เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านรัฐมนตรี
แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่รักทุกท่านค่ะ
วันนี้ดิฉันขอถือโอกาสในนามของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ ยินดีต้อนรับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน รวมถึงสื่อมวลชนในการเข้าชมนิทรรศการ “มุ่งมั่นทำงาน บริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน” ของรัฐบาลในวันนี้ ซึ่งการจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะให้บรรยายถึงเรื่องแผนการบริหารจัดการน้ำ และการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลต่อภัยธรรมชาติในปีนี้
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ท่านสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติคงทราบว่าวิกฤตทางด้านของมหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมานั้น ด้วยความที่เราร่วมมือร่วมใจกันจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนในการที่ร่วมพลังกัน ก็ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมาได้ ซึ่งรัฐบาลได้นำเอาประสบการณ์จากปีที่ผ่านมา ในการที่จะมาปรับปรุงแก้ไขและเตรียมความพร้อมในการที่จะรับมือกับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ทั้งระยะสั้นก็คือภายในปีนี้ และการเตรียมแผนในระยะยาว ซึ่งเราได้คำนึงถึงเรื่องของสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อนต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อที่จะมามุ่งมั่นในการที่จะพัฒนาปรับปรุงระบบป้องกันการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและมีเอกภาพ
รัฐบาลได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเป็นหลัก ยึดหลักในการทำงาน ที่สำคัญคือการที่เราจะทำอย่างไรให้เข้าใจธรรมชาติของน้ำ ที่บอกว่าน้ำต้องมีที่อยู่ที่ไป น้ำต้องมีที่อยู่หมายความว่าน้ำนั้นจะต้องมีที่ที่พักชะลอ ให้เกิดความสมดุล แล้วน้ำต้องมีที่ไป นั่นคือทำอย่างไรให้น้ำนั้นมีทางออกและระบาย ที่สำคัญประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และดูแลในเรื่องของความเป็นธรรมและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งในแผนการจัดการน้ำของรัฐบาลนั้นได้แบ่งเป็น 4 ส่วนดังนี้ค่ะ
ส่วนแรก คือการป้องกันอย่างที่เราเรียกกันว่า Protection ส่วนที่สอง คือการเตรียมพร้อม Preparation ส่วนที่สาม การรับมือคือ Response ส่วนที่สี่คือการฟื้นฟู หรือ Recovery ขออนุญาตกล่าวเป็นลำดับดังนี้ ทางด้านของการป้องกัน เราจะแบ่งการป้องกันตามพื้นที่ของต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในการป้องกันของพื้นที่ต้นน้ำนั้น เราจะเน้นในการทำอย่างไรให้ชะลอการไหลของน้ำ โดยการปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำ และปลูกหญ้าแฝก สำหรับพื้นที่กลางน้ำนั้นก็เป็นพื้นที่ที่เราต้องบริหารปริมาณน้ำในเขื่อนให้เหมาะสม รวมถึงการคำนึงถึงภัยแล้งด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้เราได้รักษาระดับน้ำในเขื่อนไว้อยู่ที่เฉลี่ยประมาณร้อยละ 50 เพื่อที่จะจัดเตรียมในการที่จะรองรับน้ำไว้ในเขื่อนได้ และรวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่รับน้ำนองจำนวน 2.1 ล้านไร่ และมีการปรับปรุงซ่อมแซมประตูระบายน้ำ และตามเขื่อนต่าง ๆ ที่สำคัญด้วยเช่นกันค่ะ ส่วนพื้นที่ปลายน้ำ จะเน้นในเรื่องของการขุดลอกคูคลอง เพื่อให้น้ำนั้นไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ทั้งทางฝั่งของตะวันออก ตะวันตก และแนวดินด้วย นอกจากนี้จะมีการเสริมถนน เพิ่มแนวคันกั้นน้ำจากปีที่แล้วซึ่งมีเพียง 1 ชั้น ก็จะเพิ่มเป็น 3 ชั้น เพื่อที่จะปกป้องในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจของไทย รวมถึงนิคมตามพื้นที่สำคัญค่ะ แต่แน่นอนค่ะ ก็ไม่ลืมที่จะเพิ่มในเรื่องของระบบการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ที่เราเกิดเหตุน้ำนองในปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน
