www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
5 กรกฎาคม 2550
คำกล่าวของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและพื้นที่ต้นน้ำ น้ำหนาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ณ ศูนย์ประสานงานโครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและพื้นที่ต้นน้ำ น้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์

พี่น้องประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในส่วนที่ได้มีโอกาสมาร่วมในพิธีเปิดโครงการของน้ำหนาวในวันนี้ 

ผมมีความดีใจและถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาเยี่ยมเยียนพี่น้องทุก ๆ คน  ทั้งที่อยู่ที่นี่และไม่ได้มาอยู่ที่นี่  สิ่งที่โครงการแห่งนี้มีเป้าหมายคือความร่วมมือของพวกเราทุกคน  ที่จะปรับปรุงคุณภาพชีวิตทั้งในด้านของความเป็นอยู่  ทั้งในด้านของสุขภาพ  ทั้งในด้านของการให้การศึกษากับเยาวชนที่จะให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น  นั่นก็เป็นเรื่องที่ถือว่าจะเป็นประโยชน์  และการร่วมมือกันนั้น จะมีสิ่งที่มีความสำคัญอีกอันหนึ่ง  คือการดูแลสภาพแวดล้อมของเราให้อยู่ในสภาวะที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการทำมาหากินของเราเอง  และทั้งในด้านของการอนุรักษ์ธรรมชาติต่อไปในอนาคต  คนเราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาตินั้นก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องช่วยกันดูแล  จะต้องช่วยกันรักษาสิ่งที่เป็นธรรมชาติไว้ด้วย  ไม่ใช่ว่าเราจะใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง  และในที่สุดสิ่งเหล่านั้นก็จะไม่มีเหลือให้กับพวกเราได้ใช้ประโยชน์อีกต่อไป  นั่นเป็นสิ่งที่อยากจะฝากพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ว่าจะต้องช่วยกันดูแล  เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลัง ๆ ได้มีโอกาสใช้ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นขึ้นมาอีก 

โครงการนี้เป็นโครงการที่จะอาศัยความร่วมมือของพวกเราทำงานด้วยกัน  ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน  นั่นคือสิ่งที่อยากจะเห็นการทำงานที่มีความร่วมมือกันในทุก ๆ ภาคส่วน  และการทำงานในลักษณะนั้นจะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างดี  ไม่ทะเลาะ  ไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมา  และสามารถที่จะใช้ทรัพยากรได้ทุก ๆ ส่วนมาแก้ไขปัญหากันต่อไป  ขอให้ความร่วมมือร่วมใจในวันนี้ยังคงอยู่  และร่วมมือร่วมใจกันต่อไปที่จะอนุรักษ์ดูแลสภาพแวดล้อม  พัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ก้าวหน้าต่อไป  ขอให้ทุกท่านจงประสบความสำเร็จในสิ่งที่ท่านมุ่งหวังทุกประการครับ  ในวันนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันนี้ครับที่ได้มาเปิดโครงการในการอนุรักษ์พื้นที่ของโครงการน้ำหนาวในวันนี้  ทางกองบัญชาการทหารสูงสุดได้เข้ามาดูแล  และเป็นโครงการที่สำนักนายกรัฐมนตรี  โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้เอง  ในวันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ได้มาพบกับพี่น้องประชาชน ได้มาตรวจเยี่ยมโครงการและเปิดอาคาร เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วย  ถือว่าเป็นโครงการที่ได้อัญเชิญแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอื่น ๆ ในการที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมมาใช้ในพื้นที่แห่งนี้ครับ                    

ในเบื้องต้นเป็นเรื่องที่จะให้ประชาชนสามารถที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้  แนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนั้นหมายถึงว่า  เราจะต้องทำการเกษตรแบบผสมผสาน  คือไม่ทำพืชชนิดใดชนิดหนึ่งเฉพาะในด้านนั้น  จะมีการเลี้ยงสัตว์  การเลี้ยงปลา  ที่เหมาะกับพื้นที่  นั่นก็เป็นวิธีการที่จะทำให้พวกเราชาวบ้านได้มีอาหาร  มีพืชที่เป็นประโยชน์  มีสัตว์ มีไข่ที่จะใช้เลี้ยงชีวิตประจำวันได้  นั่นเป็นเรื่องเบื้องต้น  ต่อไปก็ในเรื่องของการที่จะพัฒนารักษาพื้นที่ที่เป็นแหล่งน้ำ  โดยการจัดทำฝายขนาดเล็กที่จะชะลอน้ำให้คงความชุ่มชื้นไว้กับพื้นดิน  นั่นก็จะเป็นการรักษาพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ  ชาวบ้านจะได้อาศัยน้ำ อาศัยพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นต้นน้ำในการทำมาหากินกันต่อไป  ส่วนที่เป็นแหล่งของต้นน้ำจริง ๆ นั้น  ก็จำเป็นที่จะต้องอนุรักษ์ดูแลไว้เพื่อให้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำจริง ๆ ที่จะลงมาสู่พื้นที่ที่เกษตรกรใช้ประโยชน์  ลงไปสู่ลุ่มน้ำสำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำพอง  ลุ่มน้ำป่าสัก  หรือว่าลุ่มแม่น้ำพรหม  เป็นเรื่องที่เราจำเป็นจะต้องช่วยกันดูแล  และอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน  ที่จะรักษาพื้นที่ไว้  ไม่ขยายพื้นที่ออกไปอีก  นั่นเป็นเรื่องที่จะใช้เวลาประมาณ 10 กว่าปี  ในขณะนี้เริ่มมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว  คงจะเหลืออีกประมาณ 12 13 ปีที่จะขยายโครงการนี้ต่อไป 

ในเรื่องของการบุกรุก  ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน  เจ้าหน้าที่คงจะทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชน  ที่จะทำความเข้าใจและหาทางที่จะให้พี่น้องประชาชนไม่บุกรุกป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ  เพิ่มเติม   ส่วนที่เหลืออยู่นั้นเท่าที่ผมดูแล้วนี้คงเป็นส่วนน้อยที่เราจำเป็นจะต้องดูแลรักษาไว้  ส่วนใหญ่ที่เราได้ใช้ประโยชน์ไปแล้วคงเป็นเรื่องที่จะต้องปรับวิธีการทำการเกษตรของเรา  อย่างที่ได้เรียนไปในเบื้องต้นว่าควรจะเป็นเกษตรชนิดผสมผสาน  ที่จะทำให้ดูแลตัวเองได้   ในเรื่องกฎหมายก็อยู่ที่ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนด้วย  การที่จะดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายอยู่ที่พี่น้องประชาชนจะให้ความร่วมมือมากแค่ไหน  ด้วยการร่วมมือด้วยการทำความเข้าใจกัน  จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด  การบังคับใช้กฎหมาย  ถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่ค่อยเกิดประโยชน์เท่าไร  เจ้าหน้าที่เมื่อโครงการนี้เข้ามาแล้ว  ก็จะได้รับความช่วยเหลือมากขึ้น  ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนมากขึ้น  เราคงจะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน  อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว  เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  คงมีจำนวนไม่มากพอ  คงดูไม่ได้ตลอดทั้งหมด  แม้แต่รัฐมนตรีเองซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวง  ท่านก็บอกว่าท่านเคยมาดูพื้นที่นี้หนเดียว  และไม่ได้ดูทั่วไป  นั่นก็เป็นการที่เราจะต้องการความร่วมมือ  ทางกองบัญชาการทหารสูงสุด  ทางฝ่ายทหารเองจะเข้ามาช่วย

----------------------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์  สำนักโฆษก

วิมลมาส  รัตนมณี / ถอดเทป / เรียบเรียง

จินตนา  จ้อยจุมพจน์ / ตรวจ