www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
3 กันยายน 2555

 

คำกล่าวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาส มอบนโยบายการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนของรัฐบาลในการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ห้องบางกอกคอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2555 เวลา 10.00 น.

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

สื่อมวลชนทุกท่าน

 

วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้เดินทางมาชมนิทรรศการ ยุทศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ปี 2555 ภายใต้ชื่อ “มุ่งมั่นทำงาน บริหารจัดการน้ำ เพื่อประชาชน” ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดขึ้น ขอถือโอกาสนี้มามอบนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลให้แก่ผู้ว่าราชการใน 2 เรื่อง คือ เจตนารมณ์และความมุ่งหวังของรัฐบาลต่อนิทรรศการฯ คืออะไร และหลังจากนี้เราจะทำงานกันอย่างไร รวมทั้งการรับฟังข้อสงสัยจากผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

 

วัตถุประสงค์แรก ของการจัดนิทรรศการในครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ทั้งภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง เพื่ออยากให้ทราบถึงเจตนารมณ์และแนวทางในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลอย่างชัดเจน เพราะบางครั้งการเล่าเรื่องราวก็ไม่สามารถเล่าได้ชัดเจน ซึ่งหากมีการจัดนิทรรศการเล่าเรื่องราวโดยภาพ ผ่านการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ก็จะทำให้กระบวนการต่าง ๆ สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ด้วยโครงการพระราชดำริที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาในการพระราชทานแนวทางบริหารจัดการน้ำ และจากโครงการแนวพระราชดำริที่สามารถทำให้เราผ่านพ้นอุปสรรคในปี พ.ศ. 2554 มาได้ แต่สิ่งที่เราต้องมาดำเนินการต่อคือ การบูรณะ ซ่อมแซม ส่วนที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม เรื่องที่สอง เมื่อเรารับแนวทางพระราชดำริมาแล้ว ขณะเดียวกันเราต้องเข้าใจธรรมชาติของน้ำ ซึ่งธรรมชาติของน้ำเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราไม่สามารถฝืนธรรมชาติของน้ำได้ ฉะนั้นเราต้องทำความเข้าใจในธรมชาติของน้ำก่อน เพื่อให้น้ำมีการระบายน้ำลงสู่ทะเลและแม่น้ำสายหลักโดยเร็วที่สุด โดยสองหลักการนี้เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอุทกภัยในปีนี้ ซึ่งนโยบายนี้ถือเป็นแผนระยะสั้น

 

ดังนั้น สิ่งที่อยากมอบหมายให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่าน คือ อย่างแรกเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบแนวทางแล้วจะต้องมีการปรับแนวทางการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในเรื่องธรรมชาติของน้ำและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และช่วยกันดูแลรับผิดชอบดำเนินการในแต่ละส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตามที่ได้รับมอบหมายให้เกิดเป็นรูปธรรม อย่างเช่น พื้นที่ต้นน้ำจะต้องมีการปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำ และปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการกัดเซาะพังทลายของหน้าดิน ชะลอการไหลของน้ำ เป็นต้น ซึ่งหากมีสิ่งใดที่ได้ดำเนินการไปแล้วแต่ยังไม่ตรงกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ได้กำหนดไว้ หรือมีปัญหาอุปสรรคปัญหาในเรื่องใด ให้มีการทบทวนและส่งเรื่องมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยกระทรวงมหาดไทยจะทำงานเป็นคณะกรรมการร่วมกับ กบอ. เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

 

จากนั้นสิ่งที่จะต้องมีการทำงานควบคู่กันไปกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้มีการปรับวิธีการทำงานในเรื่องดังกล่าว โดย กบอ. จะทำหน้าที่ดูแลขั้นตอนของการป้องกันและเตรียมพร้อมในการวางหลักร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หากเกิดอุทกภัยขึ้น ปภ.จะเข้ามาดำเนินการต่อในเรื่องการฟื้นฟู ส่วนช่วงสถานการณ์ปกติ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำงานร่วมกัน โดย กบอ.กระทรวงมหาดไทย ปภ. ทำงานเป็นหน่วยงานเดียวกันและเชื่อมโยงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งทุกจังหวัดควรมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า รวมไปถึงในท้องถิ่นด้วย โดยมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อการทำงานทั้งในภาวะปกติและเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ ตั้งแต่ระดับ 1 - 4 ได้อย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพ

 

จากเหตุการณ์ในปีที่ผ่านมาจะเห็นว่ากว่าจะรวมตัวกัน กว่าจะมอบหมายงานได้ จึงเกิดความไม่ต่อเนื่อง และผู้ที่รับผิดชอบหน้าที่ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ โดยศูนย์บัญชาการส่วนหน้าจะมีการรวบรวมและส่งข้อมูลทุกสถานการณ์ ให้กับ กบอ. และควรจัดให้มีหน่วยงานในการประชาสัมพันธ์ที่สามารถชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนได้รับทราบและมีการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นที่ผ่านมา จากเมื่อก่อนเราไม่มีศูนย์ส่วนหน้า ทุกหน่วยงานก็จะส่งข้อมูลมาที่ศูนย์ส่วนกลาง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้ผ่านการประมวลและตรวจสอบข้อมูล ศูนย์ส่วนหน้ามีหน้าที่รับผิดชอบรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อมูล Single Command ใหม่ทั้งหมด มี 3 ระดับ คือ ระดับลึก หรือระดับเทคนิค ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานกรมชลประธาน โดยหน่วยงานเทคนิคจะใช้ข้อมูลตรงนี้ในการบริหารจัดการน้ำ ขั้นตอนที่สอง เป็นข้อมูลที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้อำนวยการศูนย์ส่วนหน้าจะใช้ข้อมูลนี้ ซึ่งเราคาดหวังให้แต่ละจังหวัดอัพเดทข้อมูลให้ถูกต้อง เพราะบางครั้งส่วนกลางจะบอกข้อมูลภาพรวม จากข้อมูลทั้งสองส่วนก็จะส่งผ่านเพื่อแจ้งข้อมูลต่อประชาชน ซึ่งต่อไปนี้เราจะใช้ข้อมูลหลักจากเว็บไซด์เป็นศูนย์กลาง ถ้าข้อมูลเราถูกต้องแม่นยำ การสื่อสารออกไปสู่ประชาชนก็จะถูกต้องแม่นยำเช่นกัน ดังนั้นแต่ละจังหวัดต้องมีความกระตือรือร้น ขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย

 

ในส่วนของการทำงานหลังจากนี้ ให้ทุกท่านชมนิทรรศการแล้วดูว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องดำเนินการเพิ่มเติม แต่อย่างน้อยเรามองภาพใหญ่มีความเห็นตรงกัน ซึ่งหากแผนนโยบายจากอุทกภัยและภัยแล้งครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เราก็จะขยายแผนนี้ไปปรับใช้ในภัยพิบัติอื่น ๆ ได้ในอนาคต เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ หากจังหวัดใดมีปัญหาหรืออุปสรรค เช่น เรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถแจ้งมายังกระทรวงมหาดไทยได้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะดำเนินการสนับสนุนเพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนต่อไป ขอบคุณค่ะ

 

.............................................................

 

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วีรพงษ์ ถอดเทป