คำกล่าวสุนทรพจน์

คำกล่าว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธานและร่วมงาน “รวมพลังสร้างชาติ แม่และเด็กไม่ขาดไอโอดีน” ณ ห้อง Ballroom ชั้น 2 โซน A ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2555 เวลา 09.00 น.

 

เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ
ผู้แทนองค์กรอนามัยโลก
ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เราได้มาร่วมกันแสดงความยินดีและร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการทำงานในโครงการร่วมพลังสร้างชาติ แม่และเด็กไม่ขาดไอโอดีน เรียนผู้มีเกียรติว่าประชากรกลุ่มแม่และเด็กถือเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญต่อสังคมและยังต้องการโอกาสในการที่จะดูแลและพัฒนาหรือเสริมคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพอนามัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่แม่และเด็กนั้นมีความต้องการในการพัฒนาต่อไป ถือว่าการดูแลสุขภาพแม่และเด็กนั้นเป็นพันธะของทุกประเทศที่จะต้องดำเนินการตามปฏิญญาแห่งสหพันธรัฐของสหประชาชาติ ซึ่งมีความหมายต่ออนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของเด็กถือว่ารัฐบาลและทุกภาคส่วนนั้นให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน การดูแลสุขภาพต้องดูแลตั้งแต่เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาและเจริญเติบโตไปสู่วัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ วัยชรา และผู้พิการ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราเองได้เห็นเจตนารมณ์ของทางกระทรวงสาธารณสุขที่มีการร่วมกันรณรงค์ดูแลสุขภาพแม่และเด็กไม่ให้ขาดไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นการควบคุมดูแลสิทธิประโยชน์และคุ้มครองสิทธิของเด็กและสุขภาพของแม่อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไอโอดีนมีประโยชน์มากและเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ที่จะมีผลต่อต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่ควบคุมการทำงานของสมองให้เจริญเติบโต ผู้ที่ขาดไอโอดีนจะส่งผลทำให้ในเรื่องของสมอง การับรู้ และรวมไปถึงเด็กแรกเกิดมีปัญหาภาวะปัญญาอ่อน ถ้าเราไม่ร่วมกันรณรงค์ในส่วนของปลายทางอาจจะสายเกินไปในสิ่งที่ทำ ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงสาธารณสุข องค์การยูนิเซฟ และองค์กรอนามัยโลกที่ร่วมกันกับทางรัฐบาล ส่วนกระทรวงสาธารณสุขมีการทำงานกันอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน แต่สิ่งที่เรามาประกาศเจตนารมณ์ตรงนี้คือเป็นการเสริมตั้งแต่ต้นทาง จากที่เห็นเกณฑ์ต่าง ๆ นั้นในส่วนของการทดสอบไอโอดีนในปัสสาวะนั้นคือสิ่งที่เรามองไม่เห็นสิ่งที่เริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญที่เรา เริ่มทำตั้งแต่ต้นทาง จะเห็นว่าสถิติไอคิวของเด็กไทยเฉลี่ย 98 จุด อยู่ในระดับมาตรฐานสากลแต่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เรายังมีช่องทางในการปรับปรุงอีกมาก เราไม่ควรปล่อยโอกาสนี้ให้เลยไป เป็นที่มาของการที่เรามาร่วมกันประกาศเจตนารมณ์นี้

รัฐบาลจะทำงานเพียงผู้เดียวคงจะไม่สามารถขับเคลื่อนกลไกได้ ถ้าขาดผู้ประกอบการที่จะร่วมกันในการทำงานที่ทำอย่างใดให้มีเครื่องมือต่าง ๆ ในการเสริมไอโอดีนนั้นอย่างถูกต้องและตรงวิธี ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่จะเป็นตัวแทนในการรณรงค์เครือข่ายต่าง ๆ ให้รู้จักวิธีการใช้ ตรวจสอบ และแนะนำพี่น้องประชาชน จะทำให้เยาวชนที่จะเติบโตในอนาคตนั้นเป็นคนที่มีความพร้อมสมบูรณ์ได้มีสุขภาพที่ดี เรียกว่าความสุขในการที่มีสุขภาพดีเป็นลาภอันประเสริฐ

โอกาสนี้ ดิฉันก็ถือว่าเราจะได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ว่าเราจะส่งเสริมให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มแม่และเด็กได้รับไอโอดีนที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และเพียงพอเพื่อให้ไม่เป็นโรคขาดสารไอโอดีนและเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศต่อไป เจตนารมณ์วันนี้จะได้รับความรับร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และอสม. พี่น้องประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนจะช่วยกันในการนำเนื้อหาและการประกาศเจตนารมณ์นี้ให้การเกิดการรณรงค์ที่เกิดขึ้นของสังคมไทย เพื่อให้อนาคตของเด็กและเยาวชนของเรานั้นได้รับการเติบโตที่สมบูรณ์ รวมถึงการดูแลสุขภาพของแม่และเด็กรวมถึงประชาชนด้วย

สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้การจัดงานในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการขจัดโรคขาดสารไอโอดีนให้หมดสิ้นจากประเทศไทย และขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือ และพร้อมใจกันมาในวันนี้ ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ขอถือโอกาสนี้ในการเปิดงาน “รวมพลังสร้างชาติ แม่และเด็ก ไม่ขาดไอโอดีน ”
ขอบคุณค่ะ


………………………………………………..



กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
เกศกนก/ถอดเทป
ดวงฤดี/ตรวจ