เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านรัฐมนตรี
ท่านรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนากย่อม (สสว.)
ท่านผู้บริหารหน่วยงานร่วมบูรณาการ และทางภาคเอกชน
และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน
วันนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของความภูมิใจที่ดิฉันได้มีโอกาสมาเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และภายใต้โครงการยกระดับ ผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ (OTOP PLUS) ก็ถือว่าโครงการพัฒนาในเรื่องสินค้า OTOP นั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และถือว่าเป็นสิ่งที่นอกจากจะทำให้ประชาชนในชุมชนได้มีโอกาสได้สร้างงานสร้างรายได้ที่จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนแล้ว ยังได้มีโอกาสได้นำความภูมิใจ ภูมปัญญาท้องถิ่น รวมถึงการนำองค์ความรู้สมัยใหม่เข้ามาบูรณาการเป็นสินค้าและบริการ เพื่อที่จะให้คนไทยทั้งประเทศได้มีส่วนร่วมในความภูมิใจ และมีโอกาสให้สินค้าไทยไปอยู่ในเวทีโลก
เพราะฉะนั้นวันนี้ เรื่องความช่วยเหลือของรัฐบาลในการที่จะทำงานร่วมกันนั้น ต้องขอขอบคุณ 4 กระทรวงหลัก ตั้งแต่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเทคโนโยลีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะว่าเป็นหัวใจสำคัญในการที่จะร่วมกันดูแลช่วยเหลือผู้ประกอบการ สิ่งที่รัฐบาลต้องการอยากจะเห็นก็คือว่าการที่จะทำอย่างไร ให้ผู้ประกอบการ OTOP นั้นสามารถที่จะมีรายได้อย่างยั่งยืน และมีความถาวร
แน่นอนการทำงานนั้น ที่ผ่านมาก็ต้องชื่นชมกับทุกหน่วยงานที่พัฒนาสินค้า OTOP ให้มีการพัฒนาที่ก้าวไกลขึ้นไปเป็นลำดับ แต่วันนี้สิ่งที่เราเห็น ก็คือว่าวิวัฒนาการต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป การที่จะเตรียมพร้อมผู้ประกอบการหรือสินค้า OTOP เพื่อให้ตอบสนองกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยี และโดยเฉพาะการคาดหวังของผู้ซื้อที่จะต้องก้าวไป รวมถึงการที่เราจะก้าวเข้าสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น เราจะทำอย่างไร ให้สินค้าเรามีเอกลักษณ์ มีอัตลักษณ์สามารถที่จะมีรายได้อย่างยั่งยืน
นั่นก็เป็นที่มาของโครงการในการร่วมกันของกระทรวงหลักทุกระทรวง ในการที่จะยกระดับ ผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ (OTOP PLUS) ขึ้น ต้องเรียนว่าจากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการก็จะทราบว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐเข้ามาร่วมสนับสนุนนั้น ก็คือการที่จะทำอย่างไรให้เพิ่มมูลค่าสินค้าต่าง ๆ การออกแบบ รูปแบบผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญการเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็ต้องขอขอบคุณ วันนี้เราก็จะมีการพูดถึงในส่วนของการบูรณาการว่า การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ว่าจะเป็นตลาดเงิน ตลาดทุน ก็จะสามารถทำให้ผู้ประกอบนั้น สามารถที่จะขยายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ของตนเองได้
แต่อีกหนึ่งด้านที่เป็นสิ่งที่สำคัญและจะทำให้การเจริญเติบโตของการสร้างได้ สร้างงานเป็นไปอย่างถาวรก็คือการเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย หรือเรียกว่าการตลาด ถ้าสินค้าดี ผลิตดี มีคุณภาพ แต่ไม่มีใครรู้จัก แน่นอนก็จะไม่สามารถที่จะขยายโอกาสได้ และที่สำคัญการที่จะทำให้ผู้ซื้อได้พบกับผู้ขายก็คงต้องช่วยกันบูรณการให้ครบวงจร และให้ง่าย สะดวกกับผู้ซื้อมากขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการที่ทาง 4 กระทรวงหลัก ได้มาร่วมกันทำงานในการบูรณาการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
