ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ท่านประธานกรรมการการเลือกตั้ง
และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้
ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “แรงงานไทย ไปประชามติ” ในวันนี้ จากการแสดงเมื่อสักครู่ เห็นแล้วก็มีความประทับใจ มีความรู้สึก 2 อย่างเกิดขึ้น คือในประการแรก มีความรู้สึกว่าเยาวชนรุ่นใหม่คนรุ่นใหม่ของเรานั้น มีทั้งความสามารถ มีทั้งสิ่งที่ก้าวหน้าไปในด้านต่าง ๆ ในประการที่ 2 มีความรู้สึกว่าตัวผมเองไม่สามารถจะทำสิ่งที่ได้เห็นอยู่บนเวทีนั้นได้ แสดงถึงวัยวุฒิที่คืบคลานมานั้นก็เป็น 2 สิ่งที่อยากจะแสดงออกว่า ดูการแสดงเมื่อสักครู่แล้วก็มีความรู้สึกอย่างที่ได้เรียนไปแล้ว
ขอย้อนกลับมาสู่การทำงานในวันนี้ ในส่วนของกระทรวงแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และกรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นหน่วยงานหลักที่ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมงานในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบกิจการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการไปออกเสียงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และสามารถใช้สิทธิออกเสียงประชามติได้อย่างถูกต้อง ทั่วถึงกัน
ยืนอยู่ตรงนี้ไฟก็ส่องหน้าแต่ว่า ผมอยากจะเรียนถามท่านพี่น้องที่อยู่ในอินดอร์เสตเดี้ยมหัวหมากแห่งนี้เป็นคำถามแรก ว่า มีสักกี่คนที่ได้ยื่นความจำนงที่จะขอใช้สิทธินอกเขตภูมิลำเนาของท่านแล้ว ถ้าท่านได้ดำเนินการแล้วช่วยกรุณายกมือให้ผมดูสักนิดหนึ่งเพื่อเป็นกำลังใจ เชิญครับมีใครบ้างที่ได้ไปยื่นความจำนงแล้ว ผมเห็นมีจำนวนไม่มากนักก็อยากจะขอเรียนว่าสิ่งที่ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่เรายังมีเวลาเหลืออยู่อีก 2 วัน ในวันนี้วันที่ 17 กรกฎาคม แล้ว ก็เหลือวันที่ 18 และวันที่ 19 กรกฎาคม ที่จะไปแสดงความจำนงในการใช้สิทธินอกภูมิลำเนาของท่าน หลักฐานไม่ต้องมีอะไรมาก ท่านเพียงแต่นำบัตรประจำตัวของท่านซึ่งมีหมายเลข 13 หลักอยู่แล้ว ไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ก็สามารถที่จะใช้เป็นหลักฐานในการที่จะขอใช้สิทธินอกภูมิลำเนาของท่านได้ ก็อยากจะขอเรียนเชิญว่าทุกท่านที่ยังไม่ได้ไปขอใช้สิทธินอกภูมิลำเนา ได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้ไปดำเนินการ เพื่อที่ท่านจะได้มีโอกาสที่จะใช้สิทธิในการลงประชามติในครั้งนี้
ย้อนกลับมาถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งกระทำขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่คนไทย คนในสังคมไทยมีความแตกต่างทางความคิดเห็นอย่างรุนแรง และประชาชนมีความคาดหวังอย่างสูงว่าจะได้ร่างรัฐธรรมนูญที่สามารถใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศและสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นได้ไปพร้อม ๆ กัน และหากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชนแล้ว ก็จะได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในปลายปี 2550 ต่อไป
อย่างไรก็ตามก่อนที่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ รัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้พยายามรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้มากที่สุดเท่าที่เราสามารถจะทำได้ เพื่อให้ได้รับทราบและเข้าใจเนื้อหาสาระที่สำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างกว้างขวาง ก่อนถึงวันที่พี่น้องชาวไทยจะได้ร่วมกันแสดงพลังความคิดเห็น ออกเสียงประชามติ เพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่19 สิงหาคม 2550 ที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่ได้กำหนดให้มีการลงประชามติในลักษณะเช่นนี้ด้วย ขณะนี้ได้มีการลงประชามติในลักษณะที่คล้าย ๆ กัน ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมาแล้ว 4 ประเทศ ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ 5 สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงคือ 4 ครั้ง ที่ได้มีการลงประชามติใน 4 ประเทศมีการลงคะแนนเสียงผ่าน 2 ประเทศ และลงคะแนนเสียงไม่ผ่าน 2 ประเทศ เราจะเป็นประเทศที่ 5 ที่จะชี้ว่า การลงประชามตินั้น จะมีความเห็นของพี่น้องประชาชนในการที่จะผ่านร่างรัฐธรรมนูญนี้ มากกว่าหรือว่าน้อยกว่า นั้นก็เป็นเรื่องที่อยากจะเรียนให้พี่น้องประชาชนได้ทราบด้วย
ในโอกาสที่ได้มาชุมนุมกันอยู่ ณ ที่นี้ ผมก็ขอขอบคุณและขอแสดงความชื่นชมทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันผลักดันการจัดงาน “แรงงานไทย ไปประชามติ” ในวันนี้ขึ้น และอย่างที่ได้เรียนแล้วก็ขอถือโอกาสนี้ เชิญชวนอีกครั้งหนึ่ง ที่จะให้ผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบกิจการตลอดจนพี่น้องประชาชนทั่วไป โปรดร่วมกันรักษาสิทธิของท่านด้วยการไปออกเสียงแสดงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2550นี้ ณ หน่วยออกเสียงประชามติที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดขึ้น สำหรับท่านที่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดอื่น ก็ขอให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่อีก 2 วัน คือ วันที่ 18 และวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ไปยื่นขอใช้สิทธิ เพื่อที่จะลงประชามติในพื้นที่ที่ทำงานของท่าน ใกล้ ๆ สถานที่ทำงานของท่านได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่อยากจะขอเรียนให้ทุกท่านได้ช่วยดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง
บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงาน “แรงงานไทย ไปประชามติ” ณ บัดนี้ ขออวยพรให้การจัดงานบรรลุผลสำเร็จตามเจตจำนงทุกประการ พร้อมทั้งอารธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล โปรดปกป้องคุ้มครองทุกท่านให้มีสุขภาพ พลานามัย สมบูรณ์แข็งแรง มีความสุขความเจริญและความสำเร็จก้าวหน้าเพื่อที่จะเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าของประเทศสืบไป
ขอบคุณครับ
-------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

