www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
16 กรกฎาคม 2550
คำกล่าวปาฐกถาพิเศษของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี หัวข้อเรื่อง  “ประเด็นอุบัติใหม่ที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เนื่องในการประชุมสมัชชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาครั้งที่ 6 ณ  ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค  เมืองทองธานี เวลา 10.00 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (นายยงยุทธ ยุทธวงศ์)

คณะทูตานุทูตจากประเทศต่าง ๆ

Dr.Mohamed ElBaradei

และผู้มีเกียรติทุกท่าน         

ผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ครั้งที่ 6 และมาร่วมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ประเด็นอุบัติใหม่ที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวันนี้ 

เราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในปัจจุบันนี้สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสโลกาภิวัตน์หรือการไหลเวียนข้ามประเทศของข่าวสารความรู้ ทุน บุคลากร สินค้าและบริการ ที่เป็นไปอย่างเสรีมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ทั้งทางบวกและลบอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งผลกระทบจะมีมากหรือน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงของแต่ละประเทศเหล่านั้น  

สำหรับประเทศไทยเรา ก็ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของภาคการผลิตและบริการ การลงทุนจากต่างประเทศ การเป็นแหล่งความรู้และวิทยาการใหม่ที่เราสามารถนำมาต่อยอดให้เหมาะสมและดีขึ้นกับบริบทของประเทศไทย  รวมไปถึงการผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศไทยได้มากขึ้น เป็นต้น ส่วนผลกระทบด้านลบ ได้แก่ การเติบโตของอาชญากรรมต่างๆ และอาชญากรรมข้ามชาติ วิกฤตการณ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม การระบาดของโรคอุบัติใหม่ และการกีดกันทางการค้า เป็นต้น ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีประเด็นใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้กล่าวไปแล้วว่า  ประเด็นอุบัติใหม่ นั่นเอง 

ประเด็นอุบัติใหม่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เห็นได้ชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือในการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่ถูกต้อง การแพร่ระบาดของเว็บไซต์ลามกอนาจาร การที่ประชาชนหรือชุมชนถูกเอารัดเอาเปรียบจากการเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี และการใช้เทคโนโลยีจนเกินพอดีและไม่เกิดความสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย เป็นต้น คงถึงเวลาแล้วที่เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคเทคโนโลยีในเชิงสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลของประเทศมากขึ้น 

ในภาคธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดก็คือ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของโลกมากขึ้น กลุ่มประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจได้กำหนดกฎเกณฑ์มาตรฐานในด้านต่างๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นมาตรการซึ่งอาจจะดูว่าใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า หรือว่าเป็นการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติมจากมาตรการทางภาษี ทำให้ผู้ส่งออกจำเป็นต้องขวนขวายปฏิบัติตาม ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยไม่ได้มีการรับมือกับประเด็นเหล่านี้    ก็จะต้องสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น  

ส่วนในด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมได้มีส่วนเพิ่มโอกาสการเกิดของโรคอุบัติใหม่ เช่น โรคไข้หวัดนก  โรค SARS และโรคอุบัติซ้ำ เช่น มาลาเรีย วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ด้านพลังงานได้เกิดปัญหาการขาดแคลนพลังคนและการแก่งแย่งแข่งขันในด้านพลังงาน   ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างจิตสำนึกในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมและหาทางออกด้านพลังงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่าย เพื่อร่วมกันรักษาทรัพยากรของประเทศให้ดำรงอยู่ต่อไปจนถึงคนรุ่นหลัง 

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่อาจหลีกเลี่ยงได้ยาก   แต่สิ่งสำคัญคือการเตรียมการและตั้งรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการโดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้สังคมไทยมีความระมัดระวัง ประชาชนมีสติและปัญญา มีความพร้อมที่จะเผชิญหน้าในการแก้ไขปัญหาและปรับตัว 

รัฐบาลได้มุ่งยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและวิถีการดำรงชีวิตของประชาชน โดยคำนึงถึงการเตรียมพร้อมรองรับประเด็นอุบัติใหม่ ด้วยการใช้หลักคุณธรรมกำกับการพัฒนา  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากพร้อมๆ กับระบบตลาดและเศรษฐกิจมหภาค ผนึกกำลังของทุกภาคส่วนให้ได้มีการเรียนรู้ร่วมกัน และเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก สนับสนุน  พัฒนา   สร้างความเป็นธรรม  และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น  

รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการจัดส่งสินค้าและบริการ ให้มีการประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนค่าขนส่ง และลดปัญหามลพิษ  รวมทั้งมุ่งเน้นส่งเสริมการสร้างฐานปัญญาขึ้นในสังคม  ภายใต้  แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ซึ่งจะเร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเสาหลักที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วัฒนธรรมและจริยธรรมในสังคม และกฎหมายและแรงจูงใจ โดยจะมีการพัฒนาสถาบันที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้าง   การแพร่ กระจาย   และการใช้ความรู้ให้มีความเข้มแข็งควบคู่กันไป  

ส่วนในด้านสังคมนั้น รัฐบาลได้มุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่เข้มแข็งที่คนในชาติอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างสมานฉันท์ บนพื้นฐานของคุณธรรม จึงได้เร่งรัดปฏิรูปการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษาของประชาชนให้กว้างขวาง ทั่วถึง และคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ  ส่งเสริมการปฏิรูประบบสุขภาพและระบบบริการสาธารณสุข โดยจะมุ่งเน้นการเสริมสร้างสุขภาพ การป้องกันโรค การขยายบริการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างมีคุณภาพ   ทั่วถึง   และเป็นธรรม 

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าปัจจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างความสามารถและความเข้มแข็ง ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับประเทศ  ผมขอยกตัวอย่างโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้มีการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มาแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมในการเตรียมการด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทย คือ การพัฒนาไบโอดีเซลจากปาล์ม  โดยทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยอาจประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน จึงทรงทดลองใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ผสมกับน้ำมันดีเซล เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลจนสามารถใช้กับรถยนต์ดีเซลของโครงการส่วนพระองค์ได้โดยไม่ประสบกับปัญหาแต่ประการใด  และในขณะนี้ก็ได้มีการเปิดจำหน่ายดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ให้กับประชาชนโดยทั่วไปแล้ว

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งที่มีบทบาทในการส่งเสริมให้ประเทศมีนวัตกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อที่จะนำไปสู่การพึ่งพาตัวเอง การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประเทศให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกาภิวัตน์และประเด็นอุบัติใหม่ที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป  การเตรียมความพร้อมต่างๆ จึงมีความจำเป็น  ซึ่งจะต้องมีทั้งการปรับตัวและปรับระบบต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งผมหวังว่าการประชุมสมัชชาในวันนี้จะได้รับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายและเป็นประโยชน์จากทุกท่าน เพื่อนำไปกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองความต้องการที่จะเกิดขึ้นจากประเด็นอุบัติใหม่ ๆ ต่อไป 

บัดนี้ ถึงเวลาที่เราจะได้มีการสัมมนากันแล้ว ผมขอขอบคุณกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันจัดการประชุมในครั้งนี้ และขออำนวยพรให้การประชุมบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ   และขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความสวัสดีโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ

------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์  สำนักโฆษก