สำหรับส่วนที่สองคือการเตรียมพร้อม Preparation ก็ได้มีการบูรณาการในการสร้างระบบคลังข้อมูลแห่งชาติใหม่ โดยการบูรณาการข้อมูลจาก 17 หน่วยงานเข้ามาอยู่ ณ ศูนย์เดียวกัน โดยมีการประเมินและวิเคราะห์ทั้งหมด เรียกว่าเป็นระบบสั่งการเดียว คือ Single Command ที่จะใช้ในการวิเคราะห์ รวมถึงการทำแบบจำลอง การสั่งการ การจัดการ และการเตือนภัยทั้งในภาวะปกติ และภาวะวิกฤต ซึ่งจะมีขั้นตอนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในแต่ละลำดับ รวมถึงผู้ที่รับผิดชอบให้ชัดเจนลงไปยังพื้นที่ชุมชนทุกที่
สำหรับประการที่สามคือการรับมือ Response นั้นก็ได้มีการเตรียมพร้อมในการรับมือของการเกิดอุทกภัยในทุกระดับของความรุนแรง ว่าจะต้องมีการยกระดับการเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ ผู้บริหารที่จะต้องเข้ามาดูแลในการรับผิดชอบ และในการบูรณาการอุปกรณ์ต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมาด้วย เช่น ของจากหน่วยงานต่าง ๆ อุปกรณ์ เครื่องมือ เพื่อที่จะพร้อมในการเผชิญเหตุและแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที
สุดท้ายคือการฟื้นฟูเยียวยา Recovery รัฐบาลได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และสิทธิการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกกรณี ทั้งทางด้านของตัวผู้ประสบภัยเอง ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านแพทย์ และการสาธารณสุข รวมถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำนอง หรือเส้นทางที่น้ำผ่านเป็นต้นค่ะ
สำหรับในส่วนของการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ในวงเงินกู้ 350,000 ล้านบาท เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เราได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในการร่วมทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ เพื่อกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของประเทศขึ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเชิญชวนผู้ที่สนใจยื่นคุณสมบัติ เพื่อที่จะร่วมกันในการจัดทำแนวคิด Conceptual Plan นี้ ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศค่ะ แล้วต่อจากนั้นจะมีการคัดเลือกเพื่อจัดทำในขั้นตอนของรายละเอียด และเข้าสู่กระบวนการทั้งเรื่องที่มีความเป็นธรรม โปร่งใส และที่สำคัญจะเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญค่ะ
เรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะว่าการจัดงานครั้งนี้รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลที่เรานำมาให้กับสาธารณชนนี้ ทุกท่านจะได้รับทราบในข้อเท็จจริง และเข้าใจถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของรัฐบาล ในการวางแผนระบบการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการแก้ไขปัญหาอุทกภัย รวมถึงการที่จะได้เพิ่มความรู้ความเข้าใจร่วมกันกับภาคประชาชนและผู้ที่สนใจทั้งในและต่างประเทศค่ะ ขณะนี้เราได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะร่วมกันในการนำเสนอและอธิบายตามแผนภาพต่าง ๆ ในนิทรรศการ ให้เกิดความเข้าใจที่ครบถ้วนทุกประเด็น
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันในการปรับปรุงข้อมูลต่าง ๆ การปรับปรุงพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน ซึ่งเดี๋ยวท่านจะได้เห็นในลำดับต่อไปนั้น ก็เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของทุกคน ในการนำประสบการณ์ที่ผ่านมา มาเป็นแผนในการปฏิบัติงานเพื่อที่จะรองรับกับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ และสุดท้ายขออนุญาตขอบคุณทางเจ้าของสถานที่ ทางห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในการที่เอื้อเฟื้อสถานที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นกันค่ะ และขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านและสื่อมวลชนที่ได้ให้ความสนใจติดตามการทำงานของรัฐบาล ยืนยันค่ะทุกภาคส่วนมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกัน วันนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะได้เชิญทุกท่านเข้าชมนิทรรศการ “มุ่งมั่นทำงาน บริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน” ค่ะ ขอบคุณค่ะ
-------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิมลมาส รัตนมณี / ถอดเทป