อย่างที่ดิฉันได้เคยเรียนว่า นโยบายของ OTOP นั้น ในทุกกลุ่มของ OTOP มีความพร้อมและมีวิวัฒนาการที่จะต้องเข้าไปทำงานร่วมกัน อย่างใกล้ชิด รวมถึงความต้องการให้ตอบโจทย์ตรงกับกลุ่มของผู้ประกอบการทุกร้านค้า สำหรับโครงการ OTOP PLUS จะเป็นการยกระดับของสินค้ากลุ่มที่ถือว่ามีความพร้อมในการที่จัดจำหน่ายและขยาย แต่ต้องการในการที่จะเพิ่มช่องทาง จึงเป็นที่มาของการบูรณาการ ซึ่งดิฉันเองก็อยากเห็นการขยายร้านค้า OTOP ที่เรียกว่าเป็น one stop service ให้มากขึ้น ก็จะทำให้การขยายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศได้มากเช่นกัน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ฝากท่านทูตวันนี้ทุกประเทศ จะรู้จักสินค้า OTOP เป็นอย่างดี เพราะเรามีโครงการฝากทูตไปขายด้วยเช่นกัน
นอกจากสินค้าที่ทางกระทรวงและทางภาครัฐจะดำเนินการในการเปิดช่องทางเป็นร้านค้าของ OTOP แล้ว ก็ต้องขอขอบคุณทางด้านภาคเอกชนที่จะได้ร่วมกัน นำสินค้า OTOP ไปขายในห้างร้าน สินค้าต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยกันประชาสัมพันธ์ สินค้าของเรา และอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญคือทางเว็ปไซต์ เพราะฉะนั้นคงจะฝากคณะกรรมการด้วย ในการที่จะพัฒนาเว็ปไซต์นี้ ให้เป็น one stop service อย่างแท้จริง ที่จะให้ผู้ซื้อได้เข้าหา ได้ค้นหา และอยากเห็นการวางเว็ปไซต์อันนี้ เริ่มตั้งแต่ในช่วงของต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ นั่นก็คือว่าเราควรจะเริ่มตั้งแต่แหล่งผลิต วัตถุดิบ และไปถึงผู้ประกอบการที่ทำสินค้า ซึ่งภายในนั้นจะมีวงจรที่ผู้ประกอบการสามารถที่สร้างมูลค่าเพิ่มกันเอง และสามารถที่จะขยายในวงจรของห่วงโซอุปทานได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่เรารวบศูนย์กลางที่เรียกว่าเป็นคลังสมองของสินค้า OTOP .ในทุกกระบวนการนี้เข้า ดิฉันก็เชื่อว่าจะทำให้เกิดศักยภาพที่ไม่เพียงแต่ผู้ซื้อ แต่จะเกิดการขยายศักยภาพในระหว่างของกลุ่มผู้ประกอบการในแต่ละประเภทด้วยเช่นกัน
คงจะต้องฝากภาระกับทางรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์) ในการที่จะรับสานต่อนโยบายนี้ต่อไป และขอขอบคุณทางบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ที่จะได้ร่วมในการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่มีอยู่ในการขยายช่องทางของสินค้า OTOP ให้เป็นที่รับรู้
ดิฉันต้องเรียนผู้มีเกียรติทุกท่านว่า นี่เป็นอีกหนึ่งก้าวของความภูมิใจที่ดิฉันจะมีโอกาสได้เห็นการเจริญเติบโตของสินค้า ที่สำคัญได้เห็นความภูมิใจที่คนไทยจะได้รับทราบว่าสินค้าของคนไทย และบริการต่าง ๆ นั้น มีจริงและเป็นที่ประทับใจอย่างไร และเชื่อว่าทุกท่านที่ได้มีโอกาสไปสัมผัส ก็จะได้เห็นว่าสินค้าเรานั้นมีที่มา และมีคุณภาพเพียงใด เราเองก็จะได้ร่วมภาคภูมิใจให้ทั่วโลกได้รับทราบว่าสินค้าไทยและบริการไทยของเราเป็นอย่างไร
ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง สำหรับคณะกรรมการและทุกกระทรวงที่ได้ร่วมมือกันทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการยกระดับ ผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ (OTOP PLUS) อย่างแท้จริง ก็ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาสินค้า OTOP
สุดท้ายนี้ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ และโครงการต่าง ๆ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทุกประการ
ขอบคุณค่ะ
------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/ถอดเทป
ลัดดา/ตรวจ

