ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาท
ข้าพระพุทธเจ้านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ข้าราชการ เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและผู้ที่เฝ้าทูลละอองพระบาท ณ ที่นี้ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ใต้ฝ่าละอองพระบาทเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ มาทรงเป็นประธานเปิดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555” ในวันนี้
สืบเนื่องจากเมื่อปีพุทธศักราช 2545 เกิดภาวะผ้าไหมด้อยคุณภาพ เนื่องจากมีผู้นำเข้าเส้นไหมและเส้นใยสังเคราะห์อื่นจากต่างประเทศ โดยผู้ผลิตยังคงเรียกว่า “ผ้าไหมไทย” ส่งผลให้ผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่มั่นใจในคุณภาพของผ้าไหมไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาสาเหตุและแนวทางแก้ไข มีการกำหนดเป็นข้อ
บังคับการใช้เครื่องหมายรับรอง และได้พระราชทานสัญลักษณ์นกยูงไทย ให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยในประเทศ 4 ชนิด ได้แก่ นกยูงสีทอง นกยูงสีเงิน นกยูงสีน้ำเงิน และนกยูงสีเขียว ซึ่งในปัจจุบัน จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ ผ้าไหมไทยในต่างประเทศไปแล้วรวม 35 ประเทศ
ด้วยพระอัจฉริยภาพ และการพระราชทานตราสัญลักษณ์นกยูงไทย นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพผ้าไหมไทย ที่เน้นขั้นตอน กรรมวิธีการผลิต และชนิดของพันธุ์ไหมที่นำมาผลิต เป็นสิ่งบ่งชี้ความเป็นมาของผ้าไหมไทยแต่ละชนิด ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าผ้าไหมไทย และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีความมั่นคงในครอบครัวและการประกอบอาชีพ
การจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา เผยแพร่พระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการไหมไทย ตลอดจนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานตราสัญลักษณ์นกยูงไทย เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ทำให้ประชาชนตระหนักในความสำคัญของอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการทอผ้าไหม อันเปรียบเสมือนมรดกทางวัฒนธรรมแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นสมบัติของชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และธำรงไว้สืบต่อไป
บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นอุดมมงคลแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทาน กราบบังคมทูลเชิญใต้ฝ่าละอองพระบาท พระราชทานโล่แก่ผู้ชนะเลิศการประกวดผู้สนับสนุนการจัดงาน และผู้สนับสนุนการปฏิบัติงานกรมหม่อนไหม ทอดพระเนตรฟ้อนภูไท ทอดพระเนตรการแสดงชุดแต่งกายที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหม จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานและทอดพระเนตรนิทรรศการ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้าสืบไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

