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องมานั่งวางปลายน้ำ นี่คือสิ่งที่เป็นการมองที่ครบวงจรเรียนว่าถึงจะเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ที่ผ่านมาทุกท่านได้วางมาตั้งแต่ต้นจนถึง 10 ปี ประสบความสำเร็จอย่างมาก และสินค้า OTOP เป็นสินค้าที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและสร้างชื่อเสียง

ดิฉันอยากให้เรามาร่วมกันพัฒนาต่อยอดสินค้า OTOP ต่าง ๆ ดิฉันเชื่อว่าที่พูดวันนี้จะไม่สำเร็จถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกท่าน โดยเฉพาะคณะกรรมการที่เป็นผู้กำหนดนโยบายหรือชี้ทางในการพัฒนาผู้ประกอบการให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพ หรือยอดขาย ถ้าเราช่วยกันทำก็จะได้รับการบริการมากขึ้น และเราก็สามารถดึงทุกสรรพกำลังของกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการเข้าด้วยกัน และสุดท้ายก็กลับมาเป็นความมั่งคั่งของพี่น้องประชาชน และรายได้ที่จะสร้างความเจริญเข้ามาสู่ท้องถิ่น

ทั้งหมดที่ดิฉันพูดไปนี้เป็นแนวคิดของตนเองที่หวังว่าคณะกรรมการจะนำเอาสิ่งที่ดิฉันไปพบเห็นมานำไปเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจ หรือวางนโยบายในการพัฒนาสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นและดิฉันได้มีโอกาสมาพูดความในใจที่ตัวเองอยากพูด ขอขอบคุณที่ให้โอกาสดิฉันได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ขอฝากสินค้า     หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คณะกรรมการทุกท่านได้สร้างสรรค์ผลงาน และช่วยกันคัดเลือกสุดยอด   หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ให้เป็นความภูมิใจของคนไทยและสร้างชื่อเสียง และความมั่งคั่งในประเทศไทย ขอบคุณค่ะ

 

*******************************

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ปรียานุช/ถอดเทป