www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
29 สิงหาคม 2555

คำกล่าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โอกาสเป็นประธานมอบรางวัล “รัษฎากรพิพัฒน์”ประจำปี 2555 ณ ห้องพระอุเทน 1 อาคารกรมสรรพากร วันที่ 29 สิงหาคม 2555 เวลา 09.30 น.

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

อธิบดีกรมสรรพากร

ผู้มีเกียรติที่ได้รับรางวัล และสื่อมวลชนทุกท่าน

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ดิฉันมีความรู้สึกภูมิใจ และดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นประธานมอบรางวัลรัษฎากรพิพัฒน์ ถือว่าทุกท่าน ณ ที่นี้ ทั้งประเภทบุคคลและองค์กรคือผู้ที่ได้รับรางวัลอันน่าภูมิใจที่ท่านได้รับการคัดเลือกว่ามีการเสียภาษีในระดับที่ดี และมีคุณภาพ สมควรแก่การยกย่อง ถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม และเป็นเครื่องแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และเชิดชูเกียรติของผู้ที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง

สำหรับเงินภาษีอากรที่ทุกท่านได้มีส่วนสำคัญ ถือว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่มีความสำคัญเพราะนอกจากจะมีส่วนในการช่วยให้การพัฒนาประเทศมีความเจริญก้าวหน้าแล้ว ยังช่วยในเรื่องของคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน จากจำนวนภาษีอากรที่มากขึ้นหมายถึงเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีการจ้างงานของคนไทยมากขึ้น สิ่งนี้เป็นการเจริญเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน

ขอเรียนว่า ด้วยเงินภาษีอากรของทุกท่านนั้น ทุกบาททุกสตางค์ที่มาเป็นภาษี ภาครัฐจะนำเงินนี้มาใช้ในการลงทุนพัฒนาประเทศ ตั้งแต่ทางด้านพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และที่สำคัญวันนี้ประเทศต้องการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จะเรียกว่าเป็นจุด ๆ หนึ่งในการเพิ่มศักยภาพของประเทศในการรองรับการก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องนำเม็ดเงินไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และที่สำคัญต้องใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ขอเรียนยืนยันกับทุกท่านในที่นี่ว่า รัฐบาลจะนำเม็ดเงินและสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปทำนุบำรุงในสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศในระยะยาว และที่สำคัญจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ต้องขอขอบคุณทุกท่านเพราะท่านมีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่จะทำให้ประเทศแข็งแรงและพัฒนาในอนาคต

สำหรับปีนี้แม้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณต่าง ๆ นั้นมีจำนวนมากที่จะต้องนำไปพัฒนาในหลาย ๆ เรื่องแต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ลืมในการมีนโยบายส่วนหนึ่งที่จะให้ภาคเอกชนสามารถที่จะแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ คือการนำนโยบายเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีอากรในการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 23 ในปีนี้ และร้อยละ 20 ในปีหน้า เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถลดค่าใช้จ่ายและสามารถแข่งขันได้ โดยหวังว่าส่วนต่างตรงนี้จะนำไปพัฒนาศักยภาพขององค์กรของท่าน และรวมถึงการที่จะไปเสริมในการลงทุนที่จะขยายให้กิจการนั้นมั่นคง และแน่นอนเมื่อกิจการมีความมั่นคงโอกาสการจ้างงานก็เพิ่มขึ้น และจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นสุดท้ายกลับมาเป็นเงินหมุนเวียนกลับเข้ามาสู่ระบบ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศต่อไป

ขอยืนยันอีกครั้งว่า รางวัลที่ทั้งด้านขององค์กรและบุคคลที่ได้รับในวันนี้ ถือว่าเป็นรางวัลที่สมควรแก่การยกย่องเป็นรางวัลของความภาคภูมิใจว่าท่านเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการที่จะทำการให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า

โอกาสนี้ ขอแสดงความยินดีกับทุกองค์กรและทุกท่านที่ได้รับรางวัลรัษฎากรพิพัฒน์ในวันนี้ซึ่ง เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจของคนไทย หวังว่าจะนำรางวัลและผลงานนี้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชนและผู้ประกอบการอื่นที่จะเสียภาษีที่ถูกต้องต่อไป

สุดท้ายนี้ ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ โปรดดลบันดาลให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ กิจการต่าง ๆ มีความรุ่งเรือง และสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เรียนยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในการที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติต่อไป ขอบคุณค่ะ

 

***************************************

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ปรียานุช/ถอดเทป