ประธานคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
และผู้มีเกียรติทุกท่าน
ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดการสัมมนา เรื่อง “พระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชน : ต้องไม่รออีกต่อไป” ที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกัน จัดขึ้นในวันนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการบัญญัติ และได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วม รวมทั้งเพื่อรับฟังความคิดเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะจากประชาชนไปพร้อม ๆ กัน
ที่ผ่านมาท่านทั้งหลายคงจะทราบดีอยู่แล้วว่า ในหลายๆ ครั้งที่ผมได้เน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐได้พยายามส่งเสริมและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งหมายถึงว่าเรามีความพยายามที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ทั้งในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในทุกระดับ และได้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 มาแล้ว สำหรับรัฐบาลนี้ก็มีนโยบายปฏิรูปการเมือง การปกครองและการบริหาร โดยส่งเสริมบทบาทขององค์กรภาคเอกชนและภาคประชาชน ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาสังคมไทย ให้เป็นสังคมที่มีสันติสุขอย่างยั่งยืน และมีนโยบายปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรมโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
รัฐบาลถือว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นหลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และจะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งและผลกระทบในด้านต่างๆ ให้น้อยลง และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราต้องตราพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วม ของประชาชนขึ้นมารองรับในเรื่องนี้
หลักการของการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น อาจจะแบ่งเป็นระดับของการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็น 5 ระดับ หรือ 5 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกคือการให้ข้อมูลข่าวสาร หลังจากให้ข้อมูลข่าวสารแล้ว จะเป็นเรื่องการรับฟังความคิดเห็น นั่นหมายถึงว่าประชาชนเมื่อรับฟังแล้วก็ให้ความคิดเห็น ซึ่งจะนำไปสู่ขั้นตอนที่สามคือการสร้างความเข้าใจขึ้นมาทั้งประชาชนและภาครัฐ เป็นส่วนที่จะก้าวไปสู่ขั้นที่สี่คือ ความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและภาคประชาชน และขั้นสุดท้ายซึ่งถือว่าเป็นขั้นที่ห้าคือ การเสริมอำนาจให้แก่ประชาชน นั่นเป็นขั้นตอนขั้นสุดท้ายที่จะเป็นเรื่องของการให้อำนาจ การเสริมอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สังคมไทยของเราสามารถที่จะสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนได้ทั้ง 5 ระดับที่ได้กล่าวมาแล้ว
การจัดสัมมนาในวันนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนิติบัญญัติ ได้ร่วมแสดงทัศนะและความคิดเห็นในกระบวนการบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชน คือ ร่างพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชนนี้แล้ว ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีของความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติในกระบวนการนิติบัญญัติอีกทางหนึ่งด้วย
ผมขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้ร่วมกันดำเนินงานในวันนี้ และมีความกระตือรือร้นที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น การกำหนดนโยบายและการตัดสินใจต่างๆ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้กระบวนการนิติบัญญัติมีความเข้มแข็ง ในขณะเดียวกัน ก็จะเป็นแนวทางสำหรับการตรากฎหมายและการกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินในอนาคต ต่อไป
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านทั้งหลายที่เข้าร่วมการสัมมนาในวันนี้ จะช่วยกันแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความคิดเห็นต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์ของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และต่อการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงยั่งยืนสืบต่อไป
บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการสัมมนา เรื่อง “พระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชน : ต้องไม่รออีกต่อไป” ณ บัดนี้ ขออวยพรให้การสัมมนาบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ทุกประการ และขอให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม ประเทศชาติ ให้มีความก้าวหน้ารุ่งเรือง ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ขอบคุณครับ
-----------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
อภิญญา ตันติรังสี/ถอดเทป/พิมพ์ จินตนา จ้อยจุมพจน์/ตรวจ